เมื่อ Koreatown ในสุขุมวิทถูกเล่าใหม่ผ่านค็อกเทล อาหาร และจังหวะของค่ำคืน

ถ้า Koreatown ในสุขุมวิทมี soundtrack ของตัวเอง เราว่า SoolHaus น่าจะเป็นหนึ่งในสถานที่ที่เปิดเพลงนั้นได้ตรงที่สุด เพราะที่นี่ไม่ได้พยายามทำตัวเป็นบาร์เกาหลีแบบที่เราคุ้นเคย ไม่มีการยก K-pop หรือความเป็นเกาหลีมาเป็นธีมหลัก แต่เลือกหยิบเอาบรรยากาศของคืนใน Seoul มาตีความใหม่ ผ่านค็อกเทล รสชาติ ดนตรี และวัฒนธรรมการดื่ม

SoolHaus อยู่ใน Canopy Bangkok Sukhumvit ไม่ไกลจาก Sukhumvit Plaza หรือ Koreatown ที่หลายคนน่าจะคุ้นเคยกันดี ย่านนี้เต็มไปด้วยร้านอาหาร ร้านค้า และวัฒนธรรมเกาหลีที่อยู่คู่สุขุมวิทมานาน จึงไม่น่าแปลกที่ SoolHaus จะเลือกพื้นที่นี้เป็นบ้านของตัวเอง
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ร้านไม่ได้หยิบ Koreatown มาเล่าแบบตรง ๆ

Sineha Bangkok ชอบวิธีคิดของ SoolHaus ตรงนี้ เพราะเมื่อเดินเข้ามา เราไม่ได้รู้สึกว่ากำลังเข้าร้านที่พยายามประกาศตัวว่าเป็น Korean Bar ทุกตารางนิ้วกลับมีความร่วมสมัยมากกว่า ทั้งงานไม้ รายละเอียดที่ได้แรงบันดาลใจจากหน้าต่างและหลังคาแบบเกาหลี ไปจนถึงสัญลักษณ์ที่มีกลิ่นอายของ Hanbok ขณะเดียวกันก็จับคู่กับยูนิฟอร์มสไตล์ streetwear ของทีมงาน ทั้งหมดเลยออกมาเป็นบาร์ที่มีกลิ่นเกาหลี แต่ยังรู้สึกเป็นกรุงเทพฯ อยู่
อีกเรื่องที่ทำให้ SoolHaus มีเรื่องเล่ามากกว่าบาร์ทั่วไป คือการย้อนกลับไปหา Korean Wave ยุคแรกในช่วง 1990s ถึงต้น 2000s ช่วงเวลาที่วัฒนธรรมเกาหลีเริ่มเข้ามามีบทบาทในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกับการเติบโตของ Sukhumvit Plaza
จากจุดนี้เอง ร้านจึงไม่ได้มองความเป็นเกาหลีแค่เรื่องอาหารหรือเพลง แต่รวมถึงวัฒนธรรมการใช้ชีวิตในช่วงเวลานั้นด้วย


ช่วงหัวค่ำตั้งแต่ 5 โมงเย็น บรรยากาศของ SoolHaus ยังเป็น cocktail bar แบบจริงจัง เหมาะกับการมานั่งคุยหลังเลิกงาน หรือเริ่มต้นค่ำคืนด้วยเครื่องดื่มสักแก้วก่อนออกไปต่อที่อื่น
แต่พอหลัง 4 ทุ่ม บรรยากาศจะเริ่มขยับอีกจังหวะ แสงเปลี่ยน เพลงดังขึ้น และคนในร้านเริ่มปล่อยตัวมากกว่าเดิม
ความสนุกคือ SoolHaus ไม่ได้เปลี่ยนตัวเองเป็น nightclub แบบทันทีทันใด แต่ค่อย ๆ เพิ่ม energy ขึ้นจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว



เรื่องเครื่องดื่มถือเป็นหัวใจของร้าน เมนูมีทั้ง classic-inspired cocktails และเครื่องดื่มที่หยิบรสชาติจากเกาหลีมาเล่นใหม่ โดยใช้วัตถุดิบอย่าง honey citron, roasted barley, sesame และ green tea
ถ้าอยากลองแก้วที่มีคาแรกเตอร์ชัด Perilla Silk เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ใช้ Perilla Fat-Washed Ketel One Vodka คู่กับ Sour Green Apple, Lemon, Carpano Dry Vermouth และ Egg White ให้ความรู้สึกสด นุ่ม และมีรายละเอียดในแก้วมากกว่าค็อกเทลที่เน้นรสหวานอย่างเดียว


ส่วน Seoul Standard เล่นกับ Olmeca Altos Plata Tequila, Apricot, Gochugaru Honey, Lemon และ Soda เป็นแก้วที่ดื่มง่ายกว่า แต่ยังมีความเผ็ดหวานแบบเกาหลีเข้ามาช่วยให้รสชาติมีมิติ
อีกแก้วที่ชื่อก็บอกตัวตนของร้านคือ SoolHaus Banchan ซึ่งนำ Beefeater 24 Gin, Soju, Maesil-ju, Kimchi Brine และ Sesame Saline มารวมกัน
ฟังส่วนผสมแล้วอาจสงสัยว่ารสชาติจะออกมาแบบไหน แต่เสน่ห์ของแก้วนี้อยู่ตรงการเอาสิ่งที่เราคุ้นจากโต๊ะอาหารเกาหลีมาคิดใหม่ในรูปแบบ cocktail


อาหารของ SoolHaus มาในแนวเดียวกัน คือเมนูไม่เยอะ แต่ทุกจานตั้งใจให้เหมาะกับการสั่งมาแชร์ โดยมีทั้ง Korean staples และ bar food ที่ถูกเติมลูกเล่นแบบ pan-Asian เข้าไป
Crispy Pork Kimchi Croquettes เป็นของกินเล่นที่เริ่มต้นได้ดี ตัว croquettes กรอบสีทอง ด้านในมี pork และ papaya kimchi เสิร์ฟกับ gochujang mayonnaise
Golden Chicken ก็เหมาะกับการสั่งมากินระหว่างดื่ม เป็นไก่ทอดเคลือบ yangnyeom sauce ที่ได้รสจาก fermented chilli, soy และ garlic
ถ้าชอบอะไรที่แปลกขึ้นอีกหน่อย ลอง Crispy Kimmari ที่เติม truffle, fermented vegetables และ sesame soya เข้าไป หรือ Braised Pork Ribs สำหรับคนที่อยากได้จานหนักขึ้นอีกนิด ตัวซี่โครงตุ๋นจนนุ่ม แล้วจับคู่กับ gochujang BBQ และ cheddar cheese

ส่วนตัวที่ทำให้ค่ำคืนของ SoolHaus มีความเป็นเกาหลีมากขึ้น คือ The Soju Ritual
ในแต่ละคืน บาร์เทนเดอร์จะริน soju shot ให้คนทั้งห้องพร้อมกัน กลายเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ทุกโต๊ะได้ร่วมฉลองไปด้วยกัน จะเป็นวันเกิด นัดเพื่อน หรือแค่คืนธรรมดาที่อยากดื่มก็เข้ากับ ritual นี้ได้หมด
Sineha Bangkok มองว่านี่เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้ร้านมี personality เพราะสุดท้ายแล้ว nightlife ที่ดีอาจไม่ได้เกิดจากแสงไฟหรือเพลงที่ดังที่สุด แต่เกิดจาก moment ที่ทำให้คนในร้านรู้สึกว่ากำลังมีค่ำคืนเดียวกัน

สำหรับสายดึก วันศุกร์และเสาร์ที่ SoolHaus จะมี DJ ตั้งแต่ 9 PM เป็นต้นไป บรรยากาศจะคึกคักขึ้นอีกระดับ เหมาะกับการอยู่ยาวตั้งแต่แก้วแรกไปจนถึงช่วงดึก
SoolHaus จึงเป็นบาร์ที่มีจังหวะค่อนข้างชัด เริ่มจาก cocktail bar ที่นั่งสบายในช่วงหัวค่ำ ก่อนค่อย ๆ เปลี่ยน mood เมื่อค่ำคืนเดินหน้า
และนั่นอาจเป็นสิ่งที่ทำให้ที่นี่น่าสนใจกว่าการเป็น Korean-inspired bar ธรรมดา เพราะ SoolHaus ไม่ได้พยายามเลียนแบบ Seoul แต่เอาความคิดบางอย่างจาก Seoul มาผสมกับบริบทของ Koreatown ในสุขุมวิท แล้วสร้าง nightlife experience ในแบบของตัวเองขึ้นมา
SoolHaus เปิดตั้งแต่ 5 PM ถึง 1 AM ค็อกเทลเริ่มต้น THB 350, Soju เริ่มต้น THB 190, Champagne by the glass เริ่มต้น THB 550 และ Snacks อยู่ที่ประมาณ THB 170–600 โดยราคาเป็น net
