A Taste of Effortless Living เวิร์กชอปจาก LG ที่ชวนมองเทคโนโลยีในมุมใหม่

ทุกวันนี้คำว่า “ชีวิตง่ายขึ้น” อาจไม่ได้หมายถึงการมีเวลาว่างมากขึ้น แต่หมายถึงการมีเรื่องให้ต้องคิดน้อยลง ตั้งแต่การเตรียมอาหาร เปิดตู้เย็น ไปจนถึงการจัดการอากาศภายในบ้าน เทคโนโลยีที่ดีจึงไม่จำเป็นต้องแสดงตัวตลอดเวลา แต่ควรทำงานอยู่เบื้องหลัง เพื่อให้เรามีเวลาไปทำสิ่งที่สำคัญกว่า
นี่คือมุมมองที่ LG นำมาเล่าในงาน “A Taste of Effortless Living” เวิร์กชอปสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการก้าวเข้าสู่ปีที่ 38 ของ LG ประเทศไทย ผ่านประสบการณ์ที่ผสมระหว่างอาหาร เทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกันอย่างเป็นธรรมชาติ

จากเครื่องใช้ไฟฟ้า สู่ผู้ช่วยของชีวิตประจำวัน
บรรยากาศของงานถูกจัดขึ้นที่ Roast at Sathon โดยเปลี่ยนพื้นที่ให้มีความรู้สึกคล้ายบ้านที่อบอุ่น ก่อนชวนผู้ร่วมงานเข้าสู่ Live Cooking Experience กับ เชฟปอนด์–สหดล ตันตราพิมพ์
เมนูที่เลือกมาในครั้งนี้คือ “บะหมี่เย็นสไตล์เกาหลี” อาหารที่ดูเรียบง่าย แต่กลับเหมาะกับคอนเซปต์ของงานอย่างพอดี เพราะเป็นเมนูที่ทำตามได้ไม่ยาก กินแล้วสดชื่น และมีความเป็น Comfort Food อยู่ในตัว อาหารไม่ได้ถูกใช้เพียงเพื่อสร้างความอร่อยในงาน แต่กลายเป็นเครื่องมือในการเล่าเรื่องเทคโนโลยีของ LG ไปพร้อมกัน

อย่าง LG InstaView™ ที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครัวในเวิร์กชอป ไม่ว่าจะเป็นระบบ Home Ice Solution ที่สามารถทำน้ำแข็งได้ถึง 3 รูปแบบ ทั้ง Crushed Ice, Cubed Ice และ Craft Ice รวมถึงเทคโนโลยี UVnano ที่ช่วยดูแลความสะอาดของระบบทำน้ำแข็ง
ส่วนฟังก์ชัน InstaView™ ที่เพียงเคาะสองครั้งก็สามารถมองเห็นของด้านในตู้เย็นได้ ก็เป็นตัวอย่างที่ดีของแนวคิด “Effortless Living” เพราะบางครั้งความสะดวกไม่ใช่ฟังก์ชันที่หวือหวา แต่คือการลดขั้นตอนเล็กๆ ที่เราต้องทำซ้ำทุกวัน
และนี่อาจเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้ายุคใหม่ เพราะเมื่อผู้บริโภคไม่ได้มองแค่เรื่อง “เครื่องนี้ทำอะไรได้บ้าง” แต่เริ่มถามว่า “มันทำให้ชีวิตฉันดีขึ้นตรงไหน” วิธีการสื่อสารของแบรนด์ก็ต้องเปลี่ยนตามไปด้วย


บ้านที่ไม่ได้มีแค่ของ แต่มี Experience
อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่เข้ามาเติมภาพของบ้านยุคใหม่คือ LG StanbyME 2 Max จอไลฟ์สไตล์ไร้สายขนาด 32 นิ้ว ความละเอียด 4K ที่สามารถหมุนหน้าจอได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน พร้อมล้อเลื่อนและแบตเตอรี่ในตัว ใช้งานได้นานสูงสุด 4.5 ชั่วโมง
ลองนึกภาพง่ายๆ ว่าเราสามารถลากหน้าจอไปไว้ในครัวเพื่อเปิดสูตรอาหาร ขยับไปมุมห้องนั่งเล่นเพื่อดูหนัง หรือใช้เปิดเพลงระหว่างทำอาหารได้โดยไม่ต้องผูกติดอยู่กับตำแหน่งเดิม
เมื่อมองผ่านเลนส์ของไลฟ์สไตล์ สิ่งที่ LG กำลังขายจึงไม่ใช่เพียง “จอทีวีที่เคลื่อนที่ได้” แต่คืออิสระในการใช้พื้นที่บ้าน
นี่เป็นอีกตัวอย่างของการตลาดที่เปลี่ยนจาก Product Centric ไปสู่ Lifestyle Centric อย่างชัดเจน เพราะสินค้าไม่ได้ถูกวางเป็นพระเอกเดี่ยวๆ แต่ถูกนำไปอยู่ในสถานการณ์ที่ผู้บริโภคสามารถจินตนาการตัวเองเข้าไปอยู่ในนั้นได้

เพราะบ้านที่ดี ต้องทำให้เรารู้สึกสบายขึ้นด้วย
อีกมิติที่ LG นำเสนอคือเรื่อง Wellness ภายในบ้าน
LG PuriCare 360° Alpha PET ถูกนำมาเชื่อมกับไลฟ์สไตล์ของคนรักสัตว์ ด้วยระบบฟอกอากาศรอบทิศทาง ฟิลเตอร์ HEPA รวมถึง Pet Mode ที่ออกแบบมาเพื่อจัดการกับไร ขน และกลิ่นจากสัตว์เลี้ยง
ขณะที่ LG PuriCare Dehumidifier เข้ามาตอบโจทย์สภาพอากาศแบบบ้านเรา โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนที่ความชื้นกลายเป็นอีกหนึ่งปัญหาของการอยู่อาศัย สามารถลดความชื้นได้สูงสุดถึง 40 ลิตรต่อวัน
เมื่อทุกผลิตภัณฑ์ถูกนำมาเล่าในบริบทเดียวกัน จะเห็นภาพของบ้านที่ไม่ได้มีเพียง “เครื่องใช้ไฟฟ้า” แต่เป็น Ecosystem ที่ช่วยจัดการรายละเอียดเล็กๆ ของชีวิต ตั้งแต่อาหาร อากาศ ไปจนถึงความบันเทิง
และนี่ทำให้คำว่า “Life’s Good” ของ LG ไม่ได้อยู่แค่ในระดับ Brand Slogan แต่ถูกแปลงให้กลายเป็นประสบการณ์ที่จับต้องได้มากขึ้น


38 ปี กับโจทย์ใหม่ของ LG: ทำให้เทคโนโลยีเข้าถึงง่าย และชีวิตเป็นตัวเองได้มากขึ้น
การก้าวเข้าสู่ปีที่ 38 ในประเทศไทยของ LG มาพร้อมกับแคมเปญ “LG Make It Yours. Make It Easy. ให้ทุกวันง่ายขึ้น เพื่อให้คุณได้เป็นตัวเองมากขึ้น” หัวใจของแคมเปญถูกแบ่งออกเป็น 3 แนวคิดสำคัญ ได้แก่ Easy to Live, Easy to Own และ Easy to Trust ฟังดูเป็นเรื่องของแบรนด์ แต่ถ้ามองให้ลึกลงไป ทั้งสามเรื่องสะท้อนพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคนี้ได้ค่อนข้างตรง
เพราะผู้บริโภคไม่ได้ต้องการเพียงเทคโนโลยีที่ดีที่สุด แต่ต้องการเทคโนโลยีที่ “เหมาะกับชีวิตตัวเอง” ใช้งานง่าย ซื้อได้ง่าย และเป็นแบรนด์ที่รู้สึกไว้วางใจได้ พูดอีกแบบคือ จากเดิมที่แบรนด์อาจต้องโน้มน้าวว่า “สินค้าของเราดีแค่ไหน” วันนี้โจทย์กลายเป็น “สินค้าของเราทำให้ชีวิตคุณดีขึ้นอย่างไร”
ซึ่งเป็นการเปลี่ยนบทบาทของเครื่องใช้ไฟฟ้าจากสิ่งของในบ้าน ไปสู่ Lifestyle Enabler ที่เข้ามาช่วยให้ชีวิตเป็นตัวเองได้มากขึ้น

Birthday Sale ที่ไม่ได้ขายแค่ส่วนลด แต่ขายความฝันของบ้านที่ง่ายกว่าเดิม
สำหรับคนที่อยากนำแนวคิดนี้กลับไปลองใช้ที่บ้าน LG ยังมีโปรโมชั่นฉลองครบรอบ 38 ปี ผ่าน Online Brand Shop โดยมีส่วนลดสูงสุด 65% พร้อมสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมสำหรับสมาชิก LG Member และส่วนลดเมื่อซื้อสินค้าชิ้นที่สองขึ้นไป รวมถึงโปรโมชันเงินสดและผ่อน 0% สูงสุด 18 เดือน
อีกหนึ่งแคมเปญที่น่าสนใจคือ “แอลจีชวนช็อปสุดคุ้ม ลุ้น Go Korea! 2026 LG Birthday Lucky Draw Activity” ซึ่งทุกยอดซื้อผลิตภัณฑ์ LG ครบ 10,000 บาทหลังหักส่วนลด จะได้รับ 1 สิทธิ์ลุ้นทริปโซล 5 วัน 3 คืน จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 2 ท่าน มูลค่ารวมกว่า 900,000 บาท
ร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม – 11 กันยายน 2569 โดยลงทะเบียนและอัปโหลดหลักฐานการซื้อผ่าน LINE Official Account: @LGThailand
รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดตามได้ที่ LG Thailand
