Negroni Week 2026: เมื่อ Negroni พาโลกค็อกเทลมาพบกัน

7 วันแห่งค็อกเทล ความคิดสร้างสรรค์ และการส่งต่อสิ่งดี ๆ จากบาร์ทั่วไทย

หนึ่งในสัปดาห์ที่คนรักค็อกเทลรอคอยกลับมาอีกครั้งกับ Negroni Week 2026 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21–27 กันยายนที่ผ่านมา โดยปีนี้ถือเป็นครั้งที่ 14 ของงานระดับโลกที่นำโดย Campari ร่วมกับ Imbibe Magazine ชวนบาร์และร้านอาหารทั่วโลกหยิบ Negroni และค็อกเทลสูตรสร้างสรรค์มาบอกเล่าเรื่องราวในแบบของตัวเอง พร้อมระดมทุนเพื่อสนับสนุน Slow Food และโครงการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม

สำหรับประเทศไทย Negroni Week 2026 ไม่ได้มีเพียงการยกแก้ว Negroni ชนกันเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นช่วงเวลาที่กรุงเทพฯ และเชียงใหม่เต็มไปด้วย Guest Shift จากบาร์เทนเดอร์ระดับโลก, Bar Hopping Route, Pop-up, Brunch และประสบการณ์ค็อกเทลอีกหลากหลายรูปแบบ

พูดได้ว่าเป็น 7 วันที่ทำให้เห็นว่า Negroni หนึ่งแก้วสามารถพาเราออกเดินทางไปได้ไกลกว่าที่คิด

จาก Negroni หนึ่งแก้ว สู่สัปดาห์แห่งการสร้างสรรค์

สำหรับคนที่คุ้นเคยกับ Negroni คงรู้จักดีถึงสูตรคลาสสิกที่ประกอบด้วย Campari, gin และ sweet vermouth ในสัดส่วนเท่า ๆ กัน เสิร์ฟพร้อมน้ำแข็งและตกแต่งด้วยเปลือกส้มหรือส้มฝาน

แต่เสน่ห์ของ Negroni ไม่ได้อยู่ที่สูตรเพียงอย่างเดียว

ความขมจาก Campari ความหอมของ vermouth และ botanical notes จาก gin ทำให้ Negroni เป็นเหมือน canvas ที่เปิดโอกาสให้บาร์เทนเดอร์นำไปตีความต่อ ไม่ว่าจะเปลี่ยนเบส ปรับความหวาน เพิ่มกลิ่นหอม หรือจับคู่กับวัตถุดิบท้องถิ่น

นี่เองคือหนึ่งในแนวคิดที่ทำให้ Negroni Week เติบโตจากกิจกรรมของวงการบาร์ไปสู่เทศกาลค็อกเทลระดับโลก

และที่น่าสนใจคือ Negroni Week ไม่ได้เกิดขึ้นมาเพื่อเฉลิมฉลองเครื่องดื่มเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีเป้าหมายในการส่งต่อรายได้ให้กับองค์กรและโครงการเพื่อสังคมผ่าน Negroni Week Fund

ในปี 2025 มีบาร์และร้านอาหารเกือบ 15,000 แห่งจากกว่า 90 ประเทศเข้าร่วม และสามารถระดมทุนได้รวมประมาณ 700,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเงินทุนถูกนำไปสนับสนุนทั้งด้านการศึกษา การพัฒนาชุมชน ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและชีวภาพ รวมถึงความเท่าเทียมและความยั่งยืนในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม

Negroni Week 2026 เมื่อกรุงเทพฯ กลายเป็นจุดหมายของเหล่า Cocktail Lovers

หนึ่งในไฮไลต์ของปีนี้คือการรวมตัวของบาร์เทนเดอร์ระดับนานาชาติในกรุงเทพฯ โดย Campari เชิญทั้งบาร์เทนเดอร์และบุคลากรระดับแนวหน้าของวงการมาร่วมสร้างสีสันตลอดสัปดาห์

เริ่มตั้งแต่ Monica Berg และ Alex Kratena สองชื่อสำคัญจากวงการค็อกเทลโลกที่มาร่วม Masterclass และ Guest Shift ก่อนต่อเนื่องด้วยไลน์อัพบาร์เทนเดอร์นานาชาติ ได้แก่ Iain McPherson, Giorgio Bargiani และ Erik Lorincz

สถานที่ต่าง ๆ อย่าง Stella Bar at Capella Bangkok และ Aman Lounge – Aman Nai Lert Bangkok จึงกลายเป็นจุดนัดพบของคนรักค็อกเทลที่ต้องการสัมผัสทั้ง Negroni และแนวคิดเบื้องหลังเครื่องดื่มจากบาร์เทนเดอร์ระดับโลกแบบใกล้ชิด

สิ่งที่น่าสนใจของ Guest Shift คือแต่ละคนไม่ได้เพียงนำสูตรเครื่องดื่มจากบาร์ของตัวเองมาเสิร์ฟ แต่ยังนำมุมมอง เทคนิค และสไตล์การทำงานมาพบกับบริบทของบาร์ในประเทศไทย ทำให้แก้วแต่ละแก้วกลายเป็นบทสนทนาระหว่างวัฒนธรรมของวงการบาร์จากหลายเมืองทั่วโลก

One Spirit, Endless Possibilities กับ 4 เส้นทาง Bar Hopping

อีกหนึ่งไฮไลต์ของ Negroni Week Thailand 2026 คือการชวนคนออกจากบาร์หนึ่งไปสู่อีกบาร์หนึ่ง ผ่าน 4 ย่านที่มีคาแรกเตอร์แตกต่างกัน ภายใต้ธีม “One Spirit, Endless Possibilities”

ซอยนานา — Negroni หลังพระอาทิตย์ตก

เริ่มต้นค่ำคืนในย่านเยาวราชกับ Campari Pop-Up ที่ Thirty ก่อนออกเดินทางผ่านเส้นทาง Bar Hopping ที่เชื่อมต่อ 5 บาร์ ได้แก่ Ba Hao, Xin Xe Goi, Wallflowers, Tep และ Thirty

ความสนุกของเส้นทางนี้อยู่ที่การได้เห็นว่าแต่ละบาร์สามารถหยิบคาแรกเตอร์ของ Negroni ไปตีความในสไตล์ของตัวเองได้อย่างไร พร้อมภารกิจเก็บแสตมป์เพื่อแลกรับของที่ระลึกจาก Campari

สาทร — Food & Cocktail Pairing

สำหรับสายกินและดื่ม ย่านสาทรกลายเป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่น่าสนใจ ผ่านร้านอาหารและบาร์ตั้งแต่ทรัตโทเรียอิตาเลียน บิสโทรสไตล์ยุโรป ไปจนถึงร้านอาหารไทยร่วมสมัย

Le Café des Stagiaires, Bardo Social Bistro & Bar, Masseria Decimo, Supanniga Sathorn, Giglio Trattoria Fiorentina, Charm Eatery & Bar และ ASAI Bangkok Sathorn ต่างมีเมนูและเครื่องดื่มที่ร่วมเฉลิมฉลอง Negroni Week ในแบบของตัวเอง

ทรงวาด — เมื่อ Culture และ Cocktail มาเจอกัน

ถ้าซอยนานาคือโลกของ nightlife ทรงวาดก็คืออีกด้านหนึ่งของ Negroni Week ที่ชวนออกสำรวจในช่วงกลางวัน

เส้นทาง Daytime Culture & Cocktail Route ที่ Campari ร่วมกับ Hit the Road คัดสรร พาไปสำรวจทั้งสตรีทอาร์ต ร้านบูติก คาเฟ่ และบาร์ร่วมสมัย ผ่าน 11 จุดหมาย ตั้งแต่ Hit The Road, Shunn Songwat, Terroir, Clay Songwat ไปจนถึง Matcha Maru

เป็นอีกมุมที่ทำให้เห็นว่า Cocktail Culture ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นหลังพระอาทิตย์ตกเสมอไป

เชียงใหม่ — Negroni ในอีกบรรยากาศ

Negroni Week ยังเดินทางขึ้นเหนือไปสร้างสีสันที่เชียงใหม่ ตั้งแต่บาร์สปีคอีซี บาร์ในเมือง ไปจนถึงบาร์ในโรงแรม

Space Time, Ronnie’s, Bray11, Surr Bar, Forbidden Bar, Brine, The Continental Bar, Bar Not Found, Thuub Bar และอีกหลายจุดหมายในเมืองเชียงใหม่ ต่างร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลในครั้งนี้

สำหรับคนที่ชอบ Bar Hopping เชียงใหม่จึงเป็นอีกเมืองที่มีเสน่ห์ เพราะแต่ละบาร์มีบรรยากาศที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ intimate cocktail bar ไปจนถึงโรงแรมและ rooftop setting

เมื่อศิลปะบนแผนที่พาเราออกไป Bar Hopping

Negroni Week 2026 ยังเพิ่มมิติด้านศิลปะเข้ามาเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ด้วยการร่วมงานกับ การุณ เจียมวิริยะเสถียร หรือ ZilluStation ศิลปินไทยที่โดดเด่นจากผลงานภาพเมืองมุมสูงด้วยหมึกขาวดำ

ผลงานที่เกิดขึ้นคือแผนที่เมืองวาดด้วยมือ 4 แบบ ซึ่งพาออกเดินทางไปยังย่านต่าง ๆ ได้แก่ ทรงวาด สาทร ซอยนานาในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่

แผนที่เหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียง illustration สำหรับงาน แต่ถูกนำไปต่อยอดเป็นเสื้อยืด Limited Edition โดยรายได้จากการจำหน่ายทั้งหมดมอบให้การกุศล

เป็นอีกหนึ่งรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้ Negroni Week ครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงเรื่องของเครื่องดื่ม แต่ยังเชื่อมโยง Cocktail, Art, City Culture และ Community เข้าไว้ด้วยกัน

จากกรุงเทพฯ สู่เชียงใหม่ ล่องแม่น้ำปิงไปกับ Negroni

อีกหนึ่งประสบการณ์ที่แตกต่างออกไปอยู่ที่เชียงใหม่ เมื่อ Campari ร่วมกับ Anantara Chiang Mai Resort จัดประสบการณ์ JAO Ping River Cruise ชวนล่องเรือไปตามแม่น้ำปิง พร้อม Negroni สูตรคลาสสิกและค็อกเทลสูตรสร้างสรรค์

แขกสามารถเลือกสัมผัสประสบการณ์ตั้งแต่ Afternoon Tea ไปจนถึง Dinner Cruise พร้อมชมวิวสองฝั่งแม่น้ำและแลนด์มาร์กสำคัญของเชียงใหม่

ความน่าสนใจอยู่ที่การนำ Cocktail Culture มาผสมเข้ากับบรรยากาศและวิถีของเมืองเหนือ ทำให้ Negroni ในครั้งนี้ไม่ได้อยู่แค่หลังเคาน์เตอร์บาร์ แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การเดินทาง

Negroni Week ที่ไม่ได้ชวนแค่ดื่ม แต่ชวนดื่มอย่างรับผิดชอบ

อีกหนึ่งเรื่องที่ถูกให้ความสำคัญตลอด Negroni Week คือการดื่มอย่างรับผิดชอบ โดยในประเทศไทยมีการสนับสนุนการเดินทางกลับบ้านด้วยขนส่งสาธารณะ พร้อมส่วนลดค่าเดินทาง 50 บาทสำหรับผู้ร่วมกิจกรรมที่บาร์ที่เข้าร่วมโครงการ โดยสิทธิ์มีจำนวนจำกัด

เพราะการออกไปสนุกกับ Cocktail Week ที่ดี ไม่ได้จบลงที่แก้วสุดท้าย แต่ควรจบลงด้วยการกลับบ้านอย่างปลอดภัยด้วย

เติมสีสันให้ Weekend ด้วย Negroni Week Brunch

นอกจากบาร์ยามค่ำคืนแล้ว Negroni Week 2026 ยังขยายประสบการณ์ไปสู่ช่วงกลางวันผ่าน Negroni Week Brunch ที่โรงแรมและร้านอาหารหลายแห่งทั่วประเทศไทย

ตั้งแต่ Kimpton Maa-Lai Bangkok และ Andaz One Bangkok ไปจนถึง Four Seasons Resort Chiang Mai, Pattaya Marriott Resort & Spa, Dusit Thani Pattaya, Catch Beach Club, InterContinental Phuket Resort และ Centara Reserve Samui

เป็นอีกวิธีที่ทำให้ Negroni สามารถเข้ามาอยู่ในช่วงเวลาที่หลากหลาย ตั้งแต่ Brunch ในวันหยุด ไปจนถึง Cocktail ยามค่ำคืน

14 ปีของ Negroni Week และเรื่องราวที่ยังไปต่อ

ตลอด 14 ปี Negroni Week ค่อย ๆ เติบโตจากกิจกรรมเล็ก ๆ ที่ชวนบาร์ทั่วโลกสร้างสรรค์ Negroni ในแบบของตัวเอง กลายเป็นเทศกาลระดับนานาชาติที่เชื่อมโยงผู้คนจากโลกของบาร์ ร้านอาหาร ศิลปะ อาหาร และชุมชนเข้าด้วยกัน

และสิ่งที่ทำให้ Negroni Week แตกต่างจาก Cocktail Week ทั่วไป อาจไม่ใช่แค่จำนวนบาร์หรือจำนวนค็อกเทลที่เกิดขึ้นในช่วง 7 วันนั้น

แต่คือแนวคิดง่าย ๆ ที่ว่า หนึ่งแก้วสามารถสร้างบทสนทนาได้มากกว่าหนึ่งเรื่อง

ตั้งแต่เรื่องของรสชาติ เทคนิค และความคิดสร้างสรรค์ ไปจนถึงการสนับสนุนชุมชนและสังคม

สำหรับ Negroni Week 2026 เรื่องราวในปีนี้จึงไม่ได้จบลงพร้อมกับวันที่ 27 กันยายน แต่ทิ้งคำถามสนุก ๆ เอาไว้ว่า เมื่อมี Campari, gin และ vermouth อยู่ในมือแล้ว…ครั้งต่อไป เราจะสร้าง Negroni ในแบบของเราออกมาเป็นอย่างไร?

ติดตามรายละเอียด Negroni Week และกิจกรรมในปีต่อไปได้ที่ Negroni Week, Campari และ Imbibe

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.