จากการแข่งขันในกรุงเทพฯ สู่รอบชิงที่ Club Med Phuket พร้อมเปิดประสบการณ์กีฬาและไลฟ์สไตล์แบบ All-Inclusive
กระแสของ Padel กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทย จากกีฬาที่หลายคนอาจยังไม่คุ้นชื่อ วันนี้กลับกลายเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่คนเมืองสายแอ็กทีฟ ไลฟ์สไตล์ และคอมมูนิตี้ให้ความสนใจมากที่สุด และในปีนี้ Club Med ก็พร้อมตอกย้ำบทบาทของตัวเองในฐานะแบรนด์ที่เชื่อมโยงกีฬา การท่องเที่ยว และการพักผ่อนเข้าไว้ด้วยกัน ผ่านการกลับมาของ Club Med Padel Cup 2.0 การแข่งขันที่ยกระดับจากปีแรกสู่เวทีระดับภูมิภาคอย่างเต็มรูปแบบ

หลังจากประสบความสำเร็จในการจัดการแข่งขันครั้งแรกเมื่อปีที่ผ่านมา ปี 2569 จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญของรายการ เมื่อ Club Med ขยายการแข่งขันให้ใหญ่ขึ้น เปิดรับนักกีฬาจากหลายประเทศในเอเชียแปซิฟิก พร้อมสร้างเส้นทางจากการแข่งขันในเมือง สู่รอบชิงชนะเลิศริมชายหาดที่ Club Med Phuket
ก่อนเข้าสู่การแข่งขันอย่างเป็นทางการ Club Med ได้จัดกิจกรรม Media Preview เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา ณ Sterling Sport and Wellness กรุงเทพฯ เชิญสื่อมวลชนและอินฟลูเอนเซอร์สายไลฟ์สไตล์มาร่วมสัมผัสเสน่ห์ของกีฬาพาเดลผ่านกิจกรรมเวิร์กช็อปและการแข่งขันกระชับมิตรในรูปแบบ Americano รวมถึงกิจกรรมรักษ์โลกที่ช่วยสะท้อนแนวคิดด้านไลฟ์สไตล์ของแบรนด์ได้อย่างลงตัว
การแข่งขันรอบ City Tournament จะจัดขึ้นในวันที่ 2 สิงหาคม 2569 ณ Sterling Sport and Wellness กรุงเทพฯ โดยมีนักกีฬากว่า 40 คู่ร่วมชิงชัย เพื่อคว้าสิทธิ์เป็นตัวแทนประเทศไทยเดินทางเข้าสู่การแข่งขัน Grand Slam Final ที่ Club Med Phuket ในช่วงปลายปี

ไฮไลต์ของปีนี้คือการขยายการแข่งขันสู่ระดับภูมิภาค โดยมีนักกีฬาจาก อินเดีย ญี่ปุ่น ฮ่องกง และไต้หวัน เข้าร่วมเป็นครั้งแรก ร่วมกับประเทศไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย และออสเตรเลีย สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของกีฬาพาเดลในเอเชียแปซิฟิกอย่างชัดเจน
สำหรับทีมคู่ผสมที่คว้าแชมป์ในแต่ละเมือง จะได้รับ Golden Ticket ผ่านเข้าสู่รอบ Grand Slam พร้อมสิทธิ์เดินทางไปแข่งขันที่ Club Med Phuket โดย Club Med ดูแลค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางตลอดทริป
นอกจากการแข่งขัน ผู้เข้ารอบสุดท้ายยังจะได้สัมผัสประสบการณ์พักผ่อนแบบ All-Inclusive ตามแบบฉบับ Club Med ทั้งการฝึกซ้อมกับโค้ชมืออาชีพจาก Babolat, การเข้าพักในรีสอร์ตริมทะเล พร้อมกิจกรรม Sunset Ritual และบริการอาหาร เครื่องดื่ม รวมถึงกิจกรรมต่าง ๆ ที่รวมอยู่ในแพ็กเกจ


ผู้ชนะเลิศ Grand Slam ยังมีโอกาสคว้ารางวัลใหญ่ เป็นแพ็กเกจเข้าพัก 5 คืน ณ Club Med South Africa รีสอร์ตแห่งใหม่บนชายฝั่ง Dolphin Coast ที่ผสมผสานการพักผ่อนริมทะเลและประสบการณ์ซาฟารีไว้ในทริปเดียว (ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน)
สิ่งที่น่าสนใจคือ Club Med ไม่ได้มองพาเดลเป็นเพียงกีฬา แต่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการใช้ชีวิตยุคใหม่ ที่รวมผู้คนซึ่งมีความสนใจคล้ายกันไว้ในคอมมูนิตี้เดียว ทั้งเรื่องสุขภาพ การออกกำลังกาย แฟชั่น Athleisure และการสร้าง Social Connection ผ่านกิจกรรมร่วมกัน


ปัจจุบันผู้เข้าพักสามารถเล่นพาเดลได้ที่ Club Med Phuket และ Club Med Kani ประเทศมัลดีฟส์ โดย Club Med ยังมีแผนขยายสนามพาเดลไปยังรีสอร์ตแห่งอื่นทั่วโลก เพื่อให้กีฬาชนิดนี้เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น
อีกหนึ่งจุดแข็งของ Club Med คือการเป็นรีสอร์ตแบบ Premium All-Inclusive ที่รวมกิจกรรมกีฬาไว้ในแพ็กเกจทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสนาม อุปกรณ์ หรือการดูแลจากโค้ชมืออาชีพ ทำให้ผู้เข้าพักสามารถเริ่มต้นเล่นกีฬาได้ทันทีตั้งแต่เช็กอิน โดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม


คุณ Bruno Courbet ผู้อำนวยการประจำประเทศอินโดนีเซีย ไทย อินเดีย และตลาดใหม่ ของ Club Med กล่าวว่า การเติบโตของพาเดลในประเทศไทยถือเป็นปรากฏการณ์ที่น่าตื่นเต้น และ Club Med ต้องการให้การแข่งขันครั้งนี้เป็นมากกว่าทัวร์นาเมนต์กีฬา แต่เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงผู้คนผ่านไลฟ์สไตล์แบบแอ็กทีฟ พร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่ผสานกีฬา การท่องเที่ยว และการพักผ่อนระดับพรีเมียมไว้ในรูปแบบเดียว

สำหรับใครที่กำลังมองหากีฬาใหม่ที่ทั้งสนุก เข้าถึงง่าย และเต็มไปด้วยคอมมูนิตี้ที่น่าสนใจ Sineha Bangkok มองว่า Club Med Padel Cup 2.0 คืออีกหนึ่งอีเวนต์ที่สะท้อนการเติบโตของ Sport Lifestyle ในประเทศไทยได้อย่างชัดเจน และน่าจะเป็นอีกก้าวสำคัญที่ทำให้ “Padel” กลายเป็นกีฬาที่คนไทยรู้จักในวงกว้างมากขึ้น
ข้อมูลเพิ่มเติม: Club Med Padel Cup 2026 สมัครเข้าร่วมการแข่งขัน: Sterling Sport and Wellness Club Med Padel Cup Registration
