ตามมารีวิวร้านอาหารฝรั่งเศสแนวใหม่ ที่เปิดใหม่ล่าสุด ดิ อัลเลียม แบงค็อก (The Allium Bangkok)

หลังจาก ห้องอาหาร The Reflexion หนึ่งในร้านอาหารฝรั่งเศสชื่อดัง ที่เป็นเจ้าของร้านอาหารอันดับ 1 ใน Trip Advisor ของกรุงเทพมหานคร มาอย่างยาวนาน ของโรงแรม The Athenee Hotel, a luxury collection hotel บนถนนวิทยุ ปิดตัวลงไป ทุกคนต่างใจจดใจจ่อ รอการกลับมาเปิดอีกครั้ง

แล้วในที่สุด ห้องอาหารฝรั่งเศสแนวใหม่ The Allium Bangkok ก็เปิดให้บริการหมาดๆ เมื่อสิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา ร้านที่ยังได้เชฟมากความสามารถ Roxanne Lange จาก The Reflexion มาดูแลเหมือนเดิม เชฟ Roxanne ผู้ผ่านร้าน Michelin Star ทั้งใน และต่างประเทศมาแล้ว และยังเคยเป็น Chef de Cuisineให้กับร้าน Savelberg อีกด้วย Sineha Bangkok ไม่พลาดพาทุกคนมาสัมผัสร้าน The Allium ด้วยเช่นกัน

ชื่อ อัลเลียม Allium มาจากชื่อของพืชดอกชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นชื่อเรียกรวมของเครื่องเทศนานาชนิด รวมทั้ง หอมใหญ่ กระเทียม ต้นหอม หอมแดง และต้นหอมจีน (กุยช่าย) ห้องอาหารอัลเลียม โดยเน้นนำเสนออาหารชั้นสูงจากฝั่งตะวันตก โดยมีกลิ่นอายของความร่วมสมัย ตกแต่งโดยเน้นโทนสีขาวและแดงเข้ม มีผนังกระจกใสตลอดแนวด้านหนึ่งของห้องอาหาร มีบริเวณครัวที่เปิดโล่ง ทำให้สามารถมองเห็นบรรยากาศการปรุงอาหารของเชฟได้ในทุกขั้นตอน และในส่วนของวัตถุดิบ เชฟจะคัดสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุดจากฝั่งยุโรป มาผสมผสานกับผลิตผลเกษตรอินทรีย์ที่ผลิตในประเทศ และยังใช้พืชผลในสวนสมุนไพรซี่งปลูกเองภายในโรงแรมอีกด้วย ภายในห้องอาหาร นอกจากนี้ยังมีบริการแบบ “อร่อยตามใจเชฟ” หรือ Chef Table สำหรับผู้ที่ชอบรับประทานอาหารแบบเป็นกันเอง ซึ่งสามารถซักถามพูดคุยกับเชฟได้ตลอดมื้ออาหารอีกด้วย

ในส่วนของเมนูของ The Allium นั้น มีทั้ง A la carte และ Tasting Menu ที่สามารถเลือกได้ โดยมีจำนวนของคอร์ส 3 ระดับให้เลือก คือ 6, 8 และ 10 คอร์ส (ราคา 2,480 บาท++, 2,980 บาท++, และ 3,280 บาท++ ตามลำดับ) หรือจะเลือกเป็น Vegetarian Course ก็ได้เช่นกัน วันนี้ Sineha Bangkok ขอเลือกแบบที่สุดเลยแล้วกัน โดยเลือกเป็น Tasting Menu 10 คอร์ส ที่เชฟตั้งชื่อว่า Memoirs of Home (ราคา 3,280 บาท++)

ก่อนเริ่มต้นคอร์สกันจริงจัง มีทั้ง ขนมปังที่ไม่รู้อบยังไง กรอบนอกนุ่มในดีมาก กรอบนอกคือกรอบแบบไม่เหนียวเลยกินได้จริงๆ เสิร์ฟมากินตอนร้อนๆคือดีมาก และยังมี Amuse Bouche ถึง 3 จานมาเรียกน้ำย่อยกันก่อน

Snack from our Garden รวมผักจิ๋วๆ ที่นำมาปรุงเสิร์ฟมาอย่างน่ารัก ในซอสเพสโตรสเข้มข้น, The Sea หัวกุ้งกับซอสพอนสึ ปรุงด้วยซอสค็อกเทล เสิร์ฟมาในเปลือกหอยที่ทำจากแป้งกรอบ น่ารักไปอีก รสชาติก็เข้ากันดี และ The Land เป็นไอศกรีมมูสตับไก่ เสริฟ์มาในโคนแบบไอศครีมโรยด้วย Balsamic Caviar กับ Pork Cheek ปรุงด้วย Pickle Lily รสชาติเข้ากันดี

La Speciale Jolie Mauger Oyster & Oscietra Caviar ใครชอบหอยนางรม นี่คงชอบเมนูนี้มากมาย เพราะที่นี้ใช้หอยนางรมของ David Hervé ที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพไม่เป็นรองใคร ปรุงด้วยน้ำมะนาวและน้ำแอปเปิ้ล คาเวียร์ที่ให้ความเค็มและความหวานลงตัวของซอส Sour Cream และ Dill จานนี้จึงครบรสลงตัวมาก

Chiang Mai Tomato Salad ตอนแรกที่จานนี้มาเสิร์ฟ แอบเบ้ปากในใจ เพราะมะเขือเทศเยอะมาก^^ ดูเฮลตี้เมนูมาก แต่พอได้ชิมคือจากคนไม่ชอบมะเขือเทศ คุณสามารถรักได้เลยนะ เชฟ Roxanne นำมะเขือเทศมาปรุงในแบบต่างๆ ทั้ง อบแห้ง ลวก ซุป และ Icecream ได้รสสัมผัสที่แตกต่างกันออกไป แต่อร่อยหมดทุกสัมผัส และอาหารสวยดูเป็นเฟมินีน สมกับที่เชฟเป็นผู้หญิงครีเอทเลย

Thai Mud Crab & Cucumber จานนี้ คนไม่ชอบแตงกวาอาจขอข้าม แต่ลองเถอะ เชฟนำเสนอในรูปแบบจ่างออกไป ไม่มีกลิ่นแตงกวา หรือกลิ่นเหม็นเขียวเลย แตงกวาถูกนำมาฝานเป็นเส้นคล้ายสปาเกตตี้ ทานเข้ากันกับเนื้อปูซอส Crème fraîche และโรยด้วย Watermelon & Lime Caviar เปรี้ยว หอม และ หวาน ลงตัวมาก

Hokkaido Scallop & Pumpkin หอยเชลล์จากฮอกไกโด ตัวกำลังพอดีคำ ปรุงมากับฟักทองหลากหลายรูปแบบทั้ง สร้างรสชาติหลากหลายในคำเดียว ทำให้เรารู้สึกได้เลยว่าอยากได้อีกคำ ^^

Red Snapper, Sun Choke & Chorizo ปลาที่สด คัดมาอย่างพิถีพิถัน เมื่อนำมาปรุงด้วยสูตรเฉพาะจากเชฟ ด้วยซอส Beurre Blanc ที่หอมมัน, Chorizo ที่เค็มๆและหอมเครื่องเทศ บวกกับพริกหยวกที่หวานกรอบ รวมถึงความละมุนของโฟม ทำให้จานนี้สวยลงตัวได้เลย

French Moulard Duck Liver & Apple ฟัวกรา คัดคุณภาพอย่างดี ทอดในกระทะ และลูกเล่นหลากหลายของเชฟ ที่นำเสนอ Apple หลากหลายรูปแบบมาข้างๆ ฟัวกรา ไม่ว่าจะ ซอส Apple, Apple Crumble, Apple Gel และ Apple Paper ทำให้ได้รสชาติแปลกใหม่ฟัวกราของจานนี้ไปเลย

Spanish Pyrenees Iberico Lamb Rack & Green Asparagus ตัวซี่โครงแกะที่ ซูวี (Sous Vide) เสิร์ฟแบบMedium Rare นุ่มมากๆ ย้ำว่ามาก ไม่มีกลิ่นสาป ไม่มีเลือดแดงๆให้ขัดใจคนไม่ชอบทานดิบ และซอสรสชาติเข้มข้น หน่อไม้ฝรั่งที่กรอบนอกนุ่มใน ลงตัวที่สุด ยกนิ้วให้เลยสำหรับจานเมนนี้

Organically Made Young Chiang Mai Goat’s Cheese จานนี้คนไม่รักชีสระวังจะตกหลุมรักชีสได้ง่ายๆ เชียงใหม่ Goat Cheese รสชาติดีงามเข้มข้นถูกใจยิ่งนัก Crispy Brioche สอดไส้ด้วยองุ่นสับ และวางด้วยองุ่นฝานเป็นวงกลมด้านบน ราดด้วยซอสองุ่น ทำเอาติดใจมากจริงๆ

Pineapple & Lime เริ่มต้น Dessert ที่รวมกรานิต้าสัปปะรด, Lime Panna Cotta และ ราดด้วย Milk Foam สัมผัสเนียนนุ่ม ละมีสัปปะรดอบแห้งมาตัดเปลี่ยนรสชาตินิดหน่อย ได้ texture ที่ต่างกันไปทั้งเปรี้ยว หวาน มัน ชื่นใจดีแท้

Calamansi from our garden with Madagascan Vanilla Calamansi & Vanilla Ice Cream ที่ทำขึ้นเองจากวัตถุดิบที่ปลูกในโรงแรม ทานคู่กับ Roll ส้ม ที่ทำมาจากส้ม Sunquick, Mandarin และ Calamansi

Milk & Organic Honey & Hazelnut มิลค์ไอศครีม ราดด้วย น้ำผึ้งออแกนิค แล้วโรยด้วย Crispy Milk / Hazelnut / Pop Rocks จานนี้ แอบตินิดหนึ่ง จาก Milk Ice-cream ที่เย็นจัดจนเวลาทานเย็นและแข็งเกินไปนิด

The Allium Bangkok เป็นอีกร้านที่ Sineha Bangkok แนะนำและอยากให้ทุกคนได้มาลอง มาสัมผัสอาหารฝรั่งเศสชั้นเลิศแนวใหม่ ที่ไม่ช้าไม่นานต้องมีลุ้น Michelin Star อย่างแน่นอน !

ห้องอาหาร The Allium อยู่ที่ The Athenee Hotel, a luxury collection hotel, Bangkok ถนน วิทยุ, เพลินจิต เวลาเปิดให้บริการ : อังคาร – เสาร์ (ปิดอาทิตย์ – จันทร์) มื้อค่ำ 18:00 – 22:30 น. (สั่งอาหารได้ถึงเวลา 22:00 น.)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 02 650 8800 อีเมล [email protected] หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.marriott.com/hotels/travel/bkkla-the-athenee-hotel-a-luxury-collection-hotel-bangkok/