Bura Marie Khao Chae เปิดสำรับครั้งแรกของ iberry Group ที่ต้องลอง

ข้าวแช่สุดละเมียด เครื่องเคียงครบ พร้อมเมนูไทยร่วมสมัยที่กินแล้วอยากกลับไปซ้ำ

ถ้าพูดถึงข้าวแช่ หลายคนยังมีภาพจำว่าเป็นเมนูที่สวยแต่กินยาก แต่รอบนี้ Sineha Bangkok ได้มีโอกาสไปลอง “ข้าวแช่” ครั้งแรกของร้าน Bura Marie และยังเป็นครั้งแรกของเครือ iberry Group ตั้งแต่ก่อตั้งมากว่า 20 ปี คุณปลา (เจ้าของ iberry Group) ที่บอกเองว่าไม่เคยคิดจะทำข้าวแช่มาก่อน แต่ปีนี้เชฟป๊อบ Pitchakorn ทำให้เปลี่ยนใจ ด้วยรสชาติที่กลมกล่อมและเข้าถึงง่าย แม้แต่คนที่ไม่เคยอินกับข้าวแช่ก็ยังเอ็นจอยได้

สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือ “น้ำแช่ข้าว” ที่หอมกลิ่นดอกไม้และใบเตยลอยขึ้นมาเบา ๆ ไม่ฉุน แต่ชัดเจน ตัวข้าวเรียงเม็ดสวย หนึบกำลังดี พอกินพร้อมน้ำแล้วให้ความรู้สึกสดชื่นแบบที่เหมาะกับอากาศร้อนของกรุงเทพมาก

เครื่องเคียงทั้ง 10 อย่างคืออีกหนึ่งไฮไลต์ที่ทำให้สำรับนี้สมบูรณ์ ลูกกะปิย่างหอมลึกจากกะปิผัดกับปลาดุกย่าง มีความเข้มข้นแต่ไม่หนักเกินไป ลูกไข่เค็มใช้ไข่จากไชยา ปั้นพอดีคำ รสเค็มกำลังดีแบบธรรมชาติ หอมแดงสอดไส้ปลาช่อนเลือกใช้หอมแขกเนื้อแน่น ให้สัมผัสหวานนุ่มตัดกับไส้กรอบด้านใน

พริกหยวกห่อไส้หมูและกุ้งบะช่อ ห่อด้วยไข่ฟูบาง ๆ รสกลมกล่อมกินง่าย ไข่ปลาสลิดทอดกรอบนอกนุ่มใน เพิ่มเท็กซ์เจอร์ให้สำรับ และหนึ่งในเมนูที่ Sineha Bangkok ได้ยินคนชมมากคือ พริกชี้ฟ้าแห้งสอดไส้ปลาดุกฟูผัดพริกขิง กลิ่นหอมเครื่องเทศชัด รสเข้มข้น และช่วยตัดความเลี่ยนได้ดีมาก

ยังมีปลาสลิดครองแครงที่เคลือบน้ำตาลมะพร้าวหอมพริกไทย ปลายี่สนผัดหวานที่ให้รสละมุน ไชโป๊วผัดหวานที่ได้กลิ่นคาราเมลอ่อน ๆ และหมูฝอยที่ช่วยเติมมิติความนุ่มให้ทั้งสำรับ ทุกอย่างถูกคิดมาให้บาลานซ์กันจริง ๆ ปิดท้ายเซ็ตด้วย กรานิต้า ล้างปากก่อนชิมเมนูอื่นต่อไป

ข้าวแช่เซ็ตนี้ราคา 890 บาทต่อชุด และมีจำนวนจำกัดวันละ 50 ชุด เปิดให้จองถึง 31 พฤษภาคมเท่านั้น ใครอยากลองต้องวางแผนดี ๆ เพราะเป็นเมนู seasonal ที่ตั้งใจทำแบบใส่รายละเอียดทุกขั้นตอน

หลังจากอิ่มกับข้าวแช่ มาทั้งที Sineha Bangkok ขอลองเมนูอื่นของร้านต่อเลย เริ่มจากขนมจีนซาวน้ำ ราคา 320 บาท ที่ทำออกมาได้สดชื่นและละมุน น้ำกะทิหอมแต่ไม่เลี่ยน รสหวานเค็มเปรี้ยวตัดกันพอดี เป็นอีกจานที่กินแล้วหยุดไม่ได้

ต้มจืดกระดูกอ่อนซุปมะพร้าวน้ำหอม ราคา 360 บาท ให้ความหอมหวานจากมะพร้าวอ่อนแบบชัดเจน กระดูกหมูนุ่ม ซุปกลมกล่อม ดื่มแล้วรู้สึกสบายมาก ผัดพริกขิงปลาดุกฟู ราคา 280 บาท รสเข้มถึงเครื่อง สมกับที่พนักงานแนะนำ

อีกจานที่ Sineha Bangkok ชอบเป็นพิเศษคือ หมึกแดดเดียวทอดกระเทียมพริกขี้หนู ราคา 350 บาท ปลาหมึกไม่เหนียวเลย กระเทียมทอดหอมและกรอบ เป็นเมนูที่กินเพลินมาก หมูแม๊กกี้ ราคา 285 บาท เป็นเมนูบ้าน ๆ ที่ทำออกมาได้อร่อยแบบไม่ธรรมดา และหมี่กรอบกุ้งสด ราคา 295 บาท ก็ให้เท็กซ์เจอร์กรอบเบา รสไม่หนัก กินได้เรื่อย ๆ

ปิดท้ายด้วยของหวานอย่างเค้กเปียกปูน ราคา 165 บาท เนื้อเค้กฟูนุ่ม ท็อปปิ้งเปียกปูนหวานกำลังดี และขนมปังปิ้งสังขยาเผือก ราคา 165 บาท ที่หอมกลิ่นเผือกเบา ๆ ขนมปังกรอบนอกนุ่มใน กินคู่สังขยาแล้วลงตัว

อีกอย่างที่ไม่ควรพลาดคือชา เพราะที่นี่ให้ความสำคัญกับ “กลิ่นหอม” เป็นหัวใจหลักของร้าน มีทั้งชาแบบร้อน เย็น แบบไม่มีคาเฟอีน และแบบใส่นมให้เลือกหลากหลาย ช่วยเสริมประสบการณ์ของมื้ออาหารให้สมบูรณ์ขึ้น

สำหรับ Sineha Bangkok ร้านนี้ไม่ใช่แค่ร้านอาหารไทย แต่เป็นการตีความใหม่ที่ยังคงรสรากเดิม ทั้งรสชาติ กลิ่น และรายละเอียด ทุกจานเหมือนค่อย ๆ เปิด layer ให้ค้นหา โดยเฉพาะข้าวแช่ที่ทำให้เข้าใจว่าอาหารไทยสามารถ elegant และเข้าถึงง่ายได้ในเวลาเดียวกัน

ถ้าใครกำลังมองหาร้านอาหารไทยที่มีดีเทล มีเรื่องเล่า และมีเมนู seasonal ที่น่าลอง ข้าวแช่ของ Bura Marie คือหนึ่งในจานที่ไม่ควรพลาดในช่วงซัมเมอร์นี้ ไปลองได้ทั้ง สาขา สยามพารากอน และ เซ็นทรัล ดุสิต ปาร์ค ร้านดีไซน์สวย หรู ดูมีรสนิยม ทั้งสองสาขา

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.