Italian Lifestyle Destination ที่อยากนั่งยาวตั้งแต่มื้อสายยันเจลาโตหลังดินเนอร์

ช่วงนี้รู้สึกว่าคาเฟ่เปิดใหม่ในกรุงเทพเยอะมาก แต่มีไม่กี่ร้านที่เดินเข้าไปแล้วรู้สึกว่า “อยากอยู่ต่อ” แบบไม่รีบกินรีบกลับ แล้ว Café Buongiorno ที่ Town Hall สุขุมวิท 49 เป็นหนึ่งในนั้น

ร้านอยู่ใกล้สมิติเวชสุขุมวิท เดินเข้ามาในโครงการคือบรรยากาศเปลี่ยนเลย ฟีลมันไม่ได้เหมือนคาเฟ่ในเมืองที่เร่งรีบ แต่มีความ Mediterranean แบบอบอุ่น โปร่ง ๆ แสงสวย มุมเยอะ และดูเป็น “Italian living space” มากกว่าร้านอาหารทั่วไป

Sineha Bangkok ว่าความน่าสนใจของที่นี่คือเขาไม่ได้ขายแค่อาหารอิตาเลียน แต่ขาย mood ของการใช้ชีวิตแบบอิตาลี ที่กินข้าวช้า ๆ ดื่มไวน์ คุยกันยาว ๆ แล้วจบด้วยเจลาโตดี ๆ สักถ้วย


ร้านแบ่งออกเป็น 2 โซนหลัก ซึ่งตอบโจทย์คนละฟีลชัดมาก
โซนแรกคือ Café Buongiorno Per Tutti ที่เน้นอาหารอิตาเลียน comfort food แบบกินง่ายแต่จริงจังเรื่องรสชาติ ส่วนอีกโซนคือ Gelateria ที่เป็นเจลาโตบาร์สาย creative แบบรสชาติคาดเดาไม่ได้



เริ่มจากอาหารก่อน จานที่ Sineha Bangkok ชอบมากคือ Bucatini Amatriciana ราคา 250 บาท เป็นพาสต้าเส้นหนาที่ต้มมาแบบ al dente จริง ซอสมะเขือเทศเข้มข้นแบบมี depth ไม่ใช่แดงหวานทั่วไป แล้วมีความเผ็ดปลายลิ้นเบา ๆ จากพริกแห้งกับแพนเชตต้า กินแล้วรู้เลยว่าร้านนี้ไม่ได้ทำรสให้กลางเพื่อเอาใจทุกคน แต่ยังเก็บ character แบบอิตาเลียนไว้เต็ม



อีกจานที่ surprisingly ดีคือ Eggplant Ravioli with Rosé Sauce ตัวราวิโอลีนุ่มมาก ไส้มะเขือม่วงเนียนจนเกือบเหมือนครีม ซอสโรเซ่ทำมาละมุน ไม่หนักครีมเกินไป เป็นจานที่ดูเรียบแต่กินแล้วหยุดไม่ได้
แล้วอยากให้สั่ง Focaccia มาด้วย เพราะขนมปังอบสดของที่นี่หอมมาก มีความ rustic แบบร้านเบเกอรีในยุโรปจริง ๆ ด้านนอกกรอบนิด ๆ ด้านในยังนุ่ม กินเปล่า ๆ ก็เพลินแล้ว



ส่วนสายกินคลีนหน่อย Feta Salad ก็สดชื่นเกินคาด ผักสด ชีสไม่เค็มโดด และบาลานซ์ได้ดีมากกับอาหารจานหนักบนโต๊ะ หรือมื้อกลางวันแบบเร่งด่วนก็มี Lunch Set Menu 3 คอร์ส 650 บาท เลือกด้วย
แต่ถ้าพูดถึงสิ่งที่ทำให้ Café Buongiorno ต่างจากร้านอิตาเลียนอื่นในกรุงเทพจริง ๆ น่าจะเป็นฝั่ง Gelateria
ตอนแรกคิดว่าจะเป็นเจลาโตสวย ๆ ทั่วไป แต่พอเดินไปดูหน้าบาร์คือสนุกมาก เพราะมีรสชาติที่ไม่คิดว่าจะทำเป็นเจลาโตได้


อย่าง Red Wine Gelato, Beer Gelato และ Prosecco Gelato ที่กลายเป็นไวรัลของร้าน คือฟังดูแปลก แต่กินจริงแล้ว surprisingly smooth มาก โดยเฉพาะ Prosecco Gelato ที่มีความสดชื่นแบบ sparkling wine จริง กินแล้วฟีล summer มาก
ส่วน Lemon Basil ก็เป็นอีกรสที่ชอบ เพราะมันสดมาก กลิ่นโหระพาอิตาเลียนขึ้นชัดแต่ไม่แรงเกินไป ตัดกับเลมอนได้ดีมาก

แน่นอนว่ารส classic ก็มีครบ ทั้ง Pistachio, Vanilla และ Chocolate ซึ่งทำออกมา texture ดีมาก มีความเป็น artisan gelato ชัด กินแล้วจะรู้เลยว่ามันเนียนและละลายต่างจากไอศกรีมทั่วไป

อีกเมนูที่ควรปิดท้ายคือ Café Buongiorno Affogato ราคา 160 บาท เจลาโตวานิลลาราด espresso shot เข้ม ๆ เสิร์ฟพร้อม biscotti สูตรของร้าน เป็นอะไรที่ simple แต่ดีมาก โดยเฉพาะถ้านั่งช่วงบ่ายแก่ ๆ หรือหลังดินเนอร์ มันให้ฟีลยุโรปแบบไม่ต้องพยายาม
Sineha Bangkok แอบชอบที่ร้านนี้มีความ “Relaxed but Refined” คือไม่ได้ formal จนเกร็ง แต่ทุกอย่างดูตั้งใจ ตั้งแต่การจัดจาน เพลงในร้าน ไปจนถึงการบริการ


อีกอย่างที่รู้สึกได้คือ passion ของคนทำ เพราะ Café Buongiorno ไม่ได้เป็นร้านที่เปิดตามเทรนด์ แต่มีเรื่องราวจริงอยู่ข้างหลัง โดยเฉพาะตัวผู้ก่อตั้งอย่าง Commendatore Enzo Peroni ที่ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์จากรัฐบาลอิตาลี จากการผลักดันวัฒนธรรมและอาหารอิตาเลียนในระดับนานาชาติ
ซึ่งพอได้มานั่งจริง ๆ ก็เข้าใจว่าเขาไม่ได้อยากให้ที่นี่เป็นแค่ร้านอาหาร แต่เป็นพื้นที่ที่ให้คนได้ใช้เวลากับอาหารและคนรอบตัวแบบ slow living มากกว่า

ยิ่งช่วงเย็นร้านยิ่งสวย แสงจะ warm ขึ้น คนเริ่มสั่งไวน์ บรรยากาศเหมือนหลุดไปอยู่คาเฟ่แถว southern Italy แบบงง ๆ ทั้งที่จริงยังอยู่สุขุมวิท

สำหรับใครที่กำลังหาร้านนั่งชิลในกรุงเทพ ที่ได้ทั้ง brunch, dinner, dessert หรือจะมา hangout แบบไม่เร่งรีบ Café Buongiorno ถือว่าเป็นอีก hidden gem ที่น่าจะกลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของสุขุมวิท 49 ได้ไม่ยาก
Café Buongiorno เปิดวันอังคาร – อาทิตย์, วันธรรมดา 08.00 – 21.30 น. และ เสาร์ – อาทิตย์ 09.00 – 21.30 น.
โครงการ Town Hall สุขุมวิท 49 ใกล้โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท และ BTS พร้อมพงษ์
