เปิดแคมเปญระดับโลก หนังสือ Beyond Silk และคอลเลกชันพิเศษ ตอกย้ำบทบาทผ้าไหมไทยบนเวทีสากล

ตลอดระยะเวลากว่า 75 ปีที่ผ่านมา Jim Thompson ได้พิสูจน์ให้โลกเห็นว่าผ้าไหมไทยไม่ได้เป็นเพียงสิ่งทอ แต่คือมรดกทางวัฒนธรรมที่สามารถเล่าเรื่องราวและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนทั่วโลกได้อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดแบรนด์ประกาศเฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปี พร้อมเปิดตัวโกลบอลแคมเปญครั้งสำคัญที่สะท้อนการเดินทางจากผู้บุกเบิกผ้าไหมไทยสู่แบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับสากล

จากจุดเริ่มต้นของผู้ก่อตั้งอย่าง Jim Thompson ที่ผลักดันผ้าไหมไทยให้เป็นที่รู้จักในเวทีโลก ปัจจุบันแบรนด์ได้เติบโตสู่ธุรกิจไลฟ์สไตล์ครบวงจร ทั้งแฟชั่น สินค้าผ้าตกแต่งบ้าน ร้านอาหาร และประสบการณ์เชิงวัฒนธรรมที่สะท้อนเอกลักษณ์ของไทยในมุมมองร่วมสมัย
วันนี้ Jim Thompson มีสโตร์รีเทลรวมกว่า 31 แห่งในเมืองท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต สมุย กระบี่ และพัทยา พร้อมสร้างแลนด์มาร์กไลฟ์สไตล์สำคัญของกรุงเทพฯ อย่าง Jim Thompson Heritage Quarter ที่รวบรวมประสบการณ์กิน ดื่ม เที่ยว ช้อป และศิลปวัฒนธรรมไว้ในพื้นที่เดียว
นอกจากนี้แบรนด์ยังเปิดไลฟ์สไตล์สโตร์แห่งแรกที่ One Bangkok ซึ่งสะท้อนกลยุทธ์การขยายธุรกิจสู่การเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์เต็มรูปแบบ ที่เชื่อมโยงดีไซน์ วัฒนธรรม และการใช้ชีวิตร่วมสมัยเข้าด้วยกัน


กลยุทธ์คอลแลบระดับโลก ขยายอิทธิพลผ้าไหมไทย
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Jim Thompson เดินหน้าสร้างการรับรู้ในระดับนานาชาติผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นการร่วมมือกับ Thai Airways ตั้งแต่ปี 2566–2569 เพื่อออกแบบ Amenity Kit และคอลเลกชัน Comfort Wear สำหรับผู้โดยสารชั้นธุรกิจ


รวมถึงการสร้างคอลเลกชันพิเศษกับแบรนด์และโรงแรมระดับโลกอย่าง Four Seasons Hotel ซึ่งช่วยถ่ายทอดดีเอ็นเอของผ้าไหมไทยสู่ผู้บริโภคทั่วโลกผ่านประสบการณ์การเดินทางและการพักผ่อนระดับพรีเมียม
อีกหนึ่งโมเมนต์ที่สร้างกระแสระดับโลกคือการที่ไอเทมแฟชั่นและผ้าตกแต่งของ Jim Thompson ปรากฏในซีรีส์ดังอย่าง The White Lotus Season 3 ซึ่งช่วยผลักดันให้แบรนด์เป็นที่พูดถึงในวงการแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ระดับนานาชาติ


ขณะเดียวกันแบรนด์ยังร่วมมือกับ DTH Travel สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวสุดเอ็กซ์คลูซีฟผ่านโปรเจกต์ The Blue Jasmine x Jim Thompson ที่ตกแต่งห้องโดยสารรถไฟด้วยผ้าตกแต่งของแบรนด์ พร้อมเปิดโชว์รูมสินค้าบนรถไฟเป็นครั้งแรก
เดินหน้าครีเอทีฟแฟชั่นผ่านศิลปินและดีไซเนอร์
ในโลกแฟชั่น การร่วมงานกับดีไซเนอร์และศิลปินคืออีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ Jim Thompson เข้าถึงกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ หนึ่งในแคมเปญที่ได้รับเสียงตอบรับอย่างดีคือโปรเจกต์ Artists in Residence ซึ่งเริ่มต้นในปี 2566 โดยร่วมงานกับศิลปินไทยอย่าง Pomme Chan และศิลปินร่วมสมัยอีกหลายคน ถ่ายทอดศิลปะผ่านคอลเลกชันแฟชั่นและผ้าไหมดีไซน์พิเศษ ต่อมาในปี 2568 แบรนด์ยังเปิดตัว Jim Thompson Artists-in-Residence 2025: Scarf Edition ที่นำเสนอคอลเลกชันผ้าพันคอผ้าไหมลิมิเต็ด ซึ่งสะท้อนมุมมองศิลปะและเรื่องราวเฉพาะตัวของศิลปินแต่ละคน นอกจากนี้ Jim Thompson ยังสร้างความตื่นเต้นในวงการแฟชั่นผ่านการคอลแลบกับแบรนด์และดีไซเนอร์ชื่อดังมากมาย เช่น ASAVA FitFlop และ PAÑPURI รวมถึงดีไซเนอร์ไทยหลายราย ซึ่งช่วยให้แบรนด์เข้าถึงผู้บริโภคจากหลากหลายเจเนอเรชัน

ผ้าตกแต่งบ้านไทยบนเวทีดีไซน์ระดับโลก
ในด้านสินค้าผ้าตกแต่งบ้าน Jim Thompson ยังคงได้รับการยอมรับในเวทีดีไซน์ระดับโลกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการนำเสนอคอลเลกชันในงาน Paris Déco Off ล่าสุดในปี 2569 ได้เปิดตัวคอลเลกชัน Oriental Odyssey ที่นำลวดลายจากคลังอาร์ไคฟ์ของแบรนด์มาตีความใหม่โดย Dow Vichada Sitakalin สะท้อนแนวคิดการต่อยอดมรดกงานหัตถศิลป์ไทยสู่การออกแบบร่วมสมัย
ตลอดสามปีที่ผ่านมา แบรนด์ได้ส่งมอบสินค้าผ้าตกแต่งบ้านให้โครงการกว่า 500 แห่ง ใน 60 ประเทศทั่วโลก ทั้งโรงแรม รีสอร์ต และโครงการที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์ อีกหนึ่งคอลเลกชันที่ได้รับความสนใจคือ Wild ซึ่งสร้างสรรค์ร่วมกับ Bill Bensley นักออกแบบระดับโลกผู้ก่อตั้งสตูดิโอ BENSLEY

ขยายอาณาจักรไลฟ์สไตล์สู่ธุรกิจอาหาร
นอกจากแฟชั่นและผ้าตกแต่งบ้าน ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มยังเป็นอีกหนึ่งเสาหลักที่ช่วยสร้างประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ครบวงจรให้กับแบรนด์ ภายใน Jim Thompson Heritage Quarter มีร้านอาหารและคาเฟ่หลากหลาย เช่น ร้านอาหารไทย Jim Thompson, Jim’s Terrace, The O.S.S. Bar, The O.S.S. Room และ Silk Café ซึ่งนำเสนอทั้งอาหารไทยร่วมสมัย เครื่องดื่ม และบรรยากาศที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์
ขณะเดียวกันแบรนด์ยังขยายสาขา Jim’s Terrace ไปยัง One Bangkok และเปิด Silk Café สาขาที่สองที่ ICONSIAM เพื่อขยายประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ให้เข้าถึงผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

แคมเปญฉลอง 75 ปี เปิดตัวหนังสือ Beyond Silk
ไฮไลต์สำคัญของการเฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปีคือการเปิดตัว Coffee Table Book เล่มแรกของแบรนด์ในชื่อ Jim Thompson: Beyond Silk, Beyond Thailand ซึ่งจัดทำร่วมกับสำนักพิมพ์ชื่อดังจากฝรั่งเศสอย่าง Assouline หนังสือเล่มนี้รวบรวมภาพถ่ายจากคลังประวัติศาสตร์ เรื่องราวด้านดีไซน์ และการเดินทางของแบรนด์จากผ้าไหมไทยสู่แบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลก โดยเปิดตัวครั้งแรกที่ Assouline Paris ก่อนจะนำกลับมาเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่กรุงเทพฯ
ตลอดปี 2569 Jim Thompson ยังเตรียมเปิดตัวโปรเจกต์พิเศษอีกมากมาย เช่น วิดีโอเล่าเรื่องวิวัฒนาการของแบรนด์ผ่านสัญลักษณ์ “มือ” ที่สื่อถึงงานหัตถศิลป์ การทอผ้า และการส่งต่อความรู้จากรุ่นสู่รุ่น


รวมถึงโปรเจกต์ Jim and I: The Weaver’s Stories ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของผู้คน 12 คนซึ่งมีบทบาทในเส้นทางของแบรนด์ ผ่านภาพยนตร์สั้นและภาพพอร์เทรตที่สะท้อนความผูกพันระหว่างผู้คนกับ Jim Thompson
อีกหนึ่งไฮไลต์คือการเปิดตัวคอลเลกชันแคปซูลฉลอง 75 ปี ซึ่งจะเปิดตัวสองช่วงในเดือนมิถุนายนและตุลาคม 2569 โดยนำแรงบันดาลใจจากลวดลายอาร์ไคฟ์และมรดกผ้าไหมไทยมาสร้างสรรค์เป็นแฟชั่นไอเทม ผ้าพันคอ เครื่องประดับ และไลฟ์สไตล์โปรดักต์รุ่นพิเศษ

พร้อมกันนี้แบรนด์ยังเปิดตัวโลโก้ “75th Anniversary” ซึ่งออกแบบมาเพื่อใช้ในการสื่อสารทั่วโลกตลอดปี โดยเลข 7 โทนขาวดำสื่อถึงตำนานผ้าไหมไทย ขณะที่เลข 5 ในโทนสีสดสะท้อนการก้าวสู่แบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับนานาชาติ การเฉลิมฉลองครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการย้อนมองความสำเร็จในอดีต แต่ยังเป็นการประกาศทิศทางใหม่ของ Jim Thompson ในการนำมรดกผ้าไหมไทยก้าวสู่เวทีโลก ผ่านความคิดสร้างสรรค์และไลฟ์สไตล์ที่ร่วมสมัยยิ่งขึ้น.
