จิบชา ชิมช็อกโกแลต และปล่อยบ่ายให้ช้าลงที่ Tea Lounge, Capella Bangkok

ถ้าช็อกโกแลตในความทรงจำของเรามักจบอยู่ที่คำว่า “หวาน” Afternoon Tea ครั้งนี้ที่ Capella Bangkok อาจทำให้ต้องคิดใหม่ เพราะ Éclat de Cacao ไม่ได้พยายามทำให้ช็อกโกแลตดูหวือหวา แต่เลือกเล่าเรื่องของวัตถุดิบตัวนี้ผ่านรสชาติและเท็กซ์เจอร์ที่แตกต่างกัน จนรู้สึกเหมือนได้ค่อย ๆ ทำความรู้จักช็อกโกแลตในมุมที่ไม่เคยสังเกตมาก่อน

Sineha Bangkok ได้มีโอกาสมานั่งที่ Tea Lounge พื้นที่ที่หลายคนน่าจะคุ้นเคยกับบรรยากาศสงบ ๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และครั้งนี้บรรยากาศเดิมถูกเติมด้วยเรื่องราวของ Valrhona แบรนด์ช็อกโกแลตจากฝรั่งเศสที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษ ก่อนจะกลายเป็น afternoon tea ที่เหมาะกับการใช้เวลาช่วงบ่ายแบบไม่ต้องรีบไปไหน

Éclat de Cacao เป็นความร่วมมือระหว่าง Executive Pastry Chef Paulo Bairan แห่ง Capella Bangkok และ Regional Pastry Chef APAC Guillaume Lopvet จาก Valrhona ซึ่งนำมุมมองของเชฟขนมอบสองคนมารวมกันผ่านเมนูขนมที่ไม่ได้มีแค่ความหวาน แต่พยายามดึงคาแรกเตอร์ของช็อกโกแลตแต่ละแบบออกมาให้ชัดขึ้น


ประสบการณ์เริ่มต้นด้วย welcome drink ที่หยิบเอาช็อกโกแลตมาจับคู่กับกลิ่นและรสของ citrus ทำให้เปิดมื้อได้สดชื่นกว่าที่คิด ก่อนจะค่อย ๆ ไล่ไปยัง pre-dessert bites, scones, signature pastries, petits fours และ mignardises


สิ่งที่ Sineha Bangkok ชอบคือจังหวะของ afternoon tea ชุดนี้ไม่ได้เทขนมหวานทุกอย่างลงมาให้เลือกพร้อมกัน แต่ค่อย ๆ พาเราเดินทางผ่านรสชาติ ทำให้แต่ละคำมีพื้นที่ของตัวเอง และทำให้เห็นว่าช็อกโกแลตสามารถมีคาแรกเตอร์ได้ตั้งแต่โทนที่สดใสและมีชีวิตชีวา ไปจนถึงความเข้มลึกของดาร์กช็อกโกแลต
สำหรับคนที่ไม่ใช่สายช็อกโกแลตจัด ๆ ก็ยังสนุกกับประสบการณ์นี้ได้ เพราะขนมแต่ละชิ้นไม่ได้เน้นความหวานเพียงอย่างเดียว แต่มีการเล่นกับ texture และรสชาติอื่นเข้ามาช่วยให้บาลานซ์กัน ทำให้กินต่อได้เรื่อย ๆ โดยไม่รู้สึกว่าหนักเกินไป


อีกหนึ่งรายละเอียดที่น่าสนใจคือเรื่องของ Valrhona เอง ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์ช็อกโกแลตที่เราคุ้นชื่อ แต่เป็นหนึ่งในผู้ผลิตที่ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับ pastry chefs และการทำความเข้าใจรสชาติของ cacao อย่างจริงจัง ช็อกโกแลตจึงไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงส่วนประกอบของขนม แต่เป็นวัตถุดิบที่สามารถถ่ายทอดกลิ่น รส ความขม ความเปรี้ยว และความซับซ้อนออกมาได้แตกต่างกัน
และเมื่อเรื่องทั้งหมดถูกเสิร์ฟใน Tea Lounge ของ Capella Bangkok ก็ยิ่งทำให้ afternoon tea ครั้งนี้มีบรรยากาศที่ต่างออกไป

ด้านหนึ่งคือวิวแม่น้ำเจ้าพระยา อีกด้านคือบรรยากาศของ lily pond ที่ช่วยให้พื้นที่ดูนิ่งและสงบขึ้น ยิ่งนั่งนานยิ่งรู้สึกว่าที่นี่เหมาะกับ afternoon tea แบบที่ไม่ต้องรีบถ่ายรูปแล้วกลับ แต่เป็นการนั่งคุย นั่งจิบชา และปล่อยให้เวลาผ่านไปช้าลงหน่อย


แน่นอนว่าชาที่เลือกมากินคู่กันก็มีส่วนสำคัญ เพราะ Éclat de Cacao มาพร้อม curated selection of premium teas รวมถึง herbal และ floral infusions ที่ช่วยตัดและเสริมรสของขนมในแต่ละช่วง ทำให้ประสบการณ์ไม่ได้วนอยู่กับช็อกโกแลตเพียงอย่างเดียว
สำหรับ Sineha Bangkok แล้ว สิ่งที่ทำให้ Éclat de Cacao น่าสนใจไม่ใช่แค่การนำ Valrhona เข้ามาร่วมสร้างสรรค์ afternoon tea แต่คือวิธีที่ Capella Bangkok ทำให้ช็อกโกแลตกลายเป็นเรื่องราวที่ค่อย ๆ เปิดเผยทีละคำ จากเครื่องดื่มต้อนรับ ไปจนถึงขนมชิ้นเล็ก ๆ และช่วงท้ายของมื้อ


มันจึงให้ความรู้สึกมากกว่า afternoon tea ที่มานั่งกินขนมกับชา แต่เป็น chocolate experience ที่ยังคงเสน่ห์ของ ritual แบบ afternoon tea เอาไว้ครบ
Éclat de Cacao Afternoon Tea เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม ถึง 9 ตุลาคม 2026 ที่ Tea Lounge, Capella Bangkok ราคา THB 1,800++ ต่อคน หรือ THB 3,500++ ต่อชุดสำหรับ 2 คน


ใครกำลังมองหา afternoon tea ในกรุงเทพฯ ที่มีทั้งบรรยากาศดี ขนมจริงจัง และมีเรื่องราวให้ค่อย ๆ ทำความรู้จัก Éclat de Cacao เป็นอีกหนึ่ง experience ที่ควรลอง โดยเฉพาะคนที่คิดว่าตัวเองรู้จักช็อกโกแลตดีอยู่แล้ว เพราะบางทีแค่เปลี่ยนวิธีชิม เราอาจได้เจอมุมใหม่ของรสชาติที่คุ้นเคยก็ได้
