MK Paradise ประสบการณ์สุกี้โฉมใหม่ของ MK ที่ Siam Paragon

จากหม้อสุกี้ที่คุ้นเคย สู่มื้ออาหารที่มีทั้งรสชาติ บรรยากาศ และเมนูจีนร่วมสมัยมากขึ้น

ช่วงนี้ถ้าเดินผ่านโซนร้านอาหารใน Siam Paragon หลายคนน่าจะสะดุดตากับร้าน MK ที่ดูเปลี่ยนไปพอสมควร ป้ายยังคงเป็น MK ที่เราคุ้นเคย แต่มีชื่อใหม่ต่อท้ายว่า MK Paradise ซึ่งเป็นโมเดลใหม่ที่แบรนด์สุกี้เจ้าตลาดกำลังทดลองนำเสนอในรูปแบบที่แตกต่างจากร้าน MK แบบเดิม

Sineha Bangkok แวะไปลองในวันเปิดร้านวันแรกช่วงกลางวันพอดี บรรยากาศในร้านยังค่อนข้างสบาย ๆ แต่ก็มีลูกค้าเข้ามาเรื่อย ๆ ทั้งกลุ่มเพื่อน ครอบครัว และนักท่องเที่ยวที่เดินผ่านแล้วสนใจร้านที่ดูใหม่ขึ้นจากภาพจำของ MK ที่หลายคนคุ้นเคย

สิ่งแรกที่รู้สึกได้เมื่อเดินเข้าไปคือบรรยากาศร้านที่เปลี่ยนไปพอสมควร โทนสีแดงและทองทำให้ร้านดูคล้ายร้านอาหารจีนพรีเมียมมากขึ้น แสงในร้านออกโทนอุ่น นั่งแล้วรู้สึกสบาย รายละเอียดของดีไซน์มีเส้นสายโค้งที่ได้แรงบันดาลใจจากบะหมี่หยก เมนูไอคอนของ MK ทำให้ร้านยังคงกลิ่นอายเดิมของแบรนด์ แต่เพิ่มความร่วมสมัยเข้าไปอีกนิด

MK Paradise พยายามนำเสนอแนวคิดที่เรียกว่า Craft Suki หรือสุกี้ที่ให้ความสำคัญกับขั้นตอนการปรุงมากขึ้น หนึ่งในจุดที่ต่างจากสุกี้แบบเดิมคือเทคนิคที่เรียกว่า สุกี้ผัดซุป

ก่อนจะเติมน้ำซุปลงหม้อ พนักงานจะเริ่มจากการผัดเครื่องในหม้อก่อน โดยในวันที่ Sineha Bangkok ไปลอง ซุปกระดูกหมูไต้หวันที่เลือกนั้นมีการใส่เนยลงไปผัดด้วย กลิ่นเนยที่โดนความร้อนลอยขึ้นมาหอมเตะจมูกทันที ก่อนที่จะเติมน้ำซุปกระดูกหมูลงไป กลายเป็นซุปที่ให้ความหอมมันและกลมกล่อมตั้งแต่หม้อแรก

น้ำซุปของ MK Paradise มีให้เลือกทั้งหมด 5 แบบ ได้แก่ ซุปต้นตำรับ ซุปกระดูกหมูไต้หวัน ซุปต้มยำมันกุ้ง ซุปหมาล่าไต้หวัน และซุปสุกี้ยากี้ญี่ปุ่น

สำหรับโต๊ะของ Sineha Bangkok เลือกซุปกระดูกหมูไต้หวัน เพราะอยากเริ่มจากรสชาติที่กินง่าย ซุปออกแนวกลมกล่อม หอมกระดูกหมู และมีความนัวจากเนยที่ผัดก่อนหน้า เวลาต้มเนื้อ ผัก หรือเส้นต่าง ๆ ลงไป รสชาติจะซึมเข้าไปดี ทำให้หม้อสุกี้ดูมีมิติมากขึ้นกว่าสุกี้แบบเดิมที่คุ้นเคย

พอซุปเริ่มเดือดก็เริ่มทยอยใส่วัตถุดิบลงไปเหมือนการกินสุกี้ทั่วไป แต่สิ่งที่รู้สึกได้คือกลิ่นของซุปค่อนข้างชัดตั้งแต่ต้น ทำให้การต้มแต่ละรอบยังคงความหอมอยู่ตลอดมื้อ

นอกจากสุกี้แล้ว MK Paradise ยังเพิ่มเมนูอาหารจีนเข้ามาในเมนูด้วย ทำให้มื้ออาหารไม่ได้จำกัดอยู่แค่หม้อสุกี้อย่างเดียว ซึ่ง Sineha Bangkok ก็ลองสั่งมาหลายอย่างมาแชร์กันบนโต๊ะ

จานแรกที่มาคือ ยำแมงกะพรุนเครื่องเสวย เสิร์ฟมาแบบเย็น แมงกะพรุนกรุบกำลังดี คลุกกับเครื่องยำที่ให้รสเปรี้ยว เค็ม และเผ็ดอ่อน ๆ กินแล้วรู้สึกสดชื่น เป็นเมนูที่เหมาะกับการเริ่มต้นมื้ออาหาร

ต่อด้วย ขนมจีบเป็ดซอสเป๋าฮื้อ ตัวขนมจีบเนื้อเป็ดค่อนข้างแน่น ด้านบนราดซอสเป๋าฮื้อที่ให้ความเค็มนัวแบบอาหารจีน จานนี้ขนาดกำลังดี เหมาะกับการสั่งมาแบ่งกันบนโต๊ะ

อีกจานที่อยากลองคือ เนื้อวากิวผัดพริกไทยดำ เสิร์ฟมาแบบจานร้อน กลิ่นพริกไทยดำหอมขึ้นมาทันทีที่วางบนโต๊ะ เนื้อวากิวค่อนข้างนุ่ม รสชาติออกเค็มนัวแบบอาหารจีนสไตล์ฮ่องกง จานนี้กินคู่กับสุกี้แล้วช่วยเพิ่มความหลากหลายให้มื้ออาหารได้ดี

และเมนูที่หลายคนอาจจะสนใจคือ เป็ดปักกิ่ง ซึ่งถือว่าเป็นเมนูใหม่สำหรับ MK Paradise เพราะปกติแล้วลูกค้าที่มาร้าน MK มักจะสั่งเป็ดย่าง MK กันแทบทุกโต๊ะ แต่ความน่าสนใจคือที่นี่นำเป็ด MK ที่เราคุ้นเคยมาประยุกต์เสิร์ฟในสไตล์เป็ดปักกิ่ง หนังเป็ดจึงไม่ได้กรอบแบบเป็ดปักกิ่งดั้งเดิม แต่จะเสิร์ฟมาพร้อมเครื่องเคียงแบบครบชุด ทั้งแผ่นแป้ง แตงกวา ต้นหอม และซอสแบบเป็ดปักกิ่ง

ที่สนุกคือยังมี น้ำเป็ด MK ให้เลือกใส่ลงไปในแผ่นแป้งด้วย เพิ่มรสชาติให้เมนูนี้ดูแปลกใหม่ขึ้น สำหรับ Sineha Bangkok ถือว่าเป็นการตีความเมนูเป็ดในแบบที่น่าสนใจ และรสชาติออกมาดีเกินคาดทีเดียว

ระหว่างกินไปเรื่อย ๆ Sineha Bangkok รู้สึกว่า MK Paradise พยายามทำให้มื้ออาหารดูหลากหลายขึ้น จากเดิมที่หลายคนมองว่า MK คือร้านสุกี้ครอบครัวที่มากินหม้อเดียวแล้วจบ ที่นี่กลับมีเมนูอื่น ๆ เข้ามาเติมเต็มโต๊ะ ทำให้บรรยากาศการกินดูเหมือนร้านอาหารจีนที่มีหลายจานให้แชร์กันมากขึ้น

เรื่องราคาก็ขยับขึ้นจาก MK ปกติเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในระดับที่เข้าถึงได้ ถ้ามากันหลายคนแล้วแชร์เมนูบนโต๊ะ ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยน่าจะอยู่ประมาณ 400 ถึง 800 บาทต่อคน ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบและจำนวนเมนูที่สั่ง

สำหรับ Sineha Bangkok การมาลอง MK Paradise ในวันเปิดร้านวันแรก ทำให้รู้สึกเหมือนได้เห็นอีกมุมหนึ่งของแบรนด์ MK ที่หลายคนคุ้นเคยมานาน ร้านยังคงมีองค์ประกอบเดิมที่แฟน ๆ ชอบอยู่ ทั้งสุกี้ เป็ด และบรรยากาศการกินแบบสบาย ๆ แต่เพิ่มรายละเอียดบางอย่างเข้าไปเพื่อให้ประสบการณ์ดูพรีเมียมและหลากหลายขึ้น

ใครที่เป็นแฟน MK อยู่แล้วอาจจะสนุกกับการมาลองดูว่าเวอร์ชันนี้ต่างจากเดิมแค่ไหน ส่วนใครที่ไม่ได้แวะ MK มานาน MK Paradise ก็อาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ร้านสุกี้ที่เราคุ้นเคยดูน่าสนใจขึ้นอีกครั้ง เมื่อสุกี้หม้อเดิมถูกเล่าใหม่ในบรรยากาศที่ต่างออกไป.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.