“Ocean Fish: Essence of Thai Flavors” ปลาไทยที่ไม่ได้มาเล่น ๆ

5 เมนูจาก The Siam Tea Room ที่หยิบรสไทยคุ้น ๆ มาเล่าใหม่แบบน่าสนใจ

ถ้าคิดว่าเมนูปลาทะเลจะมาในฟีลสุขภาพจ๋า ๆ หรือไม่ก็รสชาติกลาง ๆ ขอให้เปลี่ยนความคิดไว้ก่อน เพราะ “Ocean Fish: Essence of Thai Flavors” ที่ The Siam Tea Room สาขาสุขุมวิท 22 รอบนี้ มาแบบรสไทยชัด ๆ และมีบางจานที่แอบเซอร์ไพรส์กว่าที่คิด

คอนเซ็ปต์ของเมนูชุดนี้ได้แรงบันดาลใจจากสูตรอาหารโฮมเมดและความทรงจำของ เชฟอ้อย สุภัตรา กำไมล์ โดยเอาปลาทะเลคุณภาพดีมาเป็นตัวหลัก แล้วจับคู่กับสมุนไพร เครื่องแกง และรสชาติแบบไทยที่เราคุ้นเคย

พูดง่าย ๆ คือไม่ได้พยายามทำอาหารไทยให้ดูฝรั่งขึ้น แต่เลือกหยิบของที่เราคุ้นอยู่แล้วมาเล่าในมุมใหม่ ซึ่ง Sineha Bangkok ว่าไอเดียนี้แหละที่ทำให้มื้อนี้น่าสนใจ

เริ่มกันที่ ลาบปลากะพงทะเล ราคา 390 บาท จานนี้มาในทางสด เปรี้ยว เผ็ด หอมสมุนไพรแบบลาบที่เราคุ้นเคย แต่เปลี่ยนจากเนื้อสัตว์ที่เจอบ่อย ๆ มาเป็นปลากะพงทะเล ทำให้ภาพรวมเบากว่า แต่ยังได้รสจัดแบบอาหารไทยเต็มที่

ต่อด้วย หมกปลากะพงทอง แจ่วปลาร้า ราคา 390 บาท จานนี้เป็นหนึ่งในเมนูที่มีกลิ่นอายอาหารพื้นบ้านชัดมาก ความหอมของเครื่องหมกมากับรสของแจ่วปลาร้าที่ช่วยเพิ่มความนัว ใครเป็นสายอาหารอีสานหรือชอบรสเข้ม ๆ น่าจะถูกใจจานนี้เป็นพิเศษ

ส่วนสายเครื่องแกงต้องลอง ผัดเผ็ดปลากะมง ราคา 410 บาท ความหอมของเครื่องเทศและสมุนไพรขึ้นมาก่อน ตามด้วยรสเผ็ดที่ค่อนข้างชัด แต่ยังมีความหวานตามธรรมชาติของเนื้อปลาเข้ามาช่วยบาลานซ์ เป็นเมนูที่กินกับข้าวสวยร้อน ๆ แล้วน่าจะหมดจานแบบไม่รู้ตัว

อีกจานที่อยากให้สั่งมาวางกลางโต๊ะคือ ต้มส้มปลากระบอก ราคา 450 บาท ซุปมีรสเปรี้ยวหวานแบบต้มส้มไทย ๆ และได้ความหอมจากสมุนไพรเข้ามาช่วยให้กลิ่นสดขึ้น เนื้อปลากระบอกเข้ากับน้ำซุปได้ดี เป็นเมนูที่ให้ความรู้สึกเหมือนอาหารไทยบ้าน ๆ แต่ถูกจัดเสิร์ฟในบรรยากาศที่ดูเรียบร้อยขึ้น

แต่จานที่เรียกเสียง “เอ๊ะ” ได้ตั้งแต่ชื่อ ต้องยกให้ของหวาน เกล็ดน้ำแข็งน้ำตาลสด มะกรูดเชื่อม ปลาป่นรมควัน ราคา 190 บาท ใช่ อ่านไม่ผิด มีปลาป่นอยู่ในของหวาน

ตอนแรก Sineha Bangkok ก็แอบสงสัยเหมือนกันว่ารสชาติจะไปทางไหน แต่พอลองแล้วกลับเข้ากันกว่าที่คิด น้ำแข็งเกล็ดละเอียดกับน้ำตาลสดให้ความหวานหอม มะกรูดเชื่อมเติมกลิ่นสดชื่น ส่วนปลาป่นรมควันมาในจังหวะท้าย ๆ ให้รสเค็มและกลิ่น smoky เบา ๆ ทำให้ของหวานไม่ได้หวานแบน ๆ แต่มีทั้งหวาน เค็ม หอม และสดชื่นอยู่ในคำเดียว

เกร็ดเล็ก ๆ ที่น่าสนใจคืออาหารไทยพื้นบ้านจำนวนไม่น้อยไม่ได้มีแค่รสชาติเดียวอยู่แล้ว แต่เป็นการบาลานซ์หวาน เค็ม เปรี้ยว เผ็ด และกลิ่นสมุนไพรให้ไปด้วยกัน ซึ่งเมนูชุดนี้ก็หยิบแนวคิดนั้นมาเล่นได้ค่อนข้างสนุก โดยเฉพาะจานของหวานที่เอารสเค็มและกลิ่นควันจากปลามาใช้ตัดความหวาน

สำหรับคนที่ชอบลองร้านอาหารในโรงแรม แต่ไม่อยากได้เมนูที่ดู formal หรือ traditional จนเกินไป Ocean Fish: Essence of Thai Flavors ถือว่าเป็นอีกชุดที่ลองได้ เพราะแต่ละจานยังมี DNA ของอาหารไทยอยู่ชัด แต่มีลูกเล่นให้รู้สึกว่าไม่ได้กินเมนูเดิม ๆ ที่เราเจอทั่วไป

และด้วยความที่มีทั้งเมนูเรียกน้ำย่อย จานหลัก และของหวาน จะสั่งแยกลองทีละจาน หรือชวนแก๊งมาสั่งแชร์กันหลาย ๆ อย่างก็ได้ ฟีลจะสนุกกว่า เพราะแต่ละจานมีคาแรกเตอร์ต่างกันค่อนข้างชัด

Ocean Fish: Essence of Thai Flavors เปิดให้ลองถึง 30 กันยายน 2569 ที่ The Siam Tea Room สาขาสุขุมวิท 22 บริเวณชั้นล็อบบี้ Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park เปิดให้บริการ 11.00 ถึง 22.30 น.

สมาชิก Marriott Bonvoy ยังได้รับส่วนลดและสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมด้วย ใครเป็นสมาชิกอยู่แล้วก็ถือว่าได้ทั้งกิน ทั้งสะสมแต้มในมื้อเดียว ส่วนใครยังไม่มีก็สมัครสมาชิกได้ฟรี

สำหรับ Sineha Bangkok ถ้าจะเลือกเมนูที่อยากให้ลองแบบไม่ต้องคิดนาน ลาบปลากะพงทะเลกับต้มส้มปลากระบอกคือสองจานที่เริ่มง่าย ส่วนใครอยากเปิดประสบการณ์แบบ “ขอลองอะไรที่ไม่เหมือนเดิม” ให้เก็บของหวานปลาป่นรมควันไว้ท้ายมื้อ รับรองว่าจานนี้มีเรื่องให้คุยต่อแน่นอน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.