เมื่อหนึ่งจังหวัดของญี่ปุ่น ถูกเล่าผ่านวัตถุดิบ รสชาติ และความทรงจำบนโต๊ะอาหาร

การเดินทางไปญี่ปุ่นไม่ได้เริ่มจากการจองตั๋วเครื่องบินอย่างเดียวอีกแล้ว แต่มันเริ่มจากโต๊ะอาหาร
คำว่า Regional Cuisine กลายเป็นสิ่งที่หลายร้านอาหารทั่วโลกหยิบมาเล่า เพราะผู้คนไม่ได้มองหาแค่ซูชิหรือราเมง แต่กำลังอยากรู้ว่า “แต่ละจังหวัดของญี่ปุ่นกินอะไรกัน” และนั่นคือเหตุผลที่ Sineha Bangkok รู้สึกว่านี่เป็นคอนเซ็ปต์ที่น่าสนใจกว่าการทำเมนูตามฤดูกาลทั่วไป

ครั้งนี้ ห้องอาหารญี่ปุ่น Tsu โรงแรม JW Marriott Bangkok เลือกพาแขกออกเดินทางไปยังจังหวัด Tokushima บนเกาะชิโกกุ จังหวัดที่หลายคนอาจยังไม่เคยปักหมุดไว้ในแพลนเที่ยว แต่กลับเป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ทั้งภูเขา ทะเล และพื้นที่เกษตรกรรม จนได้รับการยกย่องว่าเป็นแหล่งวัตถุดิบชั้นดีของญี่ปุ่น

สิ่งที่น่าสนใจคือ ญี่ปุ่นกำลังใช้ “อาหาร” เป็นเครื่องมือเล่าเรื่องของแต่ละเมืองมากขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนกับที่หลายจังหวัดพยายามสร้างภาพจำผ่านวัตถุดิบท้องถิ่น และ Tokushima ก็เป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน ทั้งส้มซูดาจิ อาหารทะเล และวัฒนธรรมการกินที่สืบทอดมายาวนาน

เชฟ Atsushi Yoshida ถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านั้นออกมาเป็นเมนูพิเศษตลอดเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม โดยไม่พยายามทำให้อาหารดูหวือหวาเกินความเป็นญี่ปุ่น แต่ปล่อยให้รสชาติของวัตถุดิบเป็นพระเอก

จานที่ Sineha Bangkok หยุดช้อนอยู่หลายครั้งคือ Tai Meshi and Chazuke ข้าวอบปลากะพงหม้อดิน (1,280 บาท) ที่เสิร์ฟมาในหม้อร้อน เปิดฝาออกมากลิ่นข้าวและปลากะพงลอยขึ้นทันที ข้าวเม็ดสวยดูดซับน้ำสต๊อกจนเต็มทุกคำ
วิธีรับประทานก็สนุกกว่าที่คิด รอบแรกตักข้าวกับปลาและซอสงาเพื่อสัมผัสรสชาติแบบดั้งเดิม จากนั้นค่อยเติมน้ำซุปดาชิลงไป เปลี่ยนเป็น Chazuke ในคำถัดมา เหมือนได้ชิมอาหารสองจานจากหม้อเดียว ความเรียบง่ายนี่เองที่ทำให้เมนูนี้กลายเป็นจานที่อยากกลับไปกินซ้ำ

อีกเมนูที่สะท้อนความเป็น Tokushima ได้ดีคือ Sudachi Buri Sashimi and Usuzukuri (660 บาท) ปลาบุริที่เลี้ยงด้วยอาหารซึ่งมีส่วนผสมของเปลือกซูดาจิ ผลไม้ตระกูลส้มประจำจังหวัด เทคนิคนี้ช่วยให้เนื้อปลามีกลิ่นสะอาดและรสสัมผัสสดกว่าปกติ รายละเอียดเล็ก ๆ แบบนี้ทำให้เห็นว่าญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นน้ำ ไม่ใช่แค่ฝีมือเชฟในครัว

ส่วน Sudachi Buri Kabutoni หัวปลาบุริตุ๋นโชยุ (560 บาท) เป็นเมนูที่หลายคนอาจมองข้าม แต่กลับสะท้อนแนวคิดการใช้วัตถุดิบอย่างคุ้มค่าของอาหารญี่ปุ่นได้ดีที่สุด เนื้อปลานุ่ม ซอสหวานเค็มกำลังดี และยิ่งกินกับข้าวก็ยิ่งเข้าใจว่าทำไมเมนูบ้าน ๆ แบบนี้ถึงอยู่คู่คนญี่ปุ่นมาหลายรุ่น

Tokushima Ramen (440 บาท) ให้บุคลิกแตกต่างจากราเมงที่เราคุ้นเคย น้ำซุปกระดูกหมูผสมดาชิมีความเข้มแต่ไม่หนักจนเกินไป หมูสามชั้นชาชูรสหวานเค็มเข้ากันกับเส้นได้อย่างลงตัว เป็นราเมงที่กินหมดชามโดยไม่รู้ตัว

ปิดท้ายด้วย Yuzu Trio (340 บาท) ที่รวมยูซุไว้ในสามรูปแบบ ทั้งซอร์เบต์ เยลลี่ และน้ำยูซุสด ความเปรี้ยวหอมช่วยรีเซ็ตรสชาติหลังมื้ออาหารได้พอดี และยังทำให้มื้อทั้งหมดจบลงแบบเบาสบาย
ระหว่างนั่งมองแต่ละจาน Sineha Bangkok นึกถึงอีกเหตุผลที่ทำให้โปรโมชันแบบนี้น่าสนใจ เพราะมันไม่ใช่แค่การเพิ่มเมนูใหม่ แต่เป็นการสร้างความอยากเดินทาง ญี่ปุ่นเข้าใจเรื่อง Soft Power ผ่านอาหารมานานแล้ว หลายจังหวัดเลือกใช้อาหารเป็นเหมือนโปสการ์ดใบแรกที่ส่งถึงนักท่องเที่ยว เมื่อคนจดจำรสชาติได้ ก็เริ่มอยากรู้จักเมืองนั้นมากขึ้น

Tokushima เองก็มีเสน่ห์มากกว่าเรื่องอาหาร ไม่ว่าจะเป็นเทศกาล Awa Odori ที่มีประวัติยาวนานกว่า 400 ปี น้ำวนนารูโตะ หุบเขา Iya Valley หรือเส้นทางแสวงบุญ Shikoku Pilgrimage ทั้งหมดทำให้จังหวัดเล็ก ๆ แห่งนี้มีตัวตนชัดเจนกว่าที่หลายคนคิด

สิ่งที่ชอบที่สุดของโปรโมชันนี้คือ Tsu ไม่ได้พยายามดัดแปลงอาหารให้ถูกปากคนไทยมากเกินไป แต่เลือกเล่าเสน่ห์ของ Tokushima ผ่านรสชาติที่ยังเคารพต้นตำรับ ทำให้ทุกจานเหมือนมีเรื่องราวให้ค้นหา ไม่ใช่เพียงจานสวยสำหรับถ่ายรูป

บางครั้งการรู้จักเมืองหนึ่ง อาจเริ่มจากคำแรกของอาหารจานหนึ่งก็ได้ และหลังจบมื้อนี้ Sineha Bangkok ก็แอบเปิดแผนที่ญี่ปุ่นอีกครั้ง เพื่อดูว่าจังหวัด Tokushima อยู่ตรงไหนของเกาะชิโกกุ เพราะเมื่ออาหารทำหน้าที่ของมันได้ดี ความอยากเดินทางก็มักเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว



เมนูพิเศษจากจังหวัด Tokushima เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 31 สิงหาคม 2569 ณ ห้องอาหารญี่ปุ่น Tsu โรงแรม JW Marriott Bangkok เมนู A la Carte และ Set Menu ให้บริการตามปกติเช่นกัน
ห้องอาหารเปิดให้บริการมื้อกลางวัน เวลา 11.30–14.30 น. วันจันทร์–ศุกร์ และ 11.30–15.30 น. วันเสาร์–อาทิตย์ ส่วนมื้อค่ำเปิดทุกวัน เวลา 17.30–22.00 น.
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 02 656 7700 หรือ www.tsubangkok.com
