
ประสบการณ์ Contemporary Middle Eastern Dining ภายใต้วิสัยทัศน์ของ Alain Ducasse
ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา วงการอาหารไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องรสชาติอีกต่อไป แต่แข่งขันกันที่ “เรื่องราว” มากขึ้นเรื่อย ๆ ร้านอาหารที่คนยอมบินข้ามประเทศไปลอง มักไม่ใช่ร้านที่ทำอาหารอร่อยที่สุดเสมอไป หากเป็นร้านที่ทำให้ผู้คนรู้สึกว่า กำลังได้สัมผัสบางอย่างที่หาไม่ได้จากที่อื่น


นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ Sineha Bangkok ต้องมาสัมผัส Jiwan ห้องอาหารชื่อดังจากกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ที่ยกครัวมาเปิดประสบการณ์ครั้งแรกในประเทศไทย ณ ห้องอาหาร ALATi โรงแรม Siam Kempinski Bangkok ระหว่างวันที่ 1-14 กรกฎาคม 2569
นี่ไม่ใช่ Pop-up Restaurant ที่เปลี่ยนแค่เชฟหรือเปลี่ยนเมนู แต่คือการย้ายแนวคิดของร้านอาหารทั้งร้านมาสู่กรุงเทพฯ
Jiwan ตั้งอยู่ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกาตาร์ และได้รับการแนะนำโดย Michelin Guide ความน่าสนใจอยู่ตรงที่ร้านไม่ได้เล่าเรื่องอาหารตะวันออกกลางผ่านภาพจำแบบเดิม แต่เลือกตีความใหม่ให้ร่วมสมัย โดยยังรักษารากของวัฒนธรรมเอาไว้ครบถ้วน




เบื้องหลังทั้งหมดขับเคลื่อนภายใต้วิสัยทัศน์ด้านอาหารของ Alain Ducasse เชฟระดับตำนานของโลก ผู้เชื่อว่าอาหารที่ดีเริ่มต้นจากการเคารพวัตถุดิบ งานฝีมือ และบริบทของพื้นที่ มากกว่าการทำอาหารให้ซับซ้อนเกินความจำเป็น
แนวคิดนี้สะท้อนออกมาตั้งแต่คำแรกที่ได้ชิม
เชฟ Julien Guilloret หัวหน้าเชฟของ Jiwan ถ่ายทอดอาหารตะวันออกกลางผ่านเทคนิคการปรุงแบบร่วมสมัย หลังสั่งสมประสบการณ์จากครัวระดับแนวหน้าทั้งในปารีส เฟรนช์ริเวียรา และดูไบ รวมถึงเคยดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าเชฟที่ Les Ombres กรุงปารีส ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เขาได้เรียนรู้ปรัชญาการทำอาหารของ Alain Ducasse อย่างใกล้ชิด
สิ่งที่ทำให้มื้อนี้น่าสนใจ คือการที่อาหารทุกจานไม่ได้พยายามสร้างความหวือหวา แต่ค่อย ๆ เปิดรสชาติให้เราเข้าใจวัฒนธรรมของภูมิภาคนี้มากขึ้น






Broccoli Tartlet and Chickpea Panis เป็นคำเล็ก ๆ ที่สร้างความประทับใจได้ตั้งแต่เริ่มต้น ความกรอบของทาร์ตตัดกับความนุ่มของชิกพี ก่อนทิ้งกลิ่นเครื่องเทศอ่อน ๆ ที่ไม่รุนแรงอย่างที่หลายคนจินตนาการถึงอาหารตะวันออกกลาง
Harira Soup ซุปสูตรดั้งเดิมของภูมิภาค ถูกปรับให้มีความละเมียดละไมมากขึ้น ทั้งเนื้อสัมผัสและความเข้มข้น ทำหน้าที่เหมือนการเปิดประตูเข้าสู่มื้ออาหารอย่างนุ่มนวล
หนึ่งในจานที่ Sineha Bangkok ชื่นชอบคือ Hammour Tandoori ปลาเก๋าที่ผ่านการหมักเครื่องเทศอย่างพอดี เนื้อปลายังคงความฉ่ำ ขณะที่กลิ่นเครื่องเทศทำหน้าที่เสริมรสชาติ มากกว่าจะเข้ามากลบตัววัตถุดิบ




Cooked Sea Bream with Jiwani Rice เป็นอีกจานที่สะท้อนแนวคิดของ Jiwan ได้ชัดเจน ข้าวที่ดูเรียบง่ายกลับมีมิติจากเครื่องเทศ สมุนไพร และวิธีการหุงแบบเฉพาะ จนกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของจาน ไม่ใช่เพียงเครื่องเคียง
ส่วน Slow-cooked Lamb Shoulder คือเมนูที่หลายคนน่าจะจดจำได้ดีที่สุด เนื้อแกะตุ๋นจนสามารถแยกออกจากกันได้แทบไม่ต้องใช้แรง กลิ่นเฉพาะของเนื้อแกะถูกควบคุมอย่างสมดุล เหลือไว้เพียงความหอมและความนุ่มที่ทำให้เข้าใจว่าทำไมเมนูนี้จึงเป็นหนึ่งในจานเด่นของ Jiwan
อีกเมนูที่สะท้อนรากวัฒนธรรมของภูมิภาคได้ดีคือ Jiwan Harees และ Levantin Ragout ซึ่งนำเสนอแนวคิดของการรับประทานอาหารร่วมกัน หรือ Sharing Culture วัฒนธรรมสำคัญของตะวันออกกลาง ที่เชื่อว่ามื้ออาหารไม่ใช่เรื่องของคนคนเดียว แต่เป็นช่วงเวลาที่ผู้คนมาใช้เวลาร่วมกันบนโต๊ะเดียว




น่าสนใจว่าปัจจุบัน หลายแบรนด์ร้านอาหารระดับโลกกำลังหันกลับมาให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมการแชร์อาหารอีกครั้ง เพราะผู้บริโภครุ่นใหม่ไม่ได้มองหาร้านที่ถ่ายรูปสวยอย่างเดียว แต่กำลังมองหาประสบการณ์ที่สร้างบทสนทนาบนโต๊ะอาหาร
Jiwan คือภาพสะท้อนของแนวคิดนี้อย่างชัดเจน
ขณะที่ ALATi เองก็เป็นพื้นที่ที่เหมาะกับการต้อนรับคอนเซ็ปต์ดังกล่าว ด้วยบรรยากาศแบบ Mediterranean Dining ที่เปิดรับวัฒนธรรมอาหารจากหลายภูมิภาค ทำให้การจับมือกันครั้งนี้ดูกลมกลืนมากกว่าจะเป็นเพียงการเชิญเชฟมาทำเมนูพิเศษ
ในมุมของการตลาด นี่คือ Collaboration ที่มีน้ำหนัก เพราะเป็นการนำ Destination Restaurant จากโดฮามาสร้างประสบการณ์ในกรุงเทพฯ โดยไม่จำเป็นต้องลดทอนอัตลักษณ์ของแบรนด์เดิม ผู้ที่เคยมี Jiwan อยู่ใน Travel Bucket List วันนี้สามารถสัมผัสได้โดยไม่ต้องบินไปถึงกาตาร์



สำหรับผู้ที่อยากสัมผัสประสบการณ์นี้ Jiwan at ALATi เปิดให้บริการระหว่างวันที่ 1-14 กรกฎาคม 2569 ยกเว้นวันที่ 5 และ 6 กรกฎาคม ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ
เมนู Sharing สำหรับ 2 ท่านขึ้นไป ราคา 1,450 บาท++ ต่อท่าน สำหรับมื้อกลางวัน และ 2,250 บาท++ ต่อท่าน สำหรับมื้อค่ำ ขณะที่ เมนู A La Carte เริ่มต้นที่ 280 บาท++ ต่อจาน
บางมื้ออาหารถูกสร้างขึ้นเพื่อให้อิ่ม บางมื้อถูกสร้างขึ้นเพื่อให้จดจำ และมื้อของ Jiwan ที่ ALATi คือประสบการณ์แบบหลัง เพราะเมื่ออาหารเดินทางข้ามพรมแดน สิ่งที่ติดตามมาด้วย ไม่ใช่แค่รสชาติ แต่คือวัฒนธรรมที่พร้อมให้เราได้ทำความรู้จักผ่านทุกคำที่ลิ้มลอง
