เมื่อโอมากาเสะไม่ได้มีแค่เรื่องปลา แต่คือเรื่องของผู้คนและช่วงเวลาที่อยากจดจำ

ไม่บ่อยนักที่ Sineha Bangkok จะเจอร้านโอมากาเสะที่ทำให้รู้สึกว่า “จุดขาย” ไม่ได้อยู่ที่ความหายากของวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นตลอดทั้งมื้อ Sushi Iwai คือร้านโอมากาเสะแห่งใหม่ที่เพิ่งเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 10 มิถุนายน 2569 โดยตั้งอยู่บนแนวคิดที่แตกต่างจากร้านโอมากาเสะทั่วไปอย่างน่าสนใจ

คำว่า “Iwai” ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า “การเฉลิมฉลอง”
และนั่นไม่ใช่แค่ชื่อร้าน แต่เป็นแนวคิดที่ถูกถ่ายทอดออกมาตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเข้ามาในร้าน เบื้องหลังคือสองพี่น้อง Keisuke Oshima และ Shunya Oshima ผู้ก่อตั้ง TEPPEN ที่หลายคนคุ้นเคยกับวัฒนธรรมการบริการอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ โดยครั้งนี้พวกเขาเลือกนำแนวคิดเรื่อง Hospitality แบบญี่ปุ่นมาถ่ายทอดผ่านโอมากาเสะในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย อบอุ่น และมีชีวิตชีวามากขึ้น

สิ่งแรกที่ทำให้ Sineha Bangkok ประทับใจคือบรรยากาศหน้าเคาน์เตอร์ เชฟญี่ปุ่นที่นี่ไม่ได้มีภาพลักษณ์เงียบขรึมแบบที่หลายคนคุ้นเคย แต่เต็มไปด้วยพลังงาน ความเป็นกันเอง และการสื่อสารกับแขกตลอดมื้ออาหาร ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายจนลืมความเกร็งที่มักเกิดขึ้นเวลาเข้าร้านโอมากาเสะ


อีกหนึ่งรายละเอียดที่น่าสนใจคือ Sushi Iwai ให้ความสำคัญกับ “ข้าว” ไม่แพ้ปลา
สำหรับคนที่ชอบซูชิจริงจังจะรู้ว่า “ข้าว” คือหัวใจสำคัญของโอมากาเสะ เพราะเป็นองค์ประกอบที่เชื่อมทุกคำเข้าด้วยกัน ที่นี่เลือกใช้ข้าวจาก Hachidaime Gihei ผู้เชี่ยวชาญด้านข้าวชื่อดังจากเกียวโต ซึ่งมีชื่อเสียงด้านการพัฒนาและเบลนด์ข้าวสำหรับซูชิโดยเฉพาะ ทำให้ได้สัมผัสที่สมดุลระหว่างความนุ่ม ความหวาน และกลิ่นหอมที่ช่วยส่งเสริมรสชาติของอาหารทะเลแต่ละชนิด


โอมากาเสะ 15 คอร์ส ราคา 3,500++ บาท เริ่มต้นด้วย Hon Maguro Negitoro Maki โรลทูน่าบลูฟินและต้นหอมที่ช่วยเปิดต่อมรับรสได้อย่างนุ่มนวล ก่อนเข้าสู่หนึ่งในเมนูไฮไลต์อย่าง Sawara no Warayaki หรือปลา Spanish Mackerel ที่ผ่านการย่างด้วยฟางสดต่อหน้าแขก


เทคนิค Warayaki ถือเป็นหนึ่งในศาสตร์การปรุงอาหารที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น โดยใช้เปลวไฟจากฟางข้าวสร้างกลิ่นควันเฉพาะตัว ช่วยเพิ่มมิติให้เนื้อปลาโดยไม่กลบรสชาติธรรมชาติ ถือเป็นจานที่ทั้งกลิ่น เสียง และภาพการปรุงล้วนเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์


อีกเมนูที่สะท้อนแนวคิดของร้านได้ดีคือ Hamaguri no Chawanmushi ไข่ตุ๋นหอยฮามากุริ
ในวัฒนธรรมญี่ปุ่น หอยฮามากุริเป็นสัญลักษณ์ของความกลมเกลียวและความสัมพันธ์ที่ดี เพราะเปลือกของมันสามารถประกบเข้าหากันได้เพียงคู่เดียว จึงมักถูกใช้เป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและความผูกพัน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดหลักของ Sushi Iwai ที่ต้องการให้มื้ออาหารเป็นพื้นที่แห่งการแบ่งปันช่วงเวลาดี ๆ ร่วมกัน


สำหรับสายซูชิเลิฟเวอร์ เมนู Nigiri หลายคำทำได้โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็น Sumi Ika ที่ให้สัมผัสนุ่มหวาน Kohada ปลาหนังเงินคลาสสิกสไตล์เอโดมาเอะ Madai Kombu-jime ที่ผ่านการหมักสาหร่ายคอมบุเพื่อเพิ่มอูมามิ หรือ Hon Maguro Chutoro ที่ให้ความสมดุลระหว่างความเข้มข้นและความละมุนของไขมันได้อย่างสวยงาม


ส่วนตัว Sineha Bangkok ชอบ Awabi Sakamushi หรือเป๋าฮื้อนึ่งเสิร์ฟพร้อมซอสตับเป็นพิเศษ เพราะเป็นจานที่สะท้อนความพิถีพิถันของเชฟได้ชัดเจน ทั้งเทคนิคการปรุงและการจัดสมดุลของรสชาติ


อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ Sushi Iwai แตกต่างคือการมีเชฟหญิงเป็นส่วนหนึ่งของทีมโอมากาเสะหลัก ซึ่งนับเป็นแนวคิดที่กำลังได้รับความสนใจในญี่ปุ่นยุคใหม่ วัฒนธรรมซูชิกำลังเปิดกว้างมากขึ้น และเริ่มให้ความสำคัญกับฝีมือมากกว่าเพศของผู้ประกอบวิชาชีพ


ที่นี่นำทีมโดย Chef BB หรือ Haruhisa Kitagawa อดีตเชฟจาก Sushi Teppen Shibuya ร่วมกับ Chef Kokono Kawakami และ Chef Mana Murano Masakazu ถ่ายทอดมุมมองร่วมสมัยของวัฒนธรรมซูชิสู่กรุงเทพฯ ได้อย่างน่าสนใจ


นอกจากอาหารแล้ว รายละเอียดของพื้นที่ก็ถูกคิดมาอย่างดี เคาน์เตอร์ไม้ฮิโนกิ กระดาษวาชิ และไม้ซีดาร์จากญี่ปุ่นช่วยสร้างบรรยากาศที่เรียบง่ายแต่มีเสน่ห์ตามแบบ Japanese Contemporary Design ทำให้ร้านดูอบอุ่นมากกว่าความหรูหราที่เข้าถึงยาก


ระหว่างมื้อยังมีการเสิร์ฟชาจากเมืองนิโยโดกาวะ จังหวัดโคจิ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพของน้ำและสภาพอากาศที่เหมาะกับการปลูกชา ช่วยรีเซ็ตต่อมรับรสและสร้างความสมดุลระหว่างแต่ละคอร์สได้ดี


ก่อนปิดท้ายด้วย Korigashi หรือคาคิโกริสไตล์ญี่ปุ่นที่ออกแบบมาให้เหมาะกับอากาศร้อนของกรุงเทพฯ เป็นตอนจบที่สดชื่นและพอดีกับจังหวะของมื้ออาหาร


หลังจากจบคอร์ส สิ่งที่ Sineha Bangkok จำได้มากที่สุดกลับไม่ใช่คำไหนเป็นพิเศษ แต่เป็นบรรยากาศตลอดสองชั่วโมงที่หน้าเคาน์เตอร์ ทุกอย่างตั้งแต่การพูดคุย การเสิร์ฟ ไปจนถึงจังหวะของแต่ละคอร์สถูกออกแบบมาให้รู้สึกเหมือนกำลังร่วมเฉลิมฉลองบางอย่างกับคนรอบตัว


และนั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไม Sushi Iwai จึงไม่ใช่แค่ร้านโอมากาเสะเปิดใหม่ในกรุงเทพฯ แต่เป็นหนึ่งในร้านที่น่าจับตามองที่สุดของปีนี้ สำหรับคนที่เชื่อว่ามื้ออาหารที่ดีควรทิ้งความทรงจำไว้มากกว่าความอิ่ม
Sushi Iwai ตั้งอยู่ในซอย สายน้ำทิพย์ 3, สุขุมวิท 22 โอมากาเสะ 15 คอร์ส ราคา 3,500++ บาทต่อท่าน รองรับ 20 ที่นั่งต่อรอบ เหมาะสำหรับทั้งสายโอมากาเสะตัวจริง คนที่กำลังมองหาร้านสำหรับโอกาสพิเศษ และคนที่อยากสัมผัสอีกมุมหนึ่งของวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านอาหารและการบริการที่มีหัวใจ
