Afternoon Tea ไข่มุกสุดหรู ที่ The St. Regis Bangkok

The Art of Pearl ชุดน้ำชายามบ่ายที่ได้แรงบันดาลใจจาก Matara

ถ้าพูดถึงหนึ่งใน Afternoon Tea ที่คลาสสิกที่สุดในกรุงเทพตอนนี้ หลายคนก็คงนึกถึง The St. Regis Bangkok โรงแรมที่ขึ้นชื่อเรื่องวัฒนธรรมการจิบน้ำชายามบ่ายแบบหรู ๆ อยู่แล้ว และช่วงนี้เขามีคอลเลกชันใหม่ที่น่าสนใจมาก เพราะเป็นการจับมือกับแบรนด์เครื่องประดับไข่มุกของไทยอย่าง Matara กลายเป็นชุดน้ำชายามบ่ายธีมสวย ๆ ชื่อว่า The Art of Pearl

รอบนี้ Sineha Bangkok แวะไปลองที่ The Drawing Room ชั้น 12 ของโรงแรม บรรยากาศยังคงความคลาสสิกแบบ St. Regis เหมือนเดิม โทนหรู สงบ วิวสนามกอล์ฟราชกรีฑาสโมสรสีเขียวสบายตา และที่สำคัญคือช่วงบ่ายแสงกำลังสวย เหมาะกับการนั่งจิบชาแบบไม่รีบ

The Art of Pearl Afternoon Tea เปิดตัวเพื่อฉลองครบรอบ 11 ปีของ Matara ซึ่งเป็นแบรนด์ที่โดดเด่นเรื่องการคัดสรรไข่มุกจากหลายแหล่งทั่วโลก แล้วนำมาสร้างสรรค์เป็นเครื่องประดับดีไซน์เรียบหรูเหนือกาลเวลา แนวคิดของชุดน้ำชานี้เลยเอา “เฉดสีและความงามของไข่มุก” มาแปลงเป็นเมนูคาวหวาน โดยฝีมือของ Head Chef Matteo Fontana และทีม

พอเสิร์ฟมาถึงโต๊ะ สิ่งแรกที่สะดุดตาคือสแตนด์สีขาวมุกตัดกับสีทอง ดูเข้าธีมไข่มุกมาก รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ถูกออกแบบมาให้สื่อถึงความหรูแบบเรียบ ๆ ไม่หวือหวาแต่ดูแพง

เริ่มจากฝั่ง Savory ก่อน เมนูที่ Sineha Bangkok บอกเลยว่า อร่อยทุกคำ แต่ที่รู้สึกว่าแปลกใหม่ดีคือ Compressed Melon Dashi with Anchovies and Stracciatella Tart เป็นทาร์ตที่ใช้เมลอนปรุงกับดาชิปลาแห้ง ให้รสเค็มอูมามิเล็ก ๆ ตัดกับความสดของเมลอน ด้านในมี Stracciatella ชีสเนื้อนุ่ม เพิ่มความครีมมี่ให้คำนี้กลมกล่อมขึ้น

อีกชิ้นที่หลายคนน่าจะชอบคือ Fresh Watermelon with Smoked Salmon and Cream Cheese ทาร์ตแตงโมที่ด้านบนวางแซลมอนรมควันกับครีมชีส รสจะออกสดชื่น เค็มนิด ๆ และมีกลิ่นสโมกเบา ๆ

ส่วนเมนูที่ดูหรูที่สุดบนชั้น Savory น่าจะเป็น Grilled Scallop Accented with Yuzu and Caviar หอยเชลล์ย่างเนื้อหวาน เสิร์ฟกับซอสยูสุที่มีความเปรี้ยวสดชื่น แล้วปิดท้ายด้วยคาเวียร์ด้านบน เพิ่มความหรูแบบพอดีคำ

พอขยับมาฝั่งของหวาน จะเริ่มเห็นแรงบันดาลใจจาก “สีของไข่มุก” ชัดขึ้น ซึ่ง Sineha Bangkok รู้สึกว่าทีมเชฟทำออกมาได้น่ารักดี เพราะแต่ละชิ้นมีความหมายซ่อนอยู่ด้วย

Raspberry Pearl เป็นมูสไวท์ช็อกโกแลตสอดไส้ราสป์เบอร์รีโยเกิร์ต ดีไซน์เป็นลูกไข่มุกสีชมพู แทนสัญลักษณ์ของความรักและความปรารถนา รสชาติจะออกเปรี้ยวหวานสดชื่น ไม่หนักเกิน

Cashew Nut Vanilla Cake with Salted Caramel เป็นเค้กเม็ดมะม่วงหิมพานต์ เคลือบดาร์กช็อกโกแลต ด้านในมีซอสคาราเมลเค็มและซอสวานิลลา เมนูนี้แทนไข่มุกสีขาว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์และการเริ่มต้นใหม่ รสจะออกหวานมันกำลังดี

อีกชิ้นที่หน้าตาสวยคือ Apple Pearl Sautoir ทาร์ตแอปเปิ้ลที่ตกแต่งด้วยเม็ดไข่มุกไวท์ช็อกโกแลต สีทองนิด ๆ ดูหรู และยังแทนความหมายของความมั่งคั่งและรุ่งเรือง

แน่นอนว่า Afternoon Tea จะขาดสโคนไม่ได้ ที่นี่เสิร์ฟ Vanilla White Chocolate Scone อบใหม่ เนื้อสโคนค่อนข้างนุ่ม ไม่แห้ง เสิร์ฟคู่ครีมและแยมตามสไตล์คลาสสิก

ระหว่างที่นั่งชิมไปเรื่อย ๆ Sineha Bangkok รู้สึกว่าคอนเซ็ปต์ของเซ็ตนี้ทำออกมาได้สมูทดี คือไม่ได้เป็นแค่ขนมสวย ๆ แต่มีการเชื่อมโยงเรื่องราวของไข่มุก งานฝีมือ และความประณีตของทั้งเครื่องประดับและอาหารเข้าด้วยกัน

ชุดน้ำชายามบ่าย The Art of Pearl เปิดให้บริการที่ The Drawing Room ของ The St. Regis Bangkok ทุกวัน เวลา 14:30 ถึง 16:00 น. ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ถึง 30 เมษายน 2569

ราคาชุด Afternoon Tea อยู่ที่ 2,800++ บาท ต่อชุด สำหรับ 2 ท่าน รวมกาแฟหรือชาเรียบร้อยแล้ว ใครอยากเพิ่มความพิเศษสามารถเลือกเพิ่ม Mocktail 2 แก้ว ราคา 440++ บาท หรือ Champagne 2 แก้ว ราคา 1,400++ บาท

สำหรับใครที่กำลังมองหา Afternoon Tea ในกรุงเทพที่มีธีมชัด ๆ ถ่ายรูปสวย และรสชาติทำออกมาดี Sineha Bangkok ว่าชุดนี้เป็นอีกเซ็ตที่น่าสนใจ โดยเฉพาะคนที่ชอบความหรูแบบคลาสสิกของ St. Regis อยู่แล้ว น่าจะเพลินกับบ่ายนี้ได้ไม่ยากเลย

และถ้ามีแพลนไปช่วงเดือนนี้ถึงเมษายน Sineha Bangkok แนะนำว่าควรจองล่วงหน้าสักหน่อย เพราะช่วงบ่ายของ The Drawing Room มักจะเต็มค่อนข้างเร็ว โดยเฉพาะเซ็ตพิเศษแบบนี้ที่มีให้แค่ช่วงเวลาจำกัดเท่านั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.