เมื่อร้านเก่าไม่ได้หยุดอยู่กับที่ แต่ชวนเพื่อนใหม่มาเล่าเรื่องต่อ

มีร้านอาหารอยู่ไม่กี่ร้านที่แค่เดินเข้าไปก็รู้สึกได้ทันทีว่า ที่นี่ยังมีชีวิต เสียงพูดคุยของลูกค้า เสียงแก้วกระทบกัน และบรรยากาศคึกคักที่ทำให้รู้สึกว่าอาหารมื้อนี้น่าจะยาวกว่าที่คิด
หนึ่งในนั้นคือ สามเสนวิลล่า ร้านอาหารไทยที่อยู่กับคนกรุงเทพฯ มายาวนาน และครั้งนี้ไม่ได้เลือกที่จะยึดติดกับความสำเร็จเดิม แต่ชวนเพื่อนบ้านอย่าง M.I.A. Made in Ari โดย เชฟเบลล์ พิมพ์ทิพย์ เป้าศิลา มาสร้างเรื่องใหม่ด้วยกันในโปรเจกต์ Samsen Villa & Friends

Sineha Bangkok ชอบไอเดียนี้ตั้งแต่ได้ยินคำว่า Friends เพราะมันให้ความรู้สึกต่างจาก Collaboration ทั่วไปที่มักเอาเมนูของสองแบรนด์มาวางรวมกัน แต่โปรเจกต์นี้เหมือนการชวนคนละเจเนอเรชันมานั่งโต๊ะเดียวกัน แล้วดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น


เชฟเบลล์ไม่ได้เอาอาหารจาก M.I.A. Made in Ari มาวางขายที่ สามเสนวิลล่า แบบตรงๆ แต่เลือกหยิบแนวคิดเรื่องวัตถุดิบไทยและการตีความอาหารคุ้นเคยใหม่ มาผสมกับ DNA ของ สามเสนวิลล่า โดยมีโจทย์สำคัญคือ ทำอย่างไรให้เมนูเหล่านี้กินง่าย กินเพลิน และเข้าคู่กับเครื่องดื่มได้ดี
ผลลัพธ์ออกมาเป็น 4 เมนูในคอนเซปต์ “กับแกล้ม Reimagined”
จานแรกคือ ปีกไก่หนุ่มสาว ฟังชื่อก็น่าสนใจแล้ว แต่สิ่งที่อยู่ข้างในยิ่งน่าสนใจ เพราะปีกไก่ถูกเลาะกระดูกออก แล้วยัดด้วยข้าวผัดมันเนื้อและน้ำพริกป่า ก่อนทอดจนด้านนอกกรอบ ด้านในยังได้กลิ่นหอมและรสเข้มข้นของไส้ เป็นการหยิบแรงบันดาลใจจาก ข้าวผัดมันเนื้อหม้อแม่นาค ของ M.I.A. มาทำให้อยู่ในรูปแบบกับแกล้มที่หยิบกินง่ายขึ้น

ต่อด้วย ยำมะเขือเผากุ้งสด จานที่ Sineha Bangkok รู้สึกว่าเป็นตัวแทนของแนวคิดเชฟเบลล์ได้ชัดที่สุด มะเขือเผาหอม ๆ กับกุ้งสด แล้วเติมส้มซ่าเข้าไป ส้มซ่าเป็นวัตถุดิบไทยที่กลิ่นหอมซับซ้อนกว่าส้มทั่วไป มีทั้งความสดชื่นและความหอมแบบเปลือกส้ม ทำให้จานยำมีมิติขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งรสจัดเพียงอย่างเดียว

อีกจานที่เข้ากับบรรยากาศ สามเสนวิลล่า แบบไม่ต้องอธิบายเยอะคือ คอหมูย่างซอสเบียร์ดำกระทะร้อน ความหอมของคอหมูย่างมาเจอกับซอสเบียร์ดำที่มีความขมปลายเล็กๆ ช่วยตัดความมันของเนื้อ ทำให้เป็นจานที่เหมาะกับการสั่งมาวางกลางโต๊ะ แล้วค่อยๆ กินไปพร้อมเครื่องดื่มเย็นๆ

ปิดท้ายด้วย ข้าวต้มแก้แฮงค์ ซึ่งจริงๆ แล้วไม่จำเป็นต้องรอให้แฮงค์ถึงจะกินได้ เพราะนี่คือข้าวต้มเครื่องที่ได้แรงบันดาลใจจากหมูสับต้มบ๊วย เติมบ๊ะเต็ง กุนเชียง กุ้งแห้ง และขิงซอยเข้าไป เป็นจานที่เหมือนบทสรุปของมื้ออาหาร อุ่นท้อง เค็มหวานพอดี และมีกลิ่นขิงช่วยให้รู้สึกสดชื่นขึ้น

สิ่งที่น่าสนใจของ Samsen Villa & Friends จึงไม่ได้อยู่แค่ 4 เมนูใหม่ แต่คือวิธีที่สองตัวตนถูกวางไว้ด้วยกันโดยไม่แย่งกันเด่น สามเสนวิลล่า ยังคงเป็น สามเสนวิลล่า ขณะที่เชฟเบลล์ก็ยังเล่าอาหารในแบบของตัวเอง
นี่อาจเป็นเสน่ห์ของการใช้คำว่า Friends แทนCollaboration เพราะมันไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าทั้งสองแบรนด์ต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อเข้าหากัน แต่เป็นการเอาสิ่งที่ตัวเองถนัดมานั่งโต๊ะเดียวกัน แล้วสร้างบางอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
และสำหรับ Sineha Bangkok นี่คือสิ่งที่น่าชิมที่สุดของโปรเจกต์นี้ เพราะในวันที่ร้านอาหารจำนวนมากพยายามหาวิธีสร้างเหตุผลใหม่ให้คนกลับมา สามเสนวิลล่า เลือกใช้สิ่งที่ตัวเองมีอยู่แล้ว นั่นคือความทรงจำของผู้คน แล้วเติมเพื่อนใหม่เข้าไปในเรื่องราวเดิม

สำหรับคนที่อยากลอง Samsen Villa & Friends มี 4 เมนู Chef’s Special ได้แก่ ปีกไก่หนุ่มสาว ยำมะเขือส้มซ่ากุ้งสด คอหมูย่างซอสเบียร์ดำ และข้าวต้มแก้แฮงค์ จากราคาปกติรวม 1,170 บาท จัดเป็น Set 4 เมนู ราคา 999 บาท ที่มีให้ลองไปจนถึง 31 ตุลาคม 2569

ถ้าอยากชิมทั้งของใหม่และเมนูในตำนานของสามเสนวิลล่า ยังมี Set 7 เมนู ราคา 1,699 บาท เพิ่ม แกงคั่วหอยขม กุ้งกลิ้งกระเทียมโทน และปวยเล้งผัดมันกุ้งเข้าไปด้วย โปรโมชั่นเซ็ตนี้มีให้ลองถึง 31 สิงหาคม 2569
บางทีร้านที่ยังมีเสียงดังอยู่แล้ว อาจไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้คนพูดถึง แค่เปิดโต๊ะให้เพื่อนใหม่เข้ามานั่ง แล้วสร้างเรื่องอร่อยเรื่องใหม่ด้วยกันก็พอ

Samsen Villa & Friends จึงไม่ใช่แค่เมนู Collaboration แต่เป็นอีกหนึ่งบทสนทนาระหว่างตำนานของ สามเสนวิลล่า กับมุมมองใหม่จาก M.I.A. Made in Ari ที่ชวนให้เราได้ทั้งย้อนกลับไปหาความคุ้นเคย และลองอะไรใหม่ๆ ในมื้อเดียว
