แวะชมอาทิตย์ขึ้นบนหินสามวาฬ เยือนตำนานภูทอก ท่องพิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต ที่บึงกาฬ

เที่ยวบึงกาฬหนึ่งวัน จังหวัดเล็ก ๆ ของอีสาน แต่มีดีหลากหลายจัดทริปเที่ยวได้ 1 วันไม่ซ้ำบรรยากาศ ใครสนใจ ตาม Sineha Bangkok มาจะพาไปขับรถเที่ยวบึงกาฬ อีสานเหนือ จังหวัดเดียวก็เที่ยวได้จุใจ

ถึงแม้ว่าอีสานเหนือ หรืออีสานตอนบน ชื่อเสียงอุดรธานี หนองคาย นครพนม จะเป็นที่รู้จักมากกว่าจังหวัดบึงกาฬ แต่ ณ ตอนนี้ มีที่ท่องเที่ยวบึงกาฬ ที่ไม่น้อยหน้าจังหวัดรุ่นพี่เลยแม้แต่น้อย ถ้าพักอุดรฯ หนองคาย ใช้เวลาวันหนึ่งขับรถไปเที่ยวบึงกาฬสบาย ๆ หรือใครจะไปสัมผัสบึงกาฬให้เต็มอิ่ม หาที่พักบึงกาฬ ก็ไม่ว่ากัน

Sineha Bangkok ก็ทัวร์เกือบทุกจังหวัดอีสานเหนือ แต่ขอตัดตอนเล่าเฉพาะความประทับใจที่บึงกาฬ จาก 3 ที่เที่ยวบึงกาฬยอดนิยม ที่สามารถเที่ยวภายในวันเดียวกัน ได้แก่ ช่วงเช้าแต่เช้าตรู่ขึ้น หินสามวาฬ ไปชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น จุใจแล้วไปวัดใจต่อที่ ภูทอก ก่อนจะไปทิ้งท้ายสัมผัสวิถีท้องถิ่น ที่ พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิตจังหวัดบึงกาฬ ก่อนจะกลับไปนอนหนองคาย หรือใครจะเลยไปอุดรธานีก็ไปอีกแค่ 60 กิโลเมตรเท่านั้น

ขอย้ำเลยว่า สวยและเข้าถึงง่ายมากกว่าที่คิดไว้เยอะเลย

หินสามวาฬ

ที่เที่ยว Unseen ยอดฮิตอย่าง “หินสามวาฬ” เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของภูสิงห์  หรือเขตพื้นที่อนุรักษ์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงดิบกะลาป่าภูสิงห์และป่าดงสีชมพู บ้านโนนไทรทอง อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ ครอบคลุมเนื้อที่ประมาณ 12,000 ไร่ อยู่ในความดูแลของกรมป่าไม้

หินสามวาฬ เป็นกลุ่มภูเขาหินทรายขนาดใหญ่อายุเก่าแก่ราว 75 ล้านปี ที่เกิดจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลก กระบวนการกัดกร่อนของหินทราย และอีกหลายปัจจัยจากธรรมชาติ จนเกิดเป็นหน้าผาลักษณะแปลกตา มองจากมุมสูงดูคล้ายปลาวาฬสามตัว พ่อ แม่ ลูก อันเป็นที่มาของชื่อ หินสามวาฬ ที่กำลังแหวกว่ายอยู่กลางผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะตอนพระอาทิตย์ขึ้น

เราสามารถขึ้นไปถ่ายรูปได้ทั้งบนหลัง วาฬตัวพ่อ ซึ่งอยู่ตรงกลาง และ วาฬตัวแม่ ทางซ้าย ส่วน วาฬลูก นั้นเจ้าหน้าที่ยังไม่อนุญาตให้ขึ้น ทัศนียภาพที่เห็นนอกจากวิวพระอาทิตย์ขึ้น ยังมีความงามของป่าภูวัว ห้วยบังบาตร แก่งสะดอก หาดทรายแม่น้ำโขง ถ้าอากาศดีๆ มองไปได้ไกลถึงภูเขาเมืองปากกระดิ่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวโน้นเลย

นอกจาก หินสามวาฬแล้ว ที่ภูสิงห์ ยังมีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจรวมทั้งหมด 8 แห่งด้วยกัน ได้แก่ ลานธรรม กำแพงภูสิงห์ ถ้ำใหญ่ ชุดชมวิวถ้ำฤๅษี หินหัวช้าง จุดชมวิวหินช้าง ประตูสวรรค์ที่มีลักษณะชั้นหินทรายคล้ายถ้ำนาคา และส้างร้อยบ่อ ที่ที่มีลักษณะคล้ายสามพันโบก

สถานที่ดังกล่าวไม่สามารถนำรถขึ้นไปได้ จะมีอาสาสมัครป่าไม้ภูสิงห์เป็นผู้ขับรถกระบะโฟร์วีลนำเที่ยว เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว รถมีให้บริการตลอดทั้งวันตั้งแต่ตีห้าครึ่งถึงห้าโมงเย็น ราคาไป – กลับคันละ 500 บาท (สูงสุด 8 คน) สามารถติดต่อได้ที่ทำการภูสิงห์ เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 5:30 – 17:00 น.

ภูทอก

ภูทอก ในภาษาอีสานแปลว่า ภูเขาที่โดดเดี่ยว เป็นที่ตั้งของ วัดเจติยาคีรีวิหาร (วัดภูทอก) อยู่ในอาณาเขตบ้านคำแคน ตำบลนาแสง อำเภอศรีวิไล  จ.หนองคาย 

ภูทอกมี 2 ลูกคือ ภูทอกใหญ่ และภูทอกน้อย ส่วนที่นักแสวงบุญและนักท่องเที่ยวทั่วไปสามารถชมได้แค่ภูทอกน้อย  ส่วนภูทอกใหญ่ยังไม่เปิดให้เข้าไปชม อดีตบริเวณนี้เคยเป็นป่าทึบ มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่มากมาย  ต่อมาพระอาจารย์จวน  กุลเชฏโฐ มาปักกรดอยู่ที่ ถ้ำบนภูทอก กับพระครูศริธรรมวัฒน์ ชาวบ้านคำแคน เห็นพระอาจารย์จวน ธุดงภ์มาอยู่ที่ภูทอก จึงพร้อมใจกันอาราธนาให้สร้างวัด ขึ้นที่ภูทอก ก่อนที่พระอาจารย์จวนจะละสังขาร เล็งเห็นที่จะช่วยเหลือชาวบ้านแถวนี้ให้มีรายได้อย่างยั่งยืนและถาวร จึงได้ริเริ่มจัดสร้างสะพานไม้และบันไดขึ้นชมทัศนียภาพรอบ ๆ ภูทอก เพื่อให้เป็น แหล่งท่องเที่ยวเชิงพุทธรักษ์ ซึ่งเป็นผลจริงแล้วในวันนี้

ภูทอก มีขนาดความสูง โดยวัดจากฐานถึงยอด 460 เมตร มีบันไดเรียงขึ้นตามชั้นต่าง ๆ 7 ชั้น และฐานชั้นที่ 6 วัดโดยรอบได้ 800 เมตร ตั้งแต่ชั้น 3 ขึ้นไป นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมแบบสะพานเวียนรอบเขา ซึ่งจะได้เห็นวิวและมุมมองที่ต่างกันไป

ใครเคยเห็นภาพจากโซเชียลมีเดีย อาจจะกลัวว่าเดินยาก อันตราย แต่จริง ๆ เดินขึ้นก็ไม่ยากส่วนบริเวณทางเดินไม้รอบเขา ก็ไม่น่ากลัวเหมือนที่เห็นในภาพแต่อย่างใด กว้างเดินสบาย วิวสวยมาก หาโอกาสแวะไปเที่ยวกันได้นะ Sineha Bangkok แนะนำที่นี่มาก ไปได้ทุกวันตั้งแต่ ตี 5 ถึง 5 โมงครึ่ง

พิพิธภัณฑ์ชุมชมมีชีวิตจังหวัดบึงกาฬ

พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิตจังหวัดบึงกาฬ ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านขี้เหล็กใหญ่ ต.หนองพันทา อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ เดิมเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ เงียบ ๆ ที่มีวัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ทั้งการแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์ด้วยการนุ่งซิ่น สะพายกระติ๊บ ตักบาตรข้าวเหนียว ต่อมาได้รับการพัฒนากลายเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวสตรีทอาร์ต หรือหมู่บ้านภาพวาดเขียนสีพญานาค หนึ่งเดียวในโลก ที่ได้นำความเชื่อและความศรัทธาที่มีต่อพญานาคของคนท้องถิ่น มาผสมผสานเพื่อสะท้อนวิถีชีวิตชุมชนด้วยงานศิลป์ Sineha Bangkok เคยรีวิวแยกต่างหากไว้ เข้าไปอ่านรายละเอียดเต็มได้ที่ลิงค์นี้เลย เที่ยวหมู่บ้านสตรีทอาร์ตพญานาค หนึ่งเดียวในโลก ที่ พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต บึงกาฬ

ไว้คราวหน้า Sineha Bangkok จะพาไปเที่ยวที่ไหนอีก คอยติดตามกันได้นะ  ^_*