สำรับ “ข้าวแช่” 13 เครื่องเคียงจากฝีมือ Chef Golf ที่อยากให้ทุกคนได้ชิมสักครั้งในฤดูกาลนี้

พอเข้าเดือนมีนาคมทีไร เมนูที่หลายคนรอคอยก็คงหนีไม่พ้น “ข้าวแช่” สำรับหน้าร้อนของไทยที่ทั้งหอม สดชื่น และมีดีเทลซ่อนอยู่ในทุกองค์ประกอบ และปีนี้ Sineha Bangkok แวะไปชิมข้าวแช่ที่ Bangkok’78 ห้องอาหารไทยร่วมสมัยในโรงแรม Sindhorn Midtown Hotel Bangkok ที่บอกเลยว่าไม่เคยพลาดสักปี

ข้าวแช่ที่นี่เป็นฝีมือของเชฟ ภัควลัญชญ์ หรือ เชฟกอล์ฟ ที่นำสูตรดั้งเดิมมาตีความใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย แต่ยังคงความละเอียดแบบสำรับชาววังเอาไว้ครบถ้วน จุดเด่นคือการเลือกใช้วัตถุดิบไทยคุณภาพดี และจัดเต็มเครื่องเคียงมากถึง 13 อย่างในหนึ่งสำรับ ซึ่งถือว่าค่อนข้างหลากหลายเมื่อเทียบกับหลายที่


Sineha Bangkok เริ่มต้นด้วยการสังเกตตั้งแต่ตัวข้าวก่อนเลย ปกติข้าวแช่โบราณจะใช้ข้าวเสาไห้ แต่ เชฟ กอล์ฟ เลือกปรับมาใช้ข้าวหอมมะลิแทน เพราะเข้าใจว่าคนยุคนี้นิยมเนื้อข้าวที่นุ่มมากขึ้น ข้าวถูกหุงให้มีความนุ่มพอดี เมล็ดสวย แล้วนำไปอบควันเทียน พร้อมใส่น้ำอบที่ทำจากดอกไม้ธรรมชาติทั้งหมด ไม่ใช้กลิ่นสังเคราะห์เลย ข้าวยังเติมได้อีกด้วย

พอเสิร์ฟออกมา กลิ่นหอมจะค่อนข้างละมุน ไม่ฉุนเกินไป และยังได้กลิ่นใบเตยอ่อน ๆ แทรกอยู่ในน้ำข้าวแช่ด้วย ดอกไม้ที่ใช้ทำกลิ่นก็เป็นดอกไม้ไทยแท้ อย่างกุหลาบมอญ ดอกมะลิ และดอกกระดังงา ซึ่งเชฟบอกว่าพยายามเลือกให้ได้กลิ่นที่สดและเป็นธรรมชาติที่สุด

อีกดีเทลหนึ่งที่ทำให้ Sineha Bangkok รู้สึกว่าที่นี่ใส่ใจมาก คือดอกไม้ตกแต่งบนสำรับ เชฟปลูกเองที่บ้านทั้งหมด เป็นดอกไม้ปลอดสารเคมี รดน้ำดูแลเองทุกวัน ก่อนจะนำมาใช้ในครัวของโรงแรม เพราะอยากให้ลูกค้ามั่นใจว่าเป็นดอกไม้ที่สะอาดและกินได้จริง
ทีนี้มาถึงพระเอกของสำรับอย่างเครื่องเคียงทั้ง 13 อย่าง ที่เรียงมาเต็มถาดแบบละลานตา ซึ่งแต่ละอย่างก็มีคาแรกเตอร์ของตัวเอง
เริ่มจาก พริกหยวกสอดไส้ รสชาติกลมกล่อม หอมเครื่องเทศเบา ๆ ไส้ด้านในเป็นกุ้งกับหมู ผัดจนหอมแล้วนำไปสอดในพริกหยวก ก่อนจะนำไปทอดให้ผิวด้านนอกมีความนุ่มและหอมกำลังดี

อีกเมนูที่น่าสนใจคือ อัญชันสอดไส้กุ้ง ที่ใช้ดอกอัญชันเป็นตัวห่อไส้กุ้งเน้น ๆ เต็ม ๆ ด้านใน ทำออกมาได้สีสวยและรสชาติค่อนข้างละมุน
ต่อด้วย กุ้งหวาน ที่ผัดจนเคลือบน้ำตาลกำลังพอดี หวานนิด เค็มหน่อย กินกับข้าวแช่แล้วช่วยตัดความเย็นของน้ำข้าวได้ดี
ลูกกะปิทอด ก็เป็นอีกจานที่หลายคนรอ เชฟปรุงกะปิกับกระชายให้หอม ก่อนจะปั้นแล้วนำไปทอด ทำให้ได้กลิ่นหอมชัด แต่รสไม่แรงเกินไป
หัวไชโป๊ผัดหวาน ก็มีเรื่องราวเหมือนกัน เชฟเลือกใช้หัวไชโป๊จากโพธาราม จังหวัดราชบุรี ผัดกับน้ำตาลมะพร้าวจนเข้าเนื้อ ใส่ใบเตยเล็กน้อย แล้วนำไปอบควันเทียนอีกครั้ง ทำให้ได้กลิ่นหอมลึกขึ้น

ในสำรับยังมี หมูฝอย เนื้อฝอย หมูเปีย ไข่เค็ม และหอมแดงสอดไส้ ที่เชฟตั้งใจทำไส้ให้แน่นเป็นพิเศษ เพราะปกติเชฟบอกว่าบางที่ไส้จะหลุดออกหมด เหลือแต่หอมแดงจืด ๆ แต่ของที่นี่อัดไส้ถั่วและปลาช่อนผัดไว้แน่น เวลากินจะได้รสหวานมันของถั่วกับความหอมของปลาเต็มคำ
อีกหนึ่งเครื่องเคียงที่หลายคนชอบคือ ปลาแห้งแตงโม ความเค็มหวานของปลาแห้งตัดกับความฉ่ำของแตงโม ทำให้รสชาติสดชื่นขึ้นทันที
ส่วนผักแนมก็มีให้ครบ ทั้งกระชาย ขมิ้น ต้นหอม แตงกวา และมะม่วงแก้วขมิ้นที่มีรสเปรี้ยวหวานอ่อน ๆ ช่วยรีเฟรชรสชาติระหว่างคำได้ดี

Sineha Bangkok รู้สึกว่าการกินข้าวแช่ที่นี่สนุกตรงที่สามารถสลับรสชาติไปเรื่อย ๆ ระหว่างข้าวเย็นหอม ๆ กับเครื่องเคียงแต่ละแบบ ทำให้ไม่รู้สึกจำเจเลย แม้จะเป็นสำรับใหญ่
อีกอย่างที่น่ารักคือปีนี้เชฟเตรียมจดหมายเล่าเรื่องราวของข้าวแช่ไว้ให้ด้วย เป็นเหมือนโน้ตเล็ก ๆ ที่อธิบายที่มาของเมนูนี้ ใครสนใจสามารถเก็บกลับไปเป็นที่ระลึกได้
สำหรับราคา ข้าวแช่สำรับนี้อยู่ที่ 1,150++ ต่อชุด สำหรับรับประทานที่ร้าน และสามารถทานได้ประมาณ 2 คน ถ้าอยากสั่งกลับบ้านก็มีแบบปิ่นโต ราคา 1,499++
เมนูนี้จะมีให้ทานเฉพาะช่วง มีนาคม ถึง เมษายน 2569 เท่านั้น ใครที่เป็นแฟนข้าวแช่หรืออยากลองสำรับหน้าร้อนแบบไทยแท้ Sineha Bangkok แนะนำว่าให้จองล่วงหน้าหน่อย เพราะช่วงนี้คนถามถึงกันค่อนข้างเยอะ
