Experience Bar แห่งแรกในเอเชียแปซิฟิก บนชั้น 74 คิง เพาเวอร์ มหานคร

ต้องยอมรับว่า ทุกวันนี้ร้านเครื่องดื่มไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่อง “อร่อย” อีกต่อไป แต่แข่งขันกันที่ “ประสบการณ์” ว่าจะทำให้ลูกค้ารู้สึกจดจำได้มากแค่ไหน
นั่นคือความรู้สึกแรกของ Sineha Bangkok หลังได้มาสัมผัส CHAGEE Experience Bar บนชั้น 74 ของ King Power Mahanakhon สถานที่ที่เปลี่ยนภาพจำของร้านชาแบบเดิม ๆ ไปโดยสิ้นเชิง

ที่นี่ไม่ใช่คาเฟ่ ไม่ใช่บาร์ และไม่ใช่ Tea House ในแบบที่เราคุ้นเคย แต่เป็นพื้นที่ที่นำศาสตร์ของชา มาผสมกับศิลปะการสร้างสรรค์เครื่องดื่มแบบ Mixology โดยไม่มีแอลกอฮอล์แม้แต่หยดเดียว
สิ่งที่ทำให้ Experience Bar แห่งนี้น่าสนใจ คือการเป็นสาขาแรกของ CHAGEE ในประเทศไทยและแห่งแรกของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์กำลังพยายามยกระดับตัวเองจากร้านชาพรีเมียม ไปสู่ Lifestyle Destination ที่คนอยากแวะมาเช็กอิน

เมื่อเดินเข้ามา สิ่งแรกที่สะดุดตาไม่ใช่เมนู แต่เป็นเคาน์เตอร์บาร์ที่เปิดโล่ง ให้ทุกคนได้เห็นทุกขั้นตอนการรังสรรค์เครื่องดื่มแบบแก้วต่อแก้ว คล้ายกับการนั่งหน้า Cocktail Bar เพียงแต่พระเอกของที่นี่คือ “ชา”
อีกหนึ่งรายละเอียดที่ Sineha Bangkok ชอบ คือคำว่า CHAtender บุคคลที่อยู่หลังบาร์ไม่ได้เป็นเพียงพนักงานชงชา แต่เป็นคนที่เล่าเรื่องของวัตถุดิบ อธิบายรสชาติ และสร้างบทสนทนาระหว่างการเสิร์ฟ ทำให้การสั่งเครื่องดื่มกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์


เบื้องหลังความพิเศษของแต่ละแก้วคือ Teaspresso นวัตกรรมการสกัดชาของ CHAGEE ที่ใช้แรงดันในการดึงกลิ่นและรสของใบชาออกมาอย่างเข้มข้น คล้ายหลักการของ Espresso แต่เปลี่ยนจากเมล็ดกาแฟเป็นใบชา ผลลัพธ์คือรสชาติที่ชัด มีกลิ่นหอมเป็นชั้น ๆ และยังคงเอกลักษณ์ของชาไว้อย่างครบถ้วน นับเป็นหนึ่งในเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมในวงการเครื่องดื่มระดับโลก เพราะช่วยให้ชาเป็นวัตถุดิบที่นำไปสร้างสรรค์เมนูใหม่ได้หลากหลายกว่าการชงแบบดั้งเดิม

สำหรับเมนูที่ได้ลอง ต้องยกให้ Sky-high Highball เป็นแก้วที่สะท้อนคอนเซ็ปต์ของ Experience Bar ได้ดีที่สุด เพราะมีให้ดื่มเฉพาะที่สาขา King Power Mahanakhon ชั้น 74 เท่านั้น
แรงบันดาลใจมาจาก Highball แต่เปลี่ยนจากแอลกอฮอล์เป็น Lapsang Souchong Teaspresso ผสานกับลิ้นจี่และโซดา ให้ความสดชื่นแบบมีมิติ ดื่มง่าย แต่ยังคงกลิ่นหอมของชาไว้อย่างชัดเจน ราคา 185 บาท ถือว่าเป็นเมนูที่ควรเริ่มต้นสำหรับคนที่อยากรู้ว่า Non-alcoholic Tea Creation แตกต่างจากเครื่องดื่มชาทั่วไปอย่างไร


อีกแก้วที่น่าสนใจคือ Sunset Spritz ราคา 195 บาท ซึ่งใช้ Da Hong Pao Teaspresso จับคู่กับยูซุโซดา ให้ความรู้สึกสดชื่นแบบซิตรัส ดื่มง่าย เหมาะกับช่วงเย็น โดยเฉพาะเมื่อพระอาทิตย์กำลังตกเหนือเส้นขอบฟ้าของกรุงเทพฯ บรรยากาศและรสชาติแทบจะถูกออกแบบมาให้เข้ากันพอดี

ส่วนคนที่ชอบรสชาเข้มขึ้น Sineha Bangkok แนะนำ Red & Black ราคา 185 บาท เพราะความหอมคั่วของชา Da Hong Pao ตัดกับแบล็กเคอร์แรนต์ได้อย่างลงตัว มีความเปรี้ยวหวานเล็ก ๆ ก่อนปิดท้ายด้วยรสชาที่ชัดเจน
ถ้าใครชอบเครื่องดื่มแนว Dessert Drink แนะนำ Da Hong Pao Tea-ramisu ราคา 195 บาท ที่ตีความทีรามิสุใหม่ โดยใช้ชาแทนกาแฟ ทำให้ได้ความนุ่มละมุน แต่ไม่หนักจนเกินไป

อีกเมนูที่น่าสนใจคือ Good Evening, Good Beginnings ราคา 215 บาท ซึ่งมีกลิ่นรมควันอ่อน ๆ จากชา Lapsang Souchong ผสมกับลาเวนเดอร์และ French Vanilla Foam ให้สัมผัสคล้ายของหวาน แต่ยังคงความเป็นชาไว้อย่างชัดเจน

นอกจากเครื่องดื่ม สิ่งที่ทำให้ Experience Bar แตกต่าง คือบรรยากาศที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้คนใช้เวลาอยู่กับมัน ไม่ว่าจะเป็นวิวแบบพาโนรามาของกรุงเทพฯ งานศิลปะ CHAGEE Sunset Sculpture หรือ AR Interactive ที่พาผู้ชมย้อนกลับไปเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของชาในรูปแบบร่วมสมัย ทุกองค์ประกอบทำให้การนั่งดื่มชาแก้วหนึ่งใช้เวลานานกว่าปกติ แต่กลับรู้สึกว่าคุ้มค่ากับเวลาที่ใช้


นี่จึงไม่ใช่สถานที่ที่เราแวะซื้อเครื่องดื่มแล้วเดินออก แต่เป็นจุดหมายที่เหมาะกับการนัดเดต ฉลองโอกาสพิเศษ หรือแม้แต่พาเพื่อนที่หลงใหลการถ่ายคอนเทนต์มาสัมผัสประสบการณ์ใหม่
Sineha Bangkok มองว่า สิ่งที่ CHAGEE กำลังทำ ไม่ใช่การขายชาเพียงอย่างเดียว แต่กำลังสร้าง “Premium Tea Experience” ให้กลายเป็นอีกหนึ่งไลฟ์สไตล์ของคนเมือง ซึ่งเป็นแนวทางที่แบรนด์ระดับโลกหลายแห่งกำลังให้ความสำคัญ เพราะผู้บริโภครุ่นใหม่ไม่ได้มองหาแค่สินค้าที่ดี แต่ต้องการเรื่องราว ความรู้สึก และช่วงเวลาที่น่าจดจำกลับไปด้วย

หากกำลังมองหาสถานที่ใหม่สำหรับเปลี่ยนบรรยากาศการดื่มชา CHAGEE Experience Bar คือหนึ่งในแลนด์มาร์กที่น่าลองที่สุดของกรุงเทพฯ ในเวลานี้ เพราะบางครั้ง สิ่งที่ทำให้เครื่องดื่มหนึ่งแก้วพิเศษ ไม่ใช่แค่รสชาติ แต่คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างทุกจิบ
