Dusit Thani Bangkok x Antonio Bachour Afternoon Tea

Afternoon Tea ที่ไม่ได้ขายแค่ขนม แต่ขายประสบการณ์จากเชฟระดับโลก

มี Afternoon Tea หลายแห่งที่เสิร์ฟขนมสวย ถ่ายรูปขึ้น แต่มีไม่กี่ชุดที่ทำให้รู้สึกว่า “ครั้งนี้ต้องมา”
เหตุผลไม่ใช่เพราะโลเคชัน หรือวิวของโรงแรมเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะนี่คือการร่วมงานระหว่าง Dusit Thani Bangkok กับ Antonio Bachour เชฟขนมหวานผู้คว้ารางวัล World’s Best Pastry Chef ถึง 3 ครั้ง และเป็นหนึ่งในชื่อที่คนรักพาสทรีทั่วโลกต่างรู้จัก

ทุกวันนี้ Afternoon Tea ไม่ได้เป็นแค่ช่วงเวลาสำหรับจิบชาอีกต่อไป แต่กลายเป็น Luxury Experience ที่โรงแรมระดับโลกใช้สะท้อนตัวตนของแบรนด์ ผ่านการร่วมงานกับเชฟชื่อดัง ศิลปิน หรือแบรนด์แฟชั่นระดับโลก ยิ่งมี Exclusive Collaboration มากเท่าไร ยิ่งกลายเป็นจุดหมายที่นักชิมและนักเดินทางอยากมาสัมผัสด้วยตัวเอง

ครั้งนี้ Sineha Bangkok จึงไม่ลังเลที่จะใช้เวลาช่วงบ่ายมาลอง Afternoon Tea Set ที่หลายคนกำลังพูดถึง และต้องยอมรับว่า สิ่งที่ประทับใจที่สุดไม่ใช่ความสวยของขนม แต่คือรสชาติที่ทำให้เข้าใจว่าทำไม Antonio Bachour ถึงได้รับการยกย่องในระดับโลก

เริ่มจากของหวานทั้ง 6 ชิ้นที่เชฟออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ ทุกชิ้นสะท้อนเอกลักษณ์ของเขาอย่างชัดเจน คือใช้เทคนิคพาสทรีแบบฝรั่งเศส แต่เติมบุคลิกจากบ้านเกิดและผลไม้เขตร้อน ทำให้ขนมดูร่วมสมัย รสชาติสดใส และไม่หวานจนเกินไป

ชิ้นที่อยากแนะนำเป็นอันดับแรกคือ Bachour Rocher ซิกเนเจอร์ที่แฟนขนมของเชฟทั่วโลกคุ้นเคย ช็อกโกแลตเข้มข้นตัดกับเฮเซลนัตพราลีนกรุบกรอบ เนื้อสัมผัสหลายชั้นทำให้ทุกคำมีมิติ เป็นขนมที่เรียบง่ายแต่สมบูรณ์แบบ

ตามมาด้วย Exotic Choux ที่เป็นเหมือนตัวแทนของความสดชื่น เสาวรส มะม่วง และมะพร้าว ทำงานร่วมกันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ เปรี้ยว หอม และเบาสบาย เป็นชิ้นที่ช่วยรีเฟรชรสชาติระหว่างเซ็ตได้อย่างลงตัว

Chocolate St. Honoré คือการตีความขนมฝรั่งเศสคลาสสิกใหม่ให้ร่วมสมัยขึ้น ครีมช็อกโกแลตเนียนละเอียดแต่ไม่หนัก ส่วน Strawberry Shortcake โดดเด่นด้วยความเรียบง่ายของอัลมอนด์เค้ก สตรอว์เบอร์รีสด และครีมคุณภาพดี ที่ยิ่งเรียบยิ่งเห็นคุณค่าของวัตถุดิบ

Orange เป็นอีกชิ้นที่เซอร์ไพรส์ เพราะเชฟใช้ส้มในแทบทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่บิสกิต มูส เยลลี่ ไปจนถึงครีมแมนดาริน ทำให้ได้ความหอมสดชื่นตลอดคำ

ส่วน Coconut Panna Cotta with Guava Soup ถือเป็นเมนูที่มีเรื่องราวที่สุด เชฟหยิบแรงบันดาลใจจากความทรงจำวัยเด็กในแคริบเบียนมาสร้างเป็นของหวานที่มีทั้งความละมุนของพานาคอตต้ามะพร้าว และความหอมหวานของซุปฝรั่ง กลายเป็นเมนูที่ต่างจากพานาคอตต้าทั่วไปอย่างชัดเจน

แม้ของหวานจะเป็นพระเอก แต่ของคาวก็ไม่ใช่ตัวประกอบ ในเซ็ตมีทั้ง Brioche ตับบด แซนด์วิชหมูบาร์บีคิวช็อกโกแลต รวมถึงเมนู Savoury อีกหลายรายการที่ช่วยตัดรสหวานได้ดี ทำให้สามารถรับประทานได้จนจบโดยไม่รู้สึกเลี่ยน ปิดท้ายด้วย Raspberry Croissant ที่ทั้งหอมเนยและให้รสผลไม้สดชื่น เป็นบทสรุปที่ลงตัวของมื้อนี้

สิ่งหนึ่งที่ Sineha Bangkok ชอบคือ ขนมทุกชิ้นไม่ได้ออกแบบมาเพื่อความสวยเพียงอย่างเดียว หลายครั้งเราเจอขนมที่หน้าตาเหมือนงานศิลปะ แต่รสชาติกลับธรรมดา ทว่าเซ็ตนี้กลับพิสูจน์ว่า Presentation และ Taste สามารถเดินไปด้วยกันได้จริง ทุกองค์ประกอบมีเหตุผล และทุกคำให้ความรู้สึกสมกับชื่อของ Antonio Bachour

สำหรับใครที่ติดตามวงการพาสทรี ชื่อของ Antonio Bachour เปรียบเสมือนไอคอนของ Modern Pastry เขาได้รับรางวัล World’s Best Pastry Chef ในปี 2018, 2019 และ 2022 รวมถึง Pastry Innovator Award ในปี 2024 ผลงานของเขาโดดเด่นทั้งด้านเทคนิค ความคิดสร้างสรรค์ และการทำให้ขนมหวานเข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น จึงไม่แปลกที่หลายคนพร้อมเดินทางข้ามประเทศเพื่อชิมขนมของเขา

การได้ลิ้มลองเมนูที่เชฟออกแบบเองโดยไม่ต้องบินไปต่างประเทศ จึงเป็นโอกาสที่หาไม่ได้บ่อยนัก และนั่นคือคุณค่าของ Collaboration ครั้งนี้

Afternoon Tea Set ให้บริการที่ Grand Lobby Bar ของ Dusit Thani Bangkok ทุกวัน เวลา 14.00–17.00 น. ราคา 2,450++ บาท ต่อชุดสำหรับ 2 ท่าน

ถ้าให้สรุปความรู้สึกหลังจบมื้อนี้ Sineha Bangkok มองว่านี่ไม่ใช่ Afternoon Tea ที่เหมาะแค่กับคนรักขนม แต่เหมาะกับคนที่ชอบสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ ผ่านอาหาร และอยากเข้าใจว่าทำไมเชฟคนหนึ่งถึงได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในพาสทรีเชฟที่ดีที่สุดของโลก

เพราะบางครั้ง ความพิเศษของมื้อหนึ่ง ไม่ได้อยู่ที่จำนวนเมนู แต่อยู่ที่การได้ลิ้มลองผลงานของคนที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการขนมหวานระดับโลก และเซ็ตนี้ก็ทำหน้าที่นั้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.