Sunday Brunch ระดับตำนานของ The Sukhothai Bangkok

A New Chapter of Legendary Sunday Brunch ที่ไม่ได้แค่กินให้อิ่ม แต่คือประสบการณ์ที่อยากนั่งยาวทั้งบ่าย

ถ้าพูดถึง Sunday Brunch ในกรุงเทพ เชื่อว่าหลายคนต้องมีชื่อของ The Sukhothai Bangkok อยู่ในลิสต์แน่นอน เพราะนี่คือหนึ่งในบรันช์ระดับตำนานที่สายกินจริงจังรู้กันดีว่า มาทีคือครบ จบ และคุณภาพถึงจริง รอบนี้ Sineha Bangkok แวะมาลองเมื่ออาทิตย์ล่าสุดเดือนมีนาคมในคอนเซ็ปต์ใหม่ A New Chapter of Its Legendary Sunday Brunch ที่เพิ่งเปิดตัว บอกเลยว่าฟีลมันไม่ใช่แค่บุฟเฟต์โรงแรมแบบเดิม แต่เหมือนยกระดับให้กลายเป็นประสบการณ์กินข้าวที่มีเรื่องเล่า มีจังหวะ และมีอะไรให้ตื่นเต้นตลอดเวลา

โลเคชันยังคงจัดที่ห้องอาหาร Colonnade ที่หลายคนคุ้นเคย บรรยากาศวันนั้นคือดีมาก มีแสงธรรมชาติ วิวเจดีย์กลางน้ำที่เป็นเอกลักษณ์ของโรงแรม และมีดนตรีสดเล่นคลอเพิ่มความมีชีวิตชีวา ทำให้การนั่งกินบรันช์ยาว ๆ ตั้งแต่เที่ยงไปถึงบ่ายสามมันเพลินแบบไม่รู้ตัว

สิ่งที่ Sineha Bangkok รู้สึกได้ชัดตั้งแต่เริ่มคือความหลากหลายของอาหารที่ยังคงจัดเต็มเหมือนเดิม แต่ถูกเล่าใหม่ให้น่าสนใจกว่าเดิม เริ่มจากไลน์ซีฟู้ดที่ยังคงเป็นไฮไลต์ ทั้งล็อบสเตอร์ ปูคิงแคร็บ หอยนางรม คือสดและเติมไม่อั้น ใครเป็นสายนี้บอกเลยว่าคุ้มตั้งแต่จานแรก ฝั่ง grill station ก็ยังทำได้ดีเหมือนเดิม มีทั้งวากิวและเนื้อแกะที่ย่างแบบสั่งตามความสุกที่ต้องการ เนื้อดีและไม่แห้ง กินคู่ซอสแล้วลงตัวมาก แต่ที่ชแบที่สุด ยกให้เทมปุระ คือดีที่สุดเท่าที่เคยทานมาในไลน์ Sunday Brunch เลย

แต่ความสนุกของ Chapter ใหม่นี้อยู่ที่การรวมทีมเชฟจากหลายห้องอาหารของโรงแรม ไม่ว่าจะเป็น Celadon สำหรับอาหารไทย La Scala สำหรับอาหารอิตาเลียน และทีม pastry ที่ขึ้นชื่อเรื่องขนม แต่ละเชฟจะมีเมนู signature ของตัวเอง และไม่ได้มาแบบตักเองธรรมดา แต่มีทั้งแบบ live cooking และแบบ tasting portion ที่ทำออกมาเป็นคำเล็ก ๆ ให้เราได้ลองหลายอย่างในมื้อเดียว ซึ่ง Sineha Bangkok ชอบมาก เพราะมันทำให้การกินบรันช์ไม่น่าเบื่อเลย เมนูที่เห็นแล้วต้องแวะคือ Lobster Bisque ที่ทำสด ๆ กลิ่นหอมเข้มข้น และ Tuna Tartare ที่ปรุงใหม่ทุกจาน รวมถึงกุ้งลายเสือซอส XO ที่ผัดร้อน ๆ เสิร์ฟทันที

แต่ไฮไลต์จริง ๆ ที่ทำให้บรันช์นี้ต่างจากที่อื่น คือ trolley service ที่เข็นออกมาเสิร์ฟถึงโต๊ะเป็นระยะ ๆ พร้อมกิมมิกน่ารัก ๆ อย่างการสั่นกระดิ่ง เหมือนบอกว่าเมนูพิเศษกำลังมาแล้วนะ ใครสนใจก็เรียกได้เลย ซึ่งมันไม่ได้มาแค่รอบเดียว แต่จะวนมาเรื่อย ๆ ตลอดมื้อ ทำให้เรารู้สึกเหมือนมี surprise ตลอดเวลา เดี๋ยวก็มีจานใหม่ เดี๋ยวก็มีเมนูพิเศษโผล่มา เพิ่มความสนุกให้กับการนั่งกินยาว ๆ ได้ดีมาก อันนี้ Sineha Bangkok ให้เป็นหนึ่งในจุดที่ทำให้ที่นี่ยังคงความ legendary ได้จริง

อีกโซนที่ห้ามพลาดคือ cheese room ที่ถือเป็น signature ของที่นี่ มีชีสให้เลือกมากกว่า 25 ชนิด พร้อม cold cuts คุณภาพดี ใครสายชีสบอกเลยว่าใช้เวลาอยู่โซนนี้ได้เป็นชั่วโมง ส่วนสายของหวานก็ไม่ต้องห่วง เพราะ pastry ของที่นี่จัดเต็มทั้งเค้ก ทาร์ต และขนมสไตล์ฝรั่งเศส ปิดท้ายด้วยเมนูคลาสสิกอย่าง Crepe Suzette ที่ทำสดเสิร์ฟถึงโต๊ะ เป็นอีก moment ที่ทำให้มื้อนี้ดูพิเศษขึ้นมาอีก

Sineha Bangkok รู้สึกว่าบรันช์ครั้งนี้ไม่ได้แค่เน้นความอิ่ม แต่เน้น experience มากขึ้น ทั้งการเล่าเรื่องผ่านเมนู การรวมทีมเชฟ และการเสิร์ฟที่มี interaction กับแขกมากขึ้น มันเลยทำให้มื้อนี้มีความ dynamic และไม่น่าเบื่อเลยแม้แต่นิดเดียว

สำหรับราคาอยู่ที่ 3,900++ บาทต่อท่าน รวม soft drink กาแฟ และชา เรียกว่าเป็นบรันช์ระดับ luxury ที่เหมาะกับโอกาสพิเศษ หรือใครอยากให้รางวัลตัวเองในวันอาทิตย์ดี ๆ สักวัน

ให้บริการทุกวันอาทิตย์ เวลา 12.00 ถึง 15.00 น. และช่วงนี้จะมี Chapter ใหม่ต่อเนื่องไปจนถึงเดือนมีนาคมและเมษายน ใครอยากมาลอง Sineha Bangkok แนะนำให้จองล่วงหน้า เพราะรอบเต็มค่อนข้างไว

สรุปง่าย ๆ สำหรับ Sineha Bangkok นี่คือ Sunday Brunch ที่ยังคงรักษามาตรฐานความเป็นตำนานไว้ได้ แต่ก็กล้าที่จะปรับให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น ใครเคยมาลองแล้วอาจจะได้เห็นมุมใหม่ ๆ ส่วนใครยังไม่เคย มื้อนี้คือจุดเริ่มต้นที่ดีมากในการรู้จักคำว่า Legendary Sunday Brunch ของที่นี่แบบเต็ม ๆ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.