“พาราไดซ์” อยู่ไม่ไกล ใกล้ ๆ แค่เกาะช้าง นี่เอง ^_^

ใครคิดถึงเกาะช้างยกมือขึ้น เจอโควิดเสียจนจะจำไม่ได้แล้วว่าไปเที่ยวเกาะช้างครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ไม่เป็นไรคิดเสียว่าเพิ่งไปกันครั้งแรก เพราะเราจะพาทุกคนไป Paradise บนเกาะช้าง 

รอบนี้ Sineha Bangkok ขอใช้โอกาสช่วงที่เรากำลังจะกลับมาเปิดประเทศได้ใหม่อีกรอบ พาข้ามทะเลไปเที่ยวเกาะ ใครไม่ชอบนั่งรถนาน ๆ มีเครื่องบินของบางกอกแอร์เวยส์บินไปลงที่จังหวัดตราด แต่ถ้ายังไม่อยากนั่งเครื่องขับรถไปเอง จากกรุงเทพฯ จะใช้เวลาราว 4-5 ชั่วโมง 

ใครชอบบริการรถโดยสารสาธารณะหาขึ้นได้ทั้งที่หมอชิตและเอกมัย ใช้เวลามากกว่าขับไปเองไม่เท่าไร จากกรุงเทพฯไปถึงตราดก็ประมาณ 5-6 ชั่วโมง ต่อรถสองแถวไปต่อเรือเฟอร์รี่ที่ท่าเรือแหลมงอบอีก 30 นาที หรือจะไปต่อเรือที่เซ็นเตอร์พอยท์ และท่าเรืออ่าวธรรมชาติ ก็ได้ ส่วนทีม Sineha Bangkok เราขับรถมากันเองและใช้ท่าเรืออ่าวธรรมชาติ ที่มีเรือให้บริการตลอด ใช้เวลาข้ามฟาก 30 นาทีก็ถึงเกาะแล้ว

เป้าหมายของเราครั้งนี้คือการเข้าพักที่ เกาะช้าง พาราไดซ์ รีสอร์ท แอนด์ สปา (Koh Chang Paradise Resort & Spa) ตามที่หลาย ๆ คนแนะนำมา จนต้องขอมาพิสูจน์ด้วยตัวเอง เขาบอกด้วยว่าเป็นที่พักที่ให้เราใช้ชีวิตอยู่ในรีสอร์ทได้ไม่เบื่อเลยล่ะ แต่เราเป็นพวกยังไงก็ต้องขอไปตระเวนข้างนอกด้วยนะ มาตั้งไกลจะอยู่แต่ในที่พักได้อย่างไร

เกาะช้าง พาราไดซ์ รีสอร์ท แอนด์ สปา (Koh Chang Paradise Resort & Spa) อยู่ติดริมทะเล ที่หาดคลองพร้าว หาดชื่อดังของเกาะช้าง ห่างจากท่าเรือแค่ 15 นาที และแทบจะเรียกได้ว่าเป็นรีสอร์ทแห่งแรก ๆ บนเกาะช้างเลยก็ว่าได้ เพราะฉะนั้นชื่อเสียงสั่งสมประสบการณ์มานานแน่นอน แต่ไม่ต้องห่วงเรื่องห้องเก่า เพราะมีการรีโนเวทปรับปรุงใหม่จนทันสมัยแล้ว แต่คงดีไซน์เดิมแบบไทย ที่คลาสสิคตามแบบฉบับ รีสอร์ทบนเกาะท่องเที่ยวของไทยส่วนมาก เพราะเป็นสไตล์ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติอยากมาสัมผัสความเป็นไทยท่ามกลางธรรมชาติสวยงามของไทย 

พื้นที่กว้างถึง 51 ไร่ ด้านหน้าติดชายหาดยาว 260 เมตร มีบังกะโลและวิลล่าพร้อมวิวทะเลและวิวสวน 80 หลัง มีให้เลือกทั้งแบบ สุพีเรียบังกะโล, สุพีเรีย บีชฟร้อนท์, ดีลักซ์บังกะโล, ดีลักซ์ บีชฟร้อนท์, พูลวิลล่า, บีชฟร้อนท์ พูลวิลล่า และ แฟมมิลี่ พูลวิลล่า 2 ห้องนอน

ครั้งนี้ Sineha Bangkok พัก พูลวิลล่า (Pool Villa) พื้นที่ห้องขนาด120 ตรม. กว้างมากกกก มีสระว่ายน้ำส่วนตัวขนาด 40 ตรม. ด้วย ขอขิงหน่อย !! ถือเป็นสระใหญ่ทีเดียวสำหรับ พูลวิลล่า (Pool Villa) สระลึก 150 ซม. นับว่ากำลังดีแต่ถ้ามีเด็กเล็กมาด้วยต้องระวังกันหน่อย

ห้อง พูลวิลล่า (Pool Villa) นอกจากสระว่ายน้ำในบรรยากาศสวนแล้ว ยังมีจากุซซี่กลางแจ้งส่วนตัว ที่อาบน้ำแบบฝักบัวทั้งในร่มและกลางแจ้ง เก้าอี้อาบแดด และเตียงนอนเล่นพักผ่อนบริเวณสระว่ายน้ำ เตรียมให้เป็น พาราไดซ์ในพื้นที่ส่วนตัวขนาดแท้แบบแทบไม่ต้องออกไปใช้แฟคซิลีตี้อื่นของรีสอร์ทเลย

อย่างที่เกริ่นที่นี่เน้นดีไซน์แบบไทย การออกแบบห้องพักตกแต่งด้วยไม้เป็นหลัก แต่ก็แอบให้ความรู้สึกถึงบาหลีฟีลลิ่งเช่นกันนะว่าไปแล้ว ^_^ นอกจากห้องพักและความครบครันที่ทำให้เราเลือกอยู่แต่ในห้องพักแล้ว ฝนที่ตกมาในช่วงนั้นเลยไม่ใช่ปัจจัยลบให้หงุดหงิดที่ออกไปไหนไม่ได้

แล้วด้วยความที่จอง พูลวิลล่า (Pool Villa) เราเลยได้ Afternoon Tea Set มาเสิร์ฟที่ห้องด้วย แหม…กลายเป็นว่า เที่ยวทะเลหน้าฝน บวกกับต้องเที่ยวแบบระวังโควิดไปด้วย การใช้ชีวิตแต่ใน พูลวิลล่า (Pool Villa) ก็เลยกลายเป็นเรื่องดีกว่า สบายใจกว่า ไปเลยว่ามั้ยหละ  

หากใครมีโอกาส อีกประสบการณ์ที่อยากแนะนำให้ไปสัมผัสด้วยตัวเอง คือการทำสปาทรีตเมนต์หรือการนวดผ่อนคลายาที่ วิมานสปา ที่เป็นเอกลักษณ์ของ เกาะช้าง พาราไดซ์ รีสอร์ท แอนด์ สปา (Koh Chang Paradise Resort & Spa) และไม่เป็นสองรองใคร เสียดายที่ตอนเราไปมาตรการของรัฐยังไม่อนุญาตให้เปิดบริการ ฝากคนตามไปรับบริการเผื่อด้วยน้า ^_^

ถึงจะมีบริการเสริมถึงที่ แต่จะอยู่กินแต่ในห้องพักก็กระไร พาไปแวะห้องอาหาร พาราไดซ์ (Paradise) ที่เปิดให้บริการแบบ All day dining และเป็นส่วนรับประทานอาหารเช้ากันเสียหน่อย ที่นี่สมกับอยู่ริมทะเลเลยทำแบบเปิดโล่งให้รับลมทะเลเต็มอิ่ม ใกล้ๆ กันยังมี Paradise Beach Bar ริมทะเลหน้าหาดเลย ไม่ต้องเดินออกไปหาที่กินนอกโรงแรมให้เสียเวลาถ้าอยากจะชิลล์กับบรรยากาศยามค่ำคืน ยอกเลยนอกจากเมนูอาหารทะเล เมนูธรรมดา ๆ นี่แหละอร่อยถูกปากมาก และห้ามพลาด!! ช่วง 2 ทุ่ม ของ คืนวันศุกร์-เสาร์ มีโชว์ไฟให้ชมหน้าหาด ไหนใครยังมีเหตุผลจะเดินไปที่อื่นอีกมั้ย?

มาเที่ยวเกาะช้าง พัก พูลวิลล่า (Pool Villa) รอบนี้ เลยแทบไม่ได้ออกไปไหนเลย ก็เราอยู่พาราไดซ์ แล้วนี่นา ^_^ แต่ก็นั่นแหละ จะไม่ไปเที่ยวไหนเลยก็กะไรอยู่ ตอนเราไปคือฝนตกทุกวัน ฝนตกไม่หนักแบบนี้น้ำตกน่าเที่ยวสุด เพราะน้ำเยอะ ต้นไม่เขียวสดชื่นดี แต่เช็กข้อมูลก่อนไปด้วยนะ ยังไงเราก็ต้องไม่ประมาทเรื่องน้ำป่า

น้ำตกบนเกาะช้างมีอยู่ 2-3 แห่ง แต่เราเลือกไป เที่ยว น้ำตกคลองพลู (Khlong Phlu Waterfall) จากการแนะนำ ของน้องพนักงาน เพราะไม่ไกลจากรีสอร์ทเท่าไหร่ แล้เดินเข้าน้ำตกแค่ 600 เมตร เดินเที่ยวน้ำตกตอนฝนพรำคือไม่ร้อนดีชอบมาก น้ำแรง ใส สวย แนะนำ เลยค่ะ ถ้าเห็นน้ำขุ่นๆ แนะนำว่าให้รีบกลับออกไปเลยนะคะ ><

ออกมาแล้วแวะไปจิบกาแฟที่ Fig Café ได้ เป็น #คาเฟ่น่านั่ง และ #คาเฟ่เกาะช้าง ที่เราแนะนำเลย คาเฟ่เล็ก ๆ บรรยากาศดี ปรับรูปแบบบ้านแบบท้องถิ่นมาผสมความเป็นคาเฟ่สมัยใหม่ ได้กาแฟดี และ บริการดี ๆ นั่งเพลินค่ะคอนเฟิร์ม ^_^

แวะไปเที่ยวเกาะช้างเมื่อไหร่ Sineha Bangkok แนะนำ เกาะช้าง พาราไดซ์ รีสอร์ท แอนด์ สปา (Koh Chang Paradise Resort & Spa) นะคะ ออกมาเที่ยวเมืองไทยกันค่ะ ^_^

ใครออกจากเกาะช้างแล้วยังอยากเที่ยวเกาะอื่นต่อ หรือ แวะเที่ยวเมืองจันท์ เรามีรีวิวให้เช็กข้อมูลได้ที่ link นี้เลย

แวะชมจันท์-เที่ยวตราด เปิดประสบการณ์เมืองรอง คลุกเคล้ากลิ่นอายท้องถิ่นแบบ 360 องศา

เกาะช้าง พาราไดซ์ รีสอร์ท แอนด์ สปา (Koh Chang Paradise Resort & Spa)

ที่ตั้ง 39/4, 39/5 บ้านคลองพร้าว ตำบลเกาะช้าง อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด

IG: @kohchangparadise

Line Official: Koh Chang Paradise

Email: info@kohchangparadise.com

Tel: 039-551100-1 หรือ 089-7863232

www.kohchangparadise.com

 
 

SUGGESTED POST

Let’s Relax Spa วิวแม่น้ำเจ้าพระยาที่ Royal Orchid Sheraton

นวดดี วิวสวย บรรยากาศเงียบสงบแบบโรงแรมห้าดาว ใจกลางกรุงเทพ ใครกำลังมองหาสปาที่ไม่ได้มีดีแค่การนวด แต่ได้ทั้งบรรยากาศและวิวไปพร้อมกัน Sineha Bangkok อยากเล่าประสบการณ์ล่าสุดที่เพิ่งไปลองมาแบบสด ๆ กับ Warm Oil Massage 60 นาที ราคา 1600 บาท ที่ Let’s Relax Spa สาขาใหม่ใน Royal Orchid Sheraton Hotel & Towers Bangkok ซึ่งต้องบอกก่อนเลยว่าสาขานี้ขึ้นชื่อเรื่องวิวแม่น้ำเจ้าพระยา และพอได้ไปจริงก็เข้าใจทันทีว่าทำไมหลายคนถึงยกให้เป็นหนึ่งในสาขาที่บรรยากาศดีที่สุด เริ่มตั้งแต่การเดินทาง ตัวสปาตั้งอยู่ภายในโรงแรม ทำให้ฟีลตั้งแต่ก้าวแรกคือความสงบแบบคนละโลกกับความวุ่นวายข้างนอก พอเดินเข้าไปด้านใน แสงไฟนุ่ม ๆ โทนอบอุ่น กลิ่นอโรม่าเบา ๆ ช่วยให้ร่างกายเริ่มผ่อนคลายตั้งแต่ยังไม่ได้นวด Sineha Bangkok ชอบความบาลานซ์ของที่นี่ที่ไม่ได้ดูหรูจนเกร็ง แต่ก็ยังคงความพรีเมียมแบบโรงแรมห้าดาวได้ดี พนักงานต้อนรับให้คำแนะนำชัดเจน สุภาพ และไม่เร่งรีบ

Read More »

Curry Up Bangkok แกงกะหรี่ญี่ปุ่นสายสตรีท ที่ไม่ได้มีดีแค่รสชาติ

จากโตเกียวสู่ Central Embassy แลนด์มาร์คใหม่ของสายกินและสายแฟ ถ้าพูดถึงร้านอาหารที่กลิ่นอายสตรีทแฟชั่นชัดขนาดนี้ แล้วดันทำแกงกะหรี่ได้จริงจังด้วย Sineha Bangkok ว่า Curry Up Bangkok คือหนึ่งในนั้นที่ต้องไปลองเองสักครั้ง สาขาแรกใน Southeast Asia ที่ Central Embassy ชั้น 2 ซึ่งโลเคชันคืออยู่ติดกับ HUMAN MADE BANGKOK แบบเดินสองก้าวก็ถึง มันเลยไม่ใช่แค่ร้านอาหาร แต่มันคือพื้นที่ที่ culture ของ food กับ fashion มาเจอกันแบบตั้งใจ ความรู้สึกแรกที่เดินเข้าไปคือ vibe มันชัดมาก มีความ curated ในแบบของตัวเอง คล้ายร้านในโตเกียวที่มี DNA ของ street culture อยู่เต็มตัว และยิ่งเป็นโปรเจกต์จากฝั่งญี่ปุ่น โดยเจ้าพ่อสายสตรีทอย่าง Nigo ดีไซเนอร์ระดับตำนานผู้ปลุกปั้น

Read More »

Guest Shift ที่ R Bar, Renaissance Bangkok คืนก่อนสงกรานต์

Songkran Through the Glass: เมื่อค็อกเทลกลายเป็นอีกหนึ่งวิธีในการเล่าเรื่องเทศกาลในใจกลางกรุงเทพฯ ก่อนที่กรุงเทพฯ จะเข้าสู่โหมดเปียกชุ่มแบบเต็มตัวในช่วงสงกรานต์ เราเลือกเริ่มต้นเทศกาลนี้ในอีกมุมหนึ่ง—มุมที่นิ่งกว่า แต่เต็มไปด้วยรายละเอียด ผ่านค่ำคืนที่ R Bar at Renaissance Bangkok Ratchaprasong Hotel ใจกลางราชประสงค์ เมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา ค่ำคืนนี้มาในธีม Songkran Through the Glass อีเวนต์ที่ไม่ได้ชวนให้สาดน้ำ แต่ชวนให้ “ซึมซับ” เทศกาลผ่านรสชาติ กลิ่น และบรรยากาศที่ค่อย ๆ unfold ตลอดทั้งคืน ทันทีที่ Sineha Bangkok ก้าวเข้าไปใน R Bar ความรู้สึกคุ้นเคยก็กลับมาอีกครั้ง หลังจากที่ห่างหายจากที่นี่ไปพักใหญ่ ไฟสลัวกำลังดี เสียงดีเจที่ช่วยเซ็ต mood และผู้คนที่ดูตั้งใจใช้เวลากับโมเมนต์ตรงหน้า มากกว่าจะรีบผ่านไป—ให้ฟีลของ Bangkok nightlife

Read More »

51Talk ฉลอง 15 ปี เปิดตัว Brand Ambassador ไทย

ดึงครอบครัวชาคริต แย้มนาม เสริมทัพแพลตฟอร์มเรียนอังกฤษออนไลน์ 51Talk แพลตฟอร์มเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์สำหรับเด็กชั้นนำระดับโลก ฉลองครบรอบ 15 ปี ด้วยการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ครั้งใหญ่ พร้อมเปิดตัวครอบครัว “ชาคริต แย้มนาม” ขึ้นแท่น Brand Ambassador ประจำประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ที่ผสานการสอนโดยครูต่างชาติและเทคโนโลยี AI ได้อย่างลงตัว นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2554 51Talk เติบโตอย่างต่อเนื่องและได้รับการยอมรับในระดับสากล ด้วยจำนวนผู้เรียนกว่า 40 ล้านคน ใน 50 ประเทศทั่วโลก โดยจุดเด่นอยู่ที่การเรียนแบบตัวต่อตัวกับครูผู้สอนชาวต่างชาติ ควบคู่กับระบบ AI ที่ช่วยวิเคราะห์และออกแบบเส้นทางการเรียนให้เหมาะกับศักยภาพของเด็กแต่ละคน การร่วมงานกับครอบครัวชาคริต แย้มนาม สะท้อนภาพของครอบครัวยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและความยืดหยุ่นในชีวิตประจำวัน โดยชาคริตมองว่า 51Talk เป็นตัวช่วยที่ตอบโจทย์ทั้งด้านเวลาและคุณภาพการเรียนรู้ ขณะที่ “แอน ภัททิรา” ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ที่เป็นธรรมชาติ ไม่กดดัน และสนับสนุนให้ลูกเติบโตอย่างมีความสุข ด้าน “น้องโพธิ์” วัย 7 ขวบ

Read More »