Firefly Bar เปิดค็อกเทลคอลเลคชั่นใหม่ “In Pursuit of the Firefly”

ดื่มด่ำเรื่องราวหิ่งห้อยในแก้วเดียวที่ Sindhorn Kempinski Bangkok

ช่วงนี้ใครกำลังหาบาร์ดี ๆ บรรยากาศสวย และมีอะไรใหม่ให้ลอง Sineha Bangkok ขอเล่าประสบการณ์ล่าสุดที่เพิ่งไปมาแบบสด ๆ กับคอลเลคชั่นค็อกเทลใหม่ In Pursuit of the Firefly ที่ Firefly Bar ในโรงแรม Sindhorn Kempinski Hotel Bangkok ซึ่งดูแลโดย Dicky Hartono ผู้จัดการฝ่ายเครื่องดื่ม

ต้องบอกก่อนว่า Firefly Bar ไม่ใช่แค่บาร์สวย ๆ ทั่วไป แต่เป็นหนึ่งในบาร์ที่ติดอันดับ Asia’s 50 Best Bars และครั้งนี้เขาทำเมนูใหม่ออกมาแบบมีสตอรี่จริงจัง เล่าเรื่องหิ่งห้อยผ่านรสชาติและดีไซน์ของเครื่องดื่ม ซึ่งพอไปนั่งแล้วมันรู้สึกได้เลยว่ามันไม่ได้เป็นแค่การดื่ม แต่เหมือนเราได้เสพงานศิลปะไปพร้อมกัน

Sineha Bangkok ไปถึงช่วงหัวค่ำ บรรยากาศจะเป็นโทนหรู นุ่ม แสงไฟสลัว ๆ แบบที่นั่งแล้วรู้สึกชิลทันที เหมาะทั้งเดทและนั่งคุยกับเพื่อนยาว ๆ เมนูใหม่ถูกออกแบบมาเป็น 4 พาร์ต ซึ่งเชื่อมโยงกับหิ่งห้อยแบบมีธีมชัดมาก

เริ่มที่หมวด Etymology หรือที่มาของชื่อ เมนูที่สะดุดตาคือ Where Is The Cricket ราคาโดยประมาณ 480 บาท แก้วนี้มีส่วนผสมของ gin, ginger falernum, chocolate, banana และ kaffir lime ที่น่าสนใจคือมี cricket protein ด้วย แต่ไม่ต้องตกใจ รสชาติไม่ได้แปลกอย่างที่คิด กลับกลายเป็นว่ามันกลมกล่อม มีความเผ็ดอ่อนๆ จากขิง ตัดกับความหวานนุ่มของช็อกโกแลตและกล้วย เป็นแก้วที่เปิดประสบการณ์ดีมาก

ต่อมาคือหมวด Ecosystem Sineha Bangkok เลือกลอง Blue Moon ราคาโดยประมาณ 520 บาท แก้วนี้ใช้ whiskey ผสมกับ Sri Sindhorn Tea และมี blue spirulina ให้สีฟ้าสวยแบบกลางคืน รสชาติจะออกไปทางนุ่ม ลึก มีความผลไม้บางๆ ดื่มง่ายแต่ยังมี complexity อยู่ เหมาะกับคนที่อยากเริ่มต้นอะไรที่ไม่แรงเกินไป

พาร์ตที่สนุกที่สุดน่าจะเป็น Luminescence หรือการเรืองแสงของหิ่งห้อย Sineha Bangkok ลองสองแก้วในหมวดนี้

แก้วแรก Tres Elementos ราคาโดยประมาณ 520 บาท เป็นรัมเบสที่มี pineapple distillate และ sparkling tomato water ตัวนี้จะมี layering ของรสชาติชัดมาก ทั้งเปรี้ยว หวาน และมีความสดชื่นแปลกๆ จากมะเขือเทศ กินแล้วรู้สึกสด

อีกแก้วที่ดูเป็นผู้หญิงหน่อยคือ Gorgeous Lady in Red ราคาโดยประมาณ 540 บาท เป็นค็อกเทลสีแดงที่ดูโดดเด่นมาก ใช้ gin และ vodka infused กับ hibiscus รสชาติจะออกฟรุตตี้ เปรี้ยวหวานบาลานซ์ดี ด้านบนมี bubble ตกแต่งที่เพิ่มความสนุกตอนดื่ม เป็นแก้วที่ทั้งสวยและเข้าถึงง่าย

ส่วนหมวดสุดท้าย Mythology Sineha Bangkok ประทับใจ Journey to Amphawa ราคาโดยประมาณ 520 บาท เพราะมันเป็นการเอาความเป็นไทยมาเล่าในแก้วเดียว ใช้ Phraya Rum 8 Years ผสมกับ lychee, coconut และ kaffir lime รสชาติจะมีความทรอปิคอล นุ่ม หอม และมีกลิ่นอายแบบไทยๆ แบบที่ไม่เชย เป็นแก้วที่ดื่มแล้วนึกถึงบรรยากาศริมน้ำตอนกลางคืนจริง ๆ

นอกจากคอลเลคชั่นใหม่แล้ว ที่นี่ก็ยังมี signature cocktails และ classic drinks ให้เลือกอีกเยอะมาก ใครที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ก็ไม่ต้องกังวล เพราะเขามี mocktail ที่เรียกว่า all buzz no booze ให้เลือกหลายสไตล์ ทั้งสายผลไม้ ชา หรือเครื่องเทศ

สิ่งที่ Sineha Bangkok ชอบมากคือการที่แต่ละเมนูไม่ได้แค่คิดรสชาติ แต่คิดตั้งแต่ presentation แก้ว สี ไปจนถึงเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ ทำให้การสั่งแต่ละแก้วเหมือนการเปิดบทใหม่ของเรื่องเล่า

อีกอย่างคือเมนูเขาจะมีไกด์เล็ก ๆ บอกระดับรสชาติและความเข้มข้น ทำให้เลือกง่ายขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็นสาย fruity, sour, strong หรือ bitter ก็หาแก้วที่ตรงกับตัวเองได้ไม่ยาก

โดยรวม Sineha Bangkok มองว่าคอลเลคชั่น In Pursuit of the Firefly เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของบาร์ในกรุงเทพฯ ที่ควรไปลอง ไม่ใช่แค่ไปนั่งดื่ม แต่เป็นการได้สัมผัสเรื่องราวที่ถูกเล่าผ่านเครื่องดื่มอย่างตั้งใจ และช่วงดึกยังมีดนตรีสดจาก Ms. Coco ที่ช่วยเติมบรรยากาศให้ยิ่งน่าจดจำ

ถ้าใครกำลังมองหาบาร์ดีๆ สำหรับโอกาสพิเศษ หรืออยากลองอะไรใหม่ๆ ที่มีทั้งรสชาติและสตอรี่ Firefly Bar ที่ Sindhorn Kempinski Bangkok เป็นตัวเลือกที่ควรไปลองสักครั้ง แล้วจะเข้าใจว่าทำไมที่นี่ถึงเป็นหนึ่งในบาร์ที่คนพูดถึงเยอะในช่วงนี้

หมายเหตุ – เนื้อหานี้เป็นการรีวิวประสบการณ์และบรรยากาศภายในร้าน เพื่อให้ข้อมูลด้านอาหารและเครื่องดื่มเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาเชิญชวนหรือส่งเสริมการดื่มแอลกอฮอล์ ผู้บริโภคควรใช้วิจารณญาณและปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.