ตั้งเป้าลดคาร์บอนตลอดห่วงโซ่คุณค่า 25% ภายในปี 2035

บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG เดินหน้าสร้างความยั่งยืนด้านอาหาร จัดงาน Betagro SD Day 2026 ภายใต้แนวคิด “Sustainable Food through Net Zero” พร้อมประกาศแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 3 ตลอดห่วงโซ่คุณค่า 25% ภายในปี 2035 และมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 ควบคู่กับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ความยั่งยืน 5 มิติ ภายใต้แนวคิด “Betagro Saijai” หรือ “เบทาโกร ใส่ใจ”

Betagro SD Day 2026 ขับเคลื่อนระบบอาหารยั่งยืน
ท่ามกลางความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความผันผวนของทรัพยากรธรรมชาติ และความต้องการอาหารที่เพิ่มขึ้น เบทาโกรเดินหน้าพัฒนาระบบอาหารที่ยั่งยืน (Sustainable Food) เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ควบคู่กับการรักษามาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร พร้อมบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพได้อย่างต่อเนื่อง

ภายในงาน Betagro SD Day 2026 เบทาโกรนำเสนอความก้าวหน้าด้านความยั่งยืนภายใต้แนวคิด “Betagro Saijai” ซึ่งสะท้อนการดำเนินงานที่ให้ความสำคัญกับจริยธรรม ความโปร่งใส การใช้ข้อมูล และการสร้างสรรค์นวัตกรรม โดยมี 5 มิติสำคัญที่บริษัทใช้เป็นกรอบในการขับเคลื่อนความยั่งยืน ได้แก่ คุณภาพและความปลอดภัยด้านอาหาร บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความรับผิดชอบต่อสังคม และอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

เปิดผลดำเนินงานความยั่งยืน 5 มิติ
ข้อมูลผลการดำเนินงานสะสมถึงเดือนสิงหาคม 2569 (YTD) แสดงให้เห็นถึงความคืบหน้าในหลายด้าน โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. คุณภาพและความปลอดภัยด้านอาหาร (Food Quality & Safety)
เบทาโกรรายงานความก้าวหน้าในการลดการใช้ยาปฏิชีวนะในสัตว์และการจัดการปัญหาการดื้อยาต้านจุลชีพ (AMU และ AMR) ที่ 60.8% สูงกว่าเป้าหมายปี 2026 ซึ่งกำหนดไว้ที่ 50%
2. บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Sustainable Packaging)
บริษัทขยายสัดส่วนบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมครอบคลุมผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้ 98.2% ใกล้ถึงเป้าหมาย 98.5% ในปี 2026 และตั้งเป้าครอบคลุม 100% ภายในปี 2030
3. การจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Management)
เบทาโกรลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานใน Scope 1 และ Scope 2 ได้ 14% สูงกว่าเป้าหมายปี 2026 ที่ 13.5% โดยสนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียน 3 รูปแบบ ได้แก่ พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy) พลังงานชีวมวล (Biomass) และพลังงานก๊าซชีวภาพ (Biogas)
4. ความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility)
บริษัทดำเนินโครงการพัฒนาชุมชนแบบองค์รวม 5 มิติ ได้แก่ เศรษฐกิจ สุขภาพ สิ่งแวดล้อม สังคม และการศึกษา ครอบคลุมกว่า 24,300 ครัวเรือน โดยมีเป้าหมายเข้าถึง 25,000 ครัวเรือนภายในปี 2026
5. อาชีวอนามัยและความปลอดภัย (Occupational Health & Safety)
เบทาโกรรายงานอัตราการเกิดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานที่ 0.14 ต่อ 200,000 ชั่วโมงการทำงาน พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายอุบัติเหตุเป็นศูนย์ (Zero Accident)

เบทาโกรประกาศ Roadmap Scope 3 ลดคาร์บอน 25% ภายในปี 2035
นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หลังจากบริษัทสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1 และ Scope 2 ได้เกินกว่าเป้าหมายที่กำหนด พร้อมขยายการใช้พลังงานหมุนเวียน เบทาโกรจึงเดินหน้าสู่การจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 3 อย่างเป็นทางการ
เป้าหมายสำคัญคือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่าลง 25% ภายในปี 2035 พร้อมมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมอาหารที่ยั่งยืนในระยะยาว
ด้านนายฐิติพงศ์ รัตนหิรัญญา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการงานจัดซื้อกลุ่มองค์กร บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในระยะแรกบริษัทจะให้ความสำคัญกับ 2 ส่วนหลัก ได้แก่ การจัดหาวัตถุดิบต้นน้ำ (Raw Materials) ในกลุ่มธุรกิจเกษตรและปศุสัตว์ รวมถึงการขนส่งและโลจิสติกส์ (Transportation)
แม้การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 3 จะต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน แต่เบทาโกรมุ่งทำงานร่วมกับคู่ค้าและพันธมิตรตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อผลักดันให้เป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศเกิดผลเป็นรูปธรรม

ผนึกความร่วมมือ สู่ระบบอาหารฟื้นฟูธรรมชาติ
อีกหนึ่งไฮไลต์ของงาน Betagro SD Day 2026 คือการแบ่งปันประสบการณ์ด้านการขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero 2050 โดยนางสาวสลิลลา สีหพันธุ์ ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และความยั่งยืน บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ซึ่งนำเสนอแนวทางระบบอาหารฟื้นฟูธรรมชาติ (Regenerative Food System) เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางการสร้างความยั่งยืนในอุตสาหกรรมอาหาร
เบทาโกรย้ำถึงความมุ่งมั่นในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ควบคู่กับการดูแลและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม โดยให้ความสำคัญกับการร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero 2050 และสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืน พร้อมส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า
