ข้าวแช่ตำรับชาววังโดยเชฟ ชัชษร พร้อมโซนใหม่วิวสวนใจกลางเมือง

ถ้าจะให้เลือกเมนูที่ Sineha Bangkok ตั้งตารอทุกหน้าร้อน คำตอบก็ยังเหมือนเดิมคือ “ข้าวแช่” และที่ที่กลับมากินซ้ำทุกปีแบบไม่ต้องคิดเยอะก็คือ Sindhorn Kempinski Hotel Bangkok เพราะที่นี่ทำได้ถึงทั้งรสชาติ ความละเมียด และบรรยากาศที่ทำให้การกินข้าวแช่เป็นมากกว่ามื้ออาหาร

ปีนี้ Sineha Bangkok แวะมาอีกครั้ง และมีความรู้สึกว่าเค้ายกระดับประสบการณ์ขึ้นไปอีก โดยเฉพาะโซน outdoor ของห้องอาหาร Flourish ที่เพิ่งเปิดใหม่ เป็นมุมที่มองออกไปเห็นสวนสีเขียว โล่ง โปร่ง และสบายมาก ลมพัดเบา ๆ กับแสงธรรมชาติช่วงกลางวัน ทำให้การกินข้าวแช่ยิ่งรู้สึกสดชื่นแบบไม่ต้องพยายาม เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่อยากนั่งยาว ๆ มากกว่าจะรีบกินแล้วไป


ตัวสำรับข้าวแช่ยังคงมาตรฐานโดยเชฟชัชษร ประทุมมา ที่คุ้นเคย และนี่แหละคือเหตุผลที่ Sineha Bangkok กลับมาทุกปีเพราะเชื่อในฝีมือ ข้าวหอมมะลิถูกหุงมาเรียงเม็ดสวย ก่อนจะนำไปอบควันเทียนให้ได้กลิ่นหอมบางๆ ที่ไม่ฉุนจนเกินไป พอเสิร์ฟมาในน้ำลอยดอกไม้เย็น ๆ ที่มีกลิ่นมะลิและกุหลาบมอญแบบละมุน ทุกอย่างมันบาลานซ์กันดีมาก กินคำแรกแล้วเหมือนอุณหภูมิร่างกายลดลงทันที


เครื่องเคียงทั้ง 7 อย่างยังคงเป็นไฮไลต์ที่ทำให้รู้สึกว่า “มาถูกที่แล้ว” ลูกกะปิทอดยังคงเป็นคำโปรด กะปิคลองโคนรสเข้มข้นแต่ไม่เค็มเกินไป หอมกะปิชัดแต่ไม่แรงจนกลบอย่างอื่น เนื้อสัมผัสดี กินกับกระชายแล้วช่วยตัดรสได้พอดี หอมแดงไส้ปลายี่สนผัดหวานก็ยังทำได้ดีเหมือนเดิม ความหวานจากน้ำตาลโตนดกับความหอมของหอมแดงและปลา มันเข้ากันแบบลงตัว และการทอดให้กรอบด้านนอกช่วยเพิ่มมิติให้จานนี้มากขึ้น


พริกหยวกสอดไส้เป็นอีกเมนูที่ Sineha Bangkok ว่ากินง่าย ไส้หมูผสมกุ้งปรุงรสมากำลังดี ไม่หนักเกินไป พอห่อด้วยไข่บาง ๆ แล้วทอดออกมา ทำให้รสชาติออกนุ่มและกลมกล่อม ไชโป๊วผัดหวานยังคงเป็นตัวเล็กๆ ที่สร้างความประทับใจ เส้นใส เคลือบน้ำตาลจนเงา รสหวานกำลังดี ไม่เลี่ยน กินแล้วเพลินแบบไม่รู้ตัว หมูฝอยหรือเนื้อฝอยก็ยังให้มาแบบจุใจ หอมเจียวชัด เส้นฟู กินคู่ข้าวแช่แล้วเพิ่มความสนุกให้แต่ละคำได้ดี


ส่วนยำมะม่วงกุ้งเสียบคือความสดชื่นที่ตัดเลี่ยนได้ดีมาก มะม่วงเปรี้ยวหวานคลุกน้ำยำรสจัดนิด ๆ กับกุ้งเสียบกรอบ ๆ ทำให้ทั้งสำรับไม่จำเจ และผักแนมต่างๆ ทั้งกระชาย มะม่วงดิบ และผักสด ก็ยังคงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยบาลานซ์รสชาติทั้งหมดให้ลงตัว


สิ่งที่ Sineha Bangkok ชอบคือที่นี่ไม่ได้พยายามทำข้าวแช่ให้หวือหวา แต่เลือกจะทำให้ “พอดี” ในทุกองค์ประกอบ ซึ่งความพอดีนี่แหละที่ทำให้กลับมากินซ้ำได้ทุกปีโดยไม่รู้สึกเบื่อ และยิ่งปีนี้มีโซน outdoor ใหม่ที่บรรยากาศดีมาก มันยิ่งทำให้มื้อนี้สมบูรณ์ขึ้นไปอีก


ในเรื่องราคา ข้าวแช่เสิร์ฟสำหรับรับประทานที่ร้านอยู่ที่ 990++ บาทต่อชุด สำหรับ 1 ท่าน ถ้าอยากซื้อกลับบ้านมี Takeaway Box ราคา 1,290++ บาท หรือจะเป็น Takeaway Basket แบบตะกร้ากระจูดดีไซน์เก๋ ราคา 1,990++ บาท ซึ่งเหมาะทั้งซื้อกินเองหรือให้เป็นของฝากหน้าร้อน อีกหนึ่งดีเทลที่น่ารักคือมีขนมกลีบลำดวนแถมมาให้ เป็นการปิดมื้อแบบไทย ๆ ที่หอมละมุนและเบาพอดี

ข้าวแช่ที่ Flourish ให้บริการตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 เมษายน 2569 เวลา 12:00 ถึง 15:00 น. สำหรับใครที่กำลังมองหาข้าวแช่ดี ๆ ในกรุงเทพ ที่ได้ทั้งรสชาติและบรรยากาศ Sineha Bangkok ว่าที่นี่ยังคงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่กลับมาได้ทุกปีแบบไม่ต้องลังเล
และสำหรับ Sineha Bangkok นี่ไม่ใช่แค่ร้านที่มาลอง แต่เป็น ritual ของหน้าร้อน ที่พอถึงฤดูนี้เมื่อไหร่ ก็รู้ว่าต้องกลับมานั่งกินข้าวแช่เย็น ๆ ท่ามกลางสวนสีเขียวแบบนี้อีกครั้งแน่นอน
