29 ปีของรสมือและความทรงจำ ที่ยังอร่อยเหมือนเดิมในทุกจาน

แอบเสียดายแทนชาวสีลมจริง ๆ กับร้านเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่บนชั้นสองของตึกแถวเก่าในถนนเดโชอย่าง “ทำเสื้อทำสวน” ร้านโฮมคุกกิ้งที่เปิดมายาวนานถึง 29 ปี และกำลังจะย้ายไปบ้านหลังใหม่ที่นาคนิวาส 37 กลางปี 2569 นี้ Sineha Bangkok มีโอกาสแวะไปอีกครั้งก่อนย้าย เลยอยากเล่าให้ฟังแบบเพื่อนชวนเพื่อน ว่าทำไมร้านนี้ถึงยังอยู่ในใจใครหลายคนเสมอมา

บรรยากาศยังคงเป็นบ้าน ๆ อบอุ่นเหมือนเดิม เดินขึ้นบันไดมาเหมือนได้ไปกินข้าวบ้านเพื่อนที่ทำอาหารเก่งมาก ๆ และมีรสนิยมเฉพาะตัว คุณจุ๊บ จารุวรรณ บุญวิวัฒนา เจ้าของร้าน เล่าให้ฟังแบบสบาย ๆ ว่าจุดเริ่มต้นจริง ๆ คือร้านทำเสื้อ ขายดอกไม้ และมีมุมกาแฟเล็ก ๆ ก่อนจะค่อย ๆ กลายเป็นร้านอาหาร เพราะลูกค้าประจำอยากมีที่นั่งกินข้าว แล้วพอกลายเป็นที่รวมตัวของคนคุ้นเคย ความอร่อยก็ถูกเล่าปากต่อปากจนกลายเป็นร้านที่ใครมาก็ต้องหลงรัก

สิ่งที่ทำให้ที่นี่ไม่เหมือนใคร คือไม่มีเมนูตายตัว ทุกอย่างขึ้นอยู่กับวัตถุดิบในแต่ละวัน และฝีมือของคนทำที่อยากสร้างสรรค์อะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ Sineha Bangkok รู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่การกินข้าว แต่เป็นการได้ลองอะไรที่ไม่ซ้ำในทุกครั้งที่มา

เริ่มกันด้วยออร์เดิร์ฟขนมปังกรอบ ท็อปด้วยซาวร์ครีมโฮมเมด อโวคาโด กุ้ง และไข่ปลาแซลมอน ราคา 220 บาท คำแรกคือสดชื่นมาก ครีมมี่ เปรี้ยวนิด ๆ ตัดกับความกรอบของขนมปัง กินเพลินจนหมดแบบไม่รู้ตัว

จานถัดมาที่ว้าวเกินคาดคือ ยำลูกตาล ราคา 180 บาท เมนูที่เกิดจากแรงบันดาลใจล้วน ๆ เนื้อลูกตาลอ่อนละมุน ใส่หมูสับ กุ้งสับ เม็ดบัว น้ำยำรสเปรี้ยวนำ เผ็ดตามนิด ๆ เป็นความแปลกใหม่ที่ลงตัวมาก จานนี้ Sineha Bangkok ยกให้เป็นหนึ่งในไฮไลต์เลย


ซุปของที่นี่ก็เป็นอีกสิ่งที่ห้ามพลาด ทำเองทุกอย่าง มีให้เลือกหลากหลาย เช่น ซุปฟักทอง ซุปมันม่วง ซุปเห็ด ซุปทรัฟเฟิล หรือซุปปู ราคาเฉลี่ย 120 ถึง 250 บาท เสิร์ฟพร้อมขนมปังกระเทียมหอม ๆ โรยงา รสชาติเข้มข้นแบบโฮมเมดจริง ๆ

สลัดทำเสื้อทำสวน ราคา 220 บาท เป็นซิกเนเจอร์ที่ใครมาก็ต้องสั่ง จุดเด่นคือเดรสซิ่งสูตรพิเศษที่ใช้พริก หอม กระเทียมย่าง แล้วนำไปปั่นกับบัลซามิก ได้รสชาติที่ไม่เหมือนใคร ผักและผลไม้เลือกแบบกินง่าย สดชื่น มีทั้งฝรั่ง มะม่วง ชมพู สาลี ทับทิม และดอกดาหลา เพิ่มความเป็นเอกลักษณ์ในแบบของร้าน

เมนูซีฟู้ดก็ทำได้ดีมาก หมึกทอดเกลือ ราคา 280 บาท ใช้ปลาหมึกกล้วยตัวใหญ่ หมักแล้วทอดจนกรอบนอกนุ่มใน ปรุงด้วยเลมมอน เกลือ พริกไทย หอมตั้งแต่ยกมาเสิร์ฟ

ปลาหิมะย่าง ราคา 650 บาท ชิ้นใหญ่เกือบครึ่งกิโล ย่างมากำลังดี เสิร์ฟกับพริกย่าง น้ำมันมะกอก และซอสญี่ปุ่นผสมซัลซ่า เป็นจานที่ดูเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยดีเทล

อีกหนึ่งเมนูที่อยู่คู่ร้านมานานคือ สปาเก็ตตี้ปลาสลิด ราคา 220 บาท ใช้เส้นแองเจลแฮร์ ปลาสลิดทอดสองรอบจนได้เท็กซ์เจอร์กรอบนอกนุ่มใน คลุกกับพริกไทยสดและกระเทียม หอมและกลมกล่อมมาก

เมนูไทยฟิวชั่นก็มีให้สนุกอีกหลายจาน เช่น หมีพันทรงเครื่อง ราคา 180 บาท ใช้ข้าวแคปห่อหมี่ คลุกน้ำยำสามรส กินกับกุ้งทอดป่น พริกทอด และหอมเจียว หรือแก้มปลาบุรีทอดพริกเกลือ ราคา 260 บาท ที่ปรับวิธีทำให้มีความไทยขึ้น รสจัดจ้านกำลังดี

ข้าวปั้นข้าวกล้องสามสีผสมข้าวเหนียวลืมผัว ราคา 250 บาท ก็เป็นอีกจานที่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์ของคุณจุ๊บ ข้างในใส่สมุนไพรไทยอย่างขิง หอมเจียว เม็ดมะม่วง ใบมะกรูด กินคู่หมูย่างหรือเนื้อย่าง พร้อมแจ่วและลาบปลาทูน่า

ปิดท้ายด้วย ข้าวขยำปู ราคา 320 บาท ที่ผัดข้าวกับสมุนไพรจนหอม แล้วท็อปด้วยเนื้อปูก้อนโต กินคู่ยำมะม่วงหรือผลไม้ตามฤดูกาล เป็นจานที่แปลกแต่ลงตัวมาก

ของหวานก็มีให้เลือก เช่น พายเบอร์รี่ มะยงชิดชีสพาย บานอฟฟี่ หรือหม้อแกงซอสเสาวรส ราคาเฉลี่ย 120 ถึง 180 บาท ทำให้มื้อนี้จบแบบครบจริง ๆ

สิ่งที่ Sineha Bangkok รู้สึกชัดมากคือ ร้านนี้ไม่ใช่แค่ร้านอาหาร แต่เป็นพื้นที่ของความตั้งใจและตัวตนของคนทำ ทุกจานมีความคิด มีเรื่องเล่า และมีความสดใหม่อยู่เสมอ


ใครที่ยังไม่เคยไป แนะนำให้ลองแวะไปสัมผัสบรรยากาศเดิมที่เดโชก่อนย้าย หรือจะตามไปบ้านใหม่ที่นาคนิวาส 37 ก็ยังคุ้มค่าเหมือนเดิม เพราะสุดท้ายแล้ว ไม่ว่าร้านจะอยู่ที่ไหน รสมือและสไตล์ของทำเสื้อทำสวนก็ยังชัดเจนเหมือนเดิม และนั่นแหละคือเหตุผลที่ Sineha Bangkok ยังอยากกลับไปซ้ำอีกเรื่อย ๆ อย่าลืมโทรจองก่อนไปนะ โทรจองได้ที่ 081 843 9628
