เมื่อดินเนอร์บุฟเฟต์ไม่ได้ขายแค่ความอิ่ม แต่ขายประสบการณ์ในราคาที่คนเมืองเอื้อมถึง

มีช่วงหนึ่งที่คำว่า “บุฟเฟต์โรงแรม” ถูกวางไว้ในหมวดเดียวกับโอกาสพิเศษ วันเกิด วันครบรอบ หรือมื้อที่ต้องคิดเยอะก่อนกดจอง แต่พักหลังหลายโรงแรมเริ่มเปลี่ยนวิธีเล่าเรื่องใหม่ ไม่ได้แข่งกันว่าใครมีอาหารเยอะกว่า แต่แข่งกันว่าใครทำให้คนรู้สึกว่า อยากกลับมากินอีก

Sineha Bangkok คิดถึงเรื่องนี้ระหว่างนั่งมองรถไฟฟ้าวิ่งผ่านหน้าต่างของ AVA Brasserie ห้องอาหารบนชั้น 4 ของ InterContinental Bangkok Sukhumvit เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าไม่ใช่แค่ดินเนอร์ในโรงแรมห้าดาว แต่เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของการทำให้ Luxury ดูเข้าถึงง่าย โดยไม่ลดคุณภาพของประสบการณ์ลงเลย


Dinner de Brasserie คือดินเนอร์แบบ Semi Buffet ที่หยิบข้อดีของบุฟเฟต์และ A La Carte มาอยู่ด้วยกัน โต๊ะหนึ่งสามารถเดินเลือกอาหารทะเล ของทานเล่น สลัด ชีส โคลด์คัท ซุป พาสต้า พิซซ่า และเมนูร้อนต่าง ๆ ได้ไม่อั้น ก่อนจะเลือก Main Course ระดับพรีเมียมหนึ่งจานที่ปรุงสดเสิร์ฟถึงโต๊ะ


สิ่งที่ทำให้มื้อนี้น่าสนใจกว่าตัวเลขบนป้ายราคา คือจังหวะของโปรโมชั่น ปัจจุบันมีโปรโมชันเหลือเพียง 777 บาทสุทธิต่อท่าน จากราคาปกติ แค่ใช้สิทธิ์โปรมา 3 จ่าย 2 ทำให้ต้นทุนต่อคนยิ่งลดลงไปอีก เมื่อหารกันในกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัว กลายเป็นราคาที่หลายร้านอาหารทั่วไปในย่านสุขุมวิทก็แทบไม่ต่างกัน แต่สิ่งที่ได้กลับเป็นบรรยากาศและมาตรฐานของโรงแรมห้าดาว

นี่คือวิธีคิดด้านการตลาดที่หลายโรงแรมกำลังใช้ในช่วงนี้ แทนที่จะรอเฉพาะนักท่องเที่ยวหรือโอกาสพิเศษ ก็เปลี่ยนห้องอาหารให้กลายเป็น Everyday Luxury ทำให้คนเมืองรู้สึกว่า การกินดีไม่จำเป็นต้องรอเหตุผลใหญ่เสมอไป


แน่นอนว่าพระเอกของไลน์บุฟเฟต์ยังคงเป็นโซนซีฟู้ด กุ้ง กั้ง ปู และหอยนางรมที่เติมตลอด รวมถึงสลัดบาร์ ชีสนานาชนิด โคลด์คัท ซุป และพาสต้า ทุกอย่างถูกจัดวางแบบพอดี ไม่แน่นจนเดินลำบาก และไม่โล่งจนรู้สึกว่าตัวเลือกน้อย จังหวะของไลน์อาหารจึงค่อนข้างสบาย เดินเลือกได้เรื่อย ๆ




ส่วนที่ชอบมากคือการให้เลือก Main Course หนึ่งจาน เพราะทำให้มื้ออาหารมีจุดจำมากกว่าการเดินตักบุฟเฟต์ไปเรื่อย ๆ เมนูมีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ 100-Day Grain-Fed Grilled Australian Picanha เนื้อพิคานยาออสเตรเลียย่างที่ให้ความนุ่มกำลังดี ไปจนถึง Braised Lamb Shank เนื้อแกะตุ๋น, Classic Osso Buco, Seabass Piccata, Kurobuta Pork Chop, Risotto with Pan-Seared Foie Gras, River to the Sea Prawns และแม้แต่ Signature Pad Thai สำหรับคนที่ยังคิดถึงรสชาติแบบไทย




ข้อดีของรูปแบบนี้คืออาหารจานหลักถูกทำใหม่ตามออร์เดอร์ ความร้อน กลิ่น และเนื้อสัมผัสจึงแตกต่างจากการวางไว้บนไลน์บุฟเฟต์อย่างชัดเจน เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ทั้งมื้อ และยังมี All-you-can-eat Pasta ที่ทำเสิร์ฟใหม่จานต่อจานด้วย

ของหวานก็ไม่ได้ถูกลดบทบาท มีทั้งขนมหวานนานาชาติ ผลไม้ตามฤดูกาล และเจลาโต้สูตรอิตาเลียนที่ปิดท้ายได้แบบไม่หนักเกินไป
อีกอย่างที่รู้สึกว่า AVA Brasserie ทำได้ดี คือบรรยากาศ ห้องอาหารที่ดูโมเดิร์นมากกว่าคลาสสิก แสงช่วงเย็นกำลังสวย มองเห็นวิวสุขุมวิทพร้อมรถไฟฟ้าวิ่งผ่านเป็นระยะ จึงเข้าใจไม่ยากว่าทำไมหลายโต๊ะถึงใช้เวลาหลังอาหารกับการถ่ายรูปมากพอ ๆ กับการกิน

ทำเลก็เป็นข้อได้เปรียบที่ชัดเจน โรงแรมอยู่ปากซอยสุขุมวิท 59 เดินจาก BTS ทองหล่อได้ง่าย ตรงข้ามอาคาร T-ONE จึงเหมาะทั้งมื้อหลังเลิกงาน นัดพบเพื่อน หรือดินเนอร์ฉลองในวันที่ไม่อยากขับรถเข้าเมือง
Sineha Bangkok มองว่าความน่าสนใจของ Dinner de Brasserie ไม่ใช่แค่เรื่องความคุ้ม แต่เป็นการทำให้ภาพจำของดินเนอร์โรงแรมเปลี่ยนไป จากพื้นที่ที่คนรู้สึกว่า “แพง” กลายเป็นพื้นที่ที่ “เข้าถึงได้” โดยยังรักษามาตรฐานของแบรนด์ไว้ครบ ทั้งคุณภาพอาหาร การบริการ และบรรยากาศ

ถ้ากำลังมองหา Dinner Buffet ในกรุงเทพที่เดินทางง่าย ใกล้ BTS ทองหล่อ บรรยากาศดี อาหารครบ และยังได้ความรู้สึกของการมาทานโรงแรมห้าดาวโดยไม่ต้องจ่ายแพง AVA Brasserie คือชื่อที่ Sineha Bangkok คิดว่าน่าลองสักครั้ง แล้วอาจเข้าใจว่าทำไมคำว่า Luxury วันนี้ ถึงไม่ได้ไกลตัวเหมือนเมื่อก่อน
Dinner de Brasserie เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 18.00 น. ถึง 22.00 น. ที่ AVA Brasserie ชั้น 4 โรงแรม InterContinental Bangkok Sukhumvit ราคาปกติ 1,166 บาทสุทธิต่อท่าน สำหรับวันธรรมดา และ 1,400 บาทสุทธิต่อท่าน สำหรับวันเสาร์อาทิตย์ โดยแนะนำให้ชวนเพื่อนให้ครบ 3 คน และจองที่นั่งล่วงหน้าวันธรรมดาแล้วใช้โปรมา 3 จ่าย 2 ค่า
