ชวนตะลุยกินให้ครบ ทั้งร้านดัง เซเลบริตี้เชฟ และ 7 โซนประสบการณ์ Climate Change

ถ้าการเดินงานแฟร์ครั้งหนึ่งมีเป้าหมายแค่เดินหาของอร่อย กินร้านดัง แล้วกลับบ้าน SX FOOD FESTIVAL 2026 อาจทำให้เราใช้เวลาอยู่ในงานนานกว่าที่คิด เพราะที่นี่ไม่ได้รวบรวมแค่ร้านอาหารมาไว้ในที่เดียว แต่ยังชวนให้มองย้อนกลับไปถึงสิ่งที่อยู่เบื้องหลังอาหารแต่ละจาน ตั้งแต่วัตถุดิบ คนปลูก กระบวนการผลิต ไปจนถึงผลกระทบที่การกินของเรามีต่อโลก

ภายในงาน SUSTAINABILITY EXPO 2026 หรือ SX2026 ปีนี้ SX FOOD FESTIVAL กลับมาพร้อมคอนเซปต์ที่น่าสนใจ เมื่อโลกกำลังเปลี่ยน อาหารของเราจะเปลี่ยนไปอย่างไร? พร้อมยกทัพร้านอาหารและผู้ประกอบการอาหารกว่า 166 ร้านมาให้เลือกชิมกันแบบจุใจ ใครเป็นสายกิน สายคาเฟ่ หรือชอบตามรอยร้านเด็ด บอกเลยว่ามีลิสต์ให้ปักหมุดกันตั้งแต่ทางเข้า




166 ร้านอาหาร รวมร้านดังและเชฟคนโปรดไว้ในที่เดียว
หนึ่งในไฮไลต์ที่ทำให้ SX FOOD FESTIVAL 2026 น่าเดิน คือความหลากหลายของร้านอาหารที่รวมมาให้เลือกแบบไม่ต้องจำกัดตัวเองอยู่กับอาหารประเภทใดประเภทหนึ่ง มีทั้งร้านดังที่หลายคนคุ้นชื่อ ร้านเฉพาะทาง ไปจนถึงเมนูสร้างสรรค์จากเชฟที่เคยเห็นผลงานผ่านรายการแข่งขันทำอาหาร



อาทิ Chef Pom Kitchen ที่นำเสนออาหารจีนรสชาติคุ้นเคยในแบบฉบับของเชฟป้อม ต่อด้วย James Boulangerie เบเกอรี่เจ้าดังที่สายขนมไม่ควรพลาด ส่วนใครชอบร้านที่มีคาแรกเตอร์ ลองแวะร้านเก๋ามังกร จากแม่ค้ามิว Restaurant War SS3 หรือ Indian Food 17 ร้านอาหารอินเดียเจ้าดังย่านเจริญนครที่เพิ่มสีสันให้โซนอาหารมีความหลากหลายขึ้นอีกเยอะ



ฝั่ง Celebrity Chefs ก็มีเมนูให้ตามชิมกันหลายคน ทั้งเชฟพลอยจาก Top Chef กับ Matcha Banana เชฟซีตรอง แชมป์ MasterChef กับเมนูหมูฮ้อง และเชฟไก่จาก Brioche from Heaven ที่มาร่วมเติมสีสันให้เทศกาลอาหารครั้งนี้


เสน่ห์ของงานแบบนี้คือการได้เจอร้านที่อาจไม่เคยรู้จักมาก่อน ขณะเดียวกันก็มีร้านคุ้นชื่อให้กลับไปกินซ้ำได้ในวันเดียวกัน ใครชอบเดินชิมหลายอย่าง แนะนำให้ค่อย ๆ สำรวจ เพราะบางร้านมีเรื่องราวเบื้องหลังน่าสนใจไม่แพ้รสชาติเลย
อาหารที่ดี เริ่มต้นตั้งแต่วัตถุดิบ
อีกมุมที่ Sineha Bangkok อยากชวนให้ลองสังเกตระหว่างเดินงาน คือกลุ่มร้านที่นำเสนอแนวคิดเรื่องอาหารทางเลือกและการผลิตอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของ Sustainability ที่ไม่ได้ไกลตัวอย่างที่คิด


อย่าง Papa Tofu บูธ A03 ที่นำเสนอโปรตีนทางเลือกจากพืช หรือ Plant-based Food ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการลดการพึ่งพาแหล่งโปรตีนจากสัตว์ ขณะที่ ZEBRAZ Quesadilla & Mushroom บูธ A31 หยิบเห็ดมาเป็นวัตถุดิบหลัก สร้างสรรค์อาหารให้มีความน่าสนใจและแสดงให้เห็นว่าโปรตีนจากพืชก็ทำเมนูอร่อยได้หลากหลาย


ส่วน Dairyhome Organic บูธ A74 ชวนให้รู้จักแนวคิดเกษตรอินทรีย์ที่ใส่ใจตั้งแต่กระบวนการผลิต ไปจนถึง Boonsom Homemade Spirulina บูธ A75 ที่นำเสนอ Spirulina หรือสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน ซึ่งเป็นแหล่งสารอาหารและโปรตีนที่ได้รับความสนใจในกลุ่มคนรักสุขภาพ
ใครชอบวัตถุดิบท้องถิ่น ต้องแวะ Banana Loei & Lang Khao Wild Honey บูธ A73 ที่เชื่อมโยงผลิตผลจากธรรมชาติกับเรื่องราวของชุมชน หรือ LOW CARBON COFFEE บูธ B34 ที่ชวนมองกาแฟแก้วโปรดผ่านแนวคิดการลด Carbon Footprint เพราะแม้แต่กาแฟหนึ่งแก้วก็มีเรื่องของการผลิต การขนส่ง และทรัพยากรที่เกี่ยวข้องอยู่เบื้องหลัง
นอกจากนี้ยังมี APCD 60+ Plus Bakery & Cafe บูธ A42 ที่น่าสนใจในแง่ธุรกิจเพื่อสังคมและการสร้างโอกาสทางอาชีพให้คนหลากหลายกลุ่ม รวมถึงครัวแทนคุณฟาร์ม บูธ B50 ที่เชื่อมโยงเรื่องอาหารกับแหล่งวัตถุดิบตั้งแต่ต้นทาง


ตามรอยของดีจากชุมชน และอาหารที่มีเรื่องเล่า
ถ้าเดินลึกเข้ามาอีกหน่อย จะพบกับร้านที่มีเสน่ห์จากวัตถุดิบและอัตลักษณ์ท้องถิ่นอีกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น Longloei Garden บูธ A76 ที่นำเสนอผลิตผลจากสวนท้องถิ่น ล้านไขมันดี อโวคาโด บูธ A82 สำหรับคนที่สนใจผลิตผลทางการเกษตร หรือกาแฟดอยผาฮี้ บูธ A41 ที่พาเรื่องราวของกาแฟชุมชนจากพื้นที่สูงมาอยู่ในเทศกาลอาหารใจกลางเมือง
สายกาแฟยังมี KOICAFF SLOWBAR บูธ A01 ให้แวะทำความรู้จักกับวัฒนธรรมกาแฟในอีกมุม ส่วนคนที่ชอบอาหารพื้นถิ่น ลองมองหารวงข้าว บูธ B05-B06 และบ้านป้าหนู ตลาดบ้านใหม่ร้อยปี บูธ B08 ที่สะท้อนเสน่ห์ของอาหารและภูมิปัญญาชุมชน


อีกหนึ่งร้านที่ช่วยเติมสีสันคือ SO ASEAN บูธ B04 ซึ่งเชื่อมโยงอาหารกับวัฒนธรรมในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงไอศกรีมกะทิพลัส by PTT บูธ C09 ที่นำเสนอผลิตภัณฑ์อาหารในรูปแบบใหม่
ส่วนใครอยากลองอะไรที่แตกต่าง ยังมี Tai Yai Noodle บูธ C17 กับเรื่องราวอาหารชาติพันธุ์ ตั้งใจย่าง บูธ C18 ไก่ตุ๊ก ไก่ทอดสมุนไพรอยุธยา บูธ A24 และกลุ่มสวนอาหารกับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น บูธ A45 ให้ได้เดินสำรวจเพิ่มเติม
สิ่งที่น่าสนใจคือร้านเหล่านี้ทำให้เห็นว่าอาหารไม่ได้เกิดขึ้นจากฝีมือคนปรุงเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับเกษตรกร ผู้ผลิต วัตถุดิบ ภูมิปัญญา และชุมชนที่อยู่เบื้องหลังด้วย

7 โซน Climate Change ที่ทำให้เรื่องโลกร้อนเข้าใจง่ายขึ้น
นอกจากความอร่อย SX FOOD FESTIVAL 2026 ยังชวนสำรวจ Climate Change ผ่าน 7 ไฮไลต์ ทั้ง MELTING WORLD, FLOODING ZONE, DESERT ZONE และ POLAR ZONE ที่พาไปสัมผัสผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตั้งแต่น้ำแข็งละลาย น้ำท่วม ไปจนถึงสภาพอากาศสุดขั้ว พร้อม CELEBRITY CHEFS ที่ถ่ายทอดแนวคิดอาหารเพื่อความยั่งยืน และ WASTE STATION ที่ชวนเรียนรู้การคัดแยกและจัดการขยะอย่างถูกวิธี
เทศกาลอาหารที่อิ่มทั้งท้องและได้ไอเดียกลับบ้าน
เสน่ห์ของ SX FOOD FESTIVAL 2026 คือการเล่าเรื่องความยั่งยืนผ่านอาหารที่อยู่ใกล้ตัว ได้ทั้งชิมเมนูอร่อย ทำความรู้จักวัตถุดิบทางเลือก และเรียนรู้ว่าการกินในแต่ละมื้อส่งผลต่อโลกอย่างไร

Sineha Bangkok มองว่านี่เป็นอีกหนึ่งงานที่เหมาะกับการชวนเพื่อนหรือครอบครัวมาเดินเล่น เพราะนอกจากจะได้ตามรอยร้านเด็ดและเมนูจากเชฟดัง ยังได้ไอเดียเล็ก ๆ กลับไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันด้วย
SX FOOD FESTIVAL 2026 วันที่ 6-15 พฤศจิกายน 2569 สถานที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) เข้าชมฟรี ภายในงาน SUSTAINABILITY EXPO 2026 (SX2026) ภายใต้แนวคิด พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.sustainabilityexpo.com
