#สิเน่หาพาไป เที่ยวเมืองไทย ที่เชียงราย

”เหนือสุดในสยาม ชายแดนสามแผ่นดิน ถิ่นวัฒนธรรมล้านนา ล้ำค่าพระธาตุดอยตุง”

เชียงราย เป็นจังหวัดรอยต่อของ 3 ประเทศ คือ ไทย เมียนมา และสปป.ลาว เป็นที่รู้จักกันในนามของดินแดนสามเหลี่ยมทองคำ หรือที่ท่อนหนึ่งในคำขวัญประจำจังหวัดบอกไว้ว่าเป็น ชายแดนสามแผ่นดิน

จังหวัดเชียงรายยังขึ้นชื่อว่าเป็น “เมืองศิลปะ” เพราะเป็นที่เกิดของศิลปินที่มีอิทธิพลอย่างมากในวงการศิลปะไทย โดยเฉพาะ อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ผู้สร้างสรรค์งานศิลปะที่มีมูลค่าถึงร้อยล้านพันล้าน และเป็นผู้สร้างพิพิธภัณฑ์บ้านดำ และ อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ผู้สร้างสรรค์วัดร่องขุ่นและหอนาฬิกาเมืองเชียงราย สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเชียงรายที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของศิลปิน และเป็นแบบอย่างของวัดร่องเสือเต้นซึ่งเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง อีกทั้งมีประเพณีวัฒนธรรมหลากหลายเพราะเป็นจังหวัดหนึ่งของไทยที่มีหลายชาติพันธุ์อาศัยอยู่

Sineha Bangkok อยากชวนคุณใช้เวลาสั้น จัดทริป 3 วัน 2 คืน ไปเที่ยวเชียงรายกัน ลองดูจากทริปที่แอดเที่ยวเป็นไกด์นี้ก็ได้ ถ้าถูกใจแล้วมีเวลาว่าง ค่อยลองหาเวลาตามกันไป #เที่ยวเมืองไทย โดยเฉพาะ #เที่ยวเมืองรอง อย่างเชียงรายกันดู รับรองค่ะว่า เที่ยวเมืองไทยไปง่ายมาก ๆ

วันแรก เราบินไฟล์ทบ่ายถึงสนามบินเชียงราย ประมาณบ่ายสามโมงนิด แล้วรับรถเช่าที่หาจองผ่าน google ไว้ล่วงหน้า ที่สนามบินเชียงราย ขับไปที่พัก ซึ่งทำการจองจาก Agoda เจ้าประจำเพราะสะดวกดี ลองหาโรงแรมจากลิงค์นี้ได้เลย บ้านลมหนาว เป็นโรงแรมในตัวเมืองเชียงราย ไม่ไกลจากสนามบิน ราว  10 กว่ากิโล ที่พักน่ารัก ราคาไม่แพง วันแรกที่เราไปถึงเป็นวันเสาร์ ตัวเมืองเชียงรายมีถนนคนเดิน เก็บของในห้องพักเรียบร้อย เลยเริ่มจากสำรวจถนนคนเดิน หาอะไรกิน และช็อปปิ้งชุดพื้นเมืองเบา ก่อนกลับไปพักผ่อน

วันที่สอง เราแพลนไปทัวร์วัด เพราะเชียงรายวัดดังที่มีความสวยงามดึงดูดให้ต้องไปชมมากมาย และแต่ละวัดก็อยู่ไม่ไกล ห่างตัวเมืองไม่มาก อาจจะด้วยความที่ตัวเมืองเชียงรายแทบจะอยู่กึ่งกลางของพื้นที่จังหวัด พอเลือกพักในตัวเมือง จะไปเที่ยวทิศไหนก็เลยง่าย และสะดวก

ก่อนเริ่มวัดแรก ขอหาร้านกาแฟแวะเติมคาเฟอีนกันก่อน ระหว่างทางไปวัดพระแก้ว บังเอิญเจอร้าน Coffee House by Overbrook ที่ตั้งอยู่ที่ บ้านแห่งความทรงจำ โอเวอร์บรุ๊ค สถานที่ที่สามารถย้อนไปในประวัติศาสตร์ของเมืองเชียงรายเมื่อ 120 ปีก่อนได้เลย ถ้าคุณมีเวลาแวะเข้าไปชมพิพิธภัณฑ์ ซึ่งบริเวณที่กล่าวมานี้เป็นส่วนหนึ่งของโรงพยาบาลโอเวอร์บรุ๊ค เราเลือกนั่งจิบกาแฟ ชมวิวสวนด้านนอก บรรยากาศดีมาก กาแฟก็รสชาติดี ปลื้มมากที่ร้านที่ผ่านมาเจอโดยบังเอิญ ให้บรรยากาศน่าจดจำขนาดนี้

จากนั้นได้เวลาไปวัดพระแก้ว วัดนี้เดิมชื่อวัดป่าเยี้ยะ (ป่าไผ่) เมื่อ พ.ศ. 1977 (ค.ศ.1434) ฟ้าผ่าพระเจดีย์จึงได้พบพระแก้วมรกต ชาวเมืองเชียงรายจึงได้เรียกชื่อวัดนี้ว่า “วัดพระแก้ว” แล้วอัญเชิญพระแก้วมรกตไปประดิษฐาน ณ เมืองต่าง ๆ คือ ลำปาง เชียงใหม่ หลวงพระบาง เวียงจันทน์ กรุงธนบุรี และกรุงเทพมหานคร ตามลำดับ ต่อมากรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนองค์พระเจดีย์ เป็นโบราณสถาน เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๘ และยกฐานะเป็นพระอารามหลวงเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๑ พระประทานในอุโบสถ ชื่อว่า พระเจ้าล้านทอง เป็นพระพุทธรูปสำริด ปางมารวิชัย ในสกุลช่างศิปปาละที่ใหญ่ และสวยงามที่สุดในประเทศไทย  

จากนั้นตามแผนที่วางไว้ เราปักหมุดไปวัดร่องเสือเต้น หรือ Blue Temple ที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเรียกกันติดปาก

จากคำบอกเล่าของชาวบ้าน บอกว่าเมื่อก่อนที่นี่เป็นวัดร้าง แล้วชาวร่องเสือเต้นช่วยกันบูรณะขึ้นมาใหม่ แล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2559 และได้คุณพุทธา กาบแก้ว ศิลปินท้องถิ่นชาวเชียงราย ซึ่งเป็นลูกศิษย์อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ มารังสรรค์งานศิลปะประยุกต์ที่มีความสวยงามแปลกตา จนเป็นวัดที่มีเอกลักษณ์และลือชื่ออีกแห่งของเชียงราย

จากวัดร่องเสือเต้นเราไปกันต่อที่วัดห้วยปลากั้ง วัดนี้เดิมเป็นสำนักสงฆ์ จนกระทั่ง วันที่ 24 กรกฎาคม 2552 ทางสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ ประกาศแต่งตั้งให้เป็นวัดชื่อว่า  วัดห้วยปลากั้ง มีพระอธิการพบโชค ติสฺสวํโส เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก

วัดห้วยปลากั้ง เป็นวัดที่มีความสวยงามทางสถาปัตยกรรมแบบไทยล้านนาผสมจีน เป็นวัดซึ่งชาวบ้านนับถือและเชื่อกันว่าหากใครได้มาเยือนจะเหมือนกับได้ขึ้นสวรรค์

พิกัดต่อไปเป็น พิพิธภัณฑ์บ้านดำ ของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี หนึ่งในตำนานศิลปินผู้มีชื่อเสียง และเป็นศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์จิตกรรม ปี 2544 ซึ่งใช้เวลารวบรวมและสร้างสรรค์ผลงานศิลปะไว้มากมายมาตลอด 50 ปี และเป็นผู้สร้างพิพิธภัณฑ์บ้านดำ (หรือ บ้านดำ) ขึ้นมาบนเนื้อที่กว่า 100 ไร่ ภายในมีอาคารสถาปัตยกรรมแบบกาแลกว่า 40 หลัง ที่ใช้สีดำ (สีที่อาจารย์ถวัลย์ชอบ) แทบทั้งหมด รวมถึงบ้านสถูปรูปทรงแปลกตา ซึ่งเกิดจากการสร้างสรรค์ของ อาจารย์ถวัลย์ โดยตกแต่งภายในเน้นจัดแสดงผลงานศิลปะอันล้ำค่า จำนวนมาก ที่อาจารย์ถวัลย์ สะสมไว้

เราปิดท้ายทัวร์เชียงรายวันแรกที่ วัดร่องขุ่น ที่ออกแบบ และก่อสร้างโดย เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2540 มาเที่ยววัดร่องขุ่นกี่ครั้งก็ไม่เคยเหมือนเดิม เพราะอาจารย์เฉลิมชัยไม่หยุดสร้างเพิ่มเลย แถมยังเคยบอกว่างานก่อสร้างวัดร่องขุ่นจะไม่เสร็จลงภายในช่วงชีวิตของตนเองอย่างแน่นอน เพราะจะถวายชีวิตสร้างจนลมหายใจสุดท้าย และได้สร้างลูกศิษย์รอรับช่วงต่ออีก 2 รุ่น หลังอาจารย์ตาย คาดว่าถ้าจะเสร็จสมบูรณ์คงใช้เวลาทั้งหมด 60-70 ปี เพราะฉะนั้น มาเที่ยวเชียงรายเมื่อไหร่ อย่าลืมแวะ ชมความงดงามของวัดร่องขุ่น เพราะสิ่งที่คุณเห็นจะไม่หยุดอยู่เท่าเดิม

เที่ยวชิลล์ ๆ แบบนี้ ถ้าใครยังไม่เหนื่อยแบบแอด ขับรถเล่นเพลิน ๆ ไปชมไร่สิงห์ปาร์ค แวะไปชมวิวไร่ขา ทุ่งดอกไม้ หรือจะแวะดื่มน้ำ ดื่มกาแฟกันอีกซักรอบก่อนวนกลับเข้าเมืองหาข้าวเย็นกิน แวะถ่ายรูปหอนาฬิกาเชียงราย ฝีมืออาจารย์เฉลิมชัย ไว้เป็นที่ระลึกก่อนกลับไปพักผ่อน ถ้ามาได้เวลาตรงกับช่วง 1 ทุ่ม 2 ทุ่ม 3 ทุ่ม ก็จะได้ฟังเพลงเชียงรายรำลึกจากหอนาฬิกาอีกด้วย

วันที่สาม ตื่นตั้งแต่ 6โมง เพื่อไปวัดถ้ำป่าอาชาทอง ที่อำเภอแม่จัน ให้ทันตักบาตรพระขี่ม้าบิณฑบาต ที่กลายเป็น unseen ของอำเภอแม่จัน เนื่องจากวัด ที่เมื่อก่อนเป็นสำนักปฏิบัติธรรมถ้ำป่าอาชาทอง  อยู่ในถิ่นกันดารห่างไกลคมนาคม เจ้าอาวาสของสำนักสงฆ์ฯ อดีตนายทหารม้าเก่า จึงให้พระเณรที่นี่ใช้ม้าเป็นพาหนะในการออกบิณฑบาต โดยทุก ๆ เช้า ท่านครูบาเหนือชัย ท่านจะออกมารับบิณฑบาตตั้งแต่ 7 โมง แต่ถ้าไม่รู้จะไปดักตรงไหน มาที่วัดถึง 9 โมงเช้าได้เช่นกัน และก็มีร้านขายเครื่องใส่บาตรหน้าวัดด้วย

ออกจากวัดมาไม่ไกล แวะไปไร่ชาฉุยฟง แหล่งผลิตชาเขียวชื่อดังของเชียงราย นอกจากแวะจิบ ชาเขียวเข้มข้น แอดขอแนะนำ New York Honey Lemon Cheese Cake รสชาติดีงาม แต่ราคาก็พอ ๆ กับคาเฟ่ดัง ๆ ในกรุงเทพฯ เลย

ใครที่เป็นคอกาแฟ คงจะถูกใจกับ Cafe Hopping ต่อจากนี้ที่เราวางแผนจะแวะทุกร้านดังกันเลย เริ่มจากร้านกาแฟดอยผาฮี้ ที่มีหมู่บ้านเล็ก ๆ กลางหุบเขา ที่นี่มีร้านกาแฟผุดขึ้นหลายร้านทีเดียว หลังจากโด่งดังขึ้นมาจากภาพถ่ายในโลก Social อากาศดี บรรยากาศได้ แต่ที่ไหนดัง คนมักจะเยอะตามมาเป็นธรรมดา

เราอยู่กันที่นี่ไม่นานนัก เพราะคนเยอะมาก จากที่หาข้อมูลมา ยังมีอีกร้านกาแฟไม่ไกลแต่คนไม่ค่อยไปกัน คือ สวนคุณปู่ ที่จอดรถแล้วต้องเดินลงไปในหุบเขานิดนึง แต่พอไปถึงแล้วหายเหนื่อย บรรยากาศดีมาก ๆ ร้านใหญ่ ที่นั่งเยอะ วิวสุดลูกหูลูกตา และกาแฟดีมาก แนะนำเลยว่าถ้ามีโอกาส ควรเผื่อเวลามากันให้ได้ รับรองนั่งแล้วไม่อยากลุกเลย

ก่อนกลับ ถ้าเดินทางมาเที่ยวเชียงรายจังหวะดี ๆ ก็จะมีโอกาสได้เห็นทุ่งปอเทือง ที่เป็นทางผ่านจาก สวนคุณปู่ กลับไปยังตัวเมืองเพื่อไปสนามบิน สวยจนอดใจไม่ไหวต้องแวะเก็บภาพไว้อย่างแน่นอน 

ถ่ายรูปเสร็จแล้วกลับบ้านได้ แต่ทริปเรายังมีต่อเพราะต้องแชร์ให้โลกรู้ เพราะเมืองรองแบบเชียงรายมีดีมากมาย นี่แค่ส่วนเสี้ยวเดียว หวังว่าทริป 3 วัน 2 คืน สั้น จะสามารถเป็นตัวเลือก หรือเห็นภาพง่ายขึ้น ให้คุณไปปรับใช้ให้เข้ากับทริปของคุณกันนะ