มา #Staycation ที่ Hilton Sukhumvit Bangkok กัน…

ใครจะคิดว่าโควิด-19 จะทำให้เราถึงยุคที่ต้องหาบรรยากาศใหม่ ๆ ใกล้ ๆ บ้านขนาดนี้ ด้วยสถานการณ์ท่องเที่ยวช่วงนี้ ที่ต้องเที่ยวกันใน Thailand only

Sinaha Bangkok เลยชวนมาหาเรื่องสร้างบรรยากาศให้เหมือนเที่ยวทุกค่ำคืนกันดีกว่า ยิ่งใครไม่เคยคิดว่าการท่องอยู่ในป่าคอนกรีตอย่างกรุงเทพฯ จะเป็นการท่องเที่ยวพักผ่อนแบบ Bangkokian ด้วยแล้ว ต้องรีบตามเรามา Staycation กลางเมืองกันดูนะคะ ยิ่งเดือนตุลาคมปีนี้ เป็นเดือนที่ตกบ่อยสุดเดือนหนึ่งในรอบหลายปี เท่าที่พยากรณ์อากาศตอนนี้ก็เหมือนจะบอกว่ามีฝนยาวไปถึงวันที่ 20 เลยทีเดียว อีกเดือนสองเดือนต่อไปเราก็เตรียมหนาวกันเลย

#Staycation เป็นแฮทแทกยอดฮิตในโลกโซเชียล เคยได้ยินแต่ประเทศเล็กๆ อย่างสิงคโปร์ที่เวลาคนเขาเบื่อ ๆ บ้านก็จะเปลี่ยนบรรยากาศไปนอนโรงแรม แต่โควิด-19 ทำให้เรามาถึงจุดที่เป็นเหมือนเขาไปซะแล้ว ก็จะไม่ให้เกิดกระแสแบบนี้ยังไงไหว ก็โรงแรมก็พร้อมใจกันออกโปรโมชั่นดี ๆ ดีลเด็ด ๆ มาล่อใจให้เราต้องฉวยโอกาสทำอะไรแบบนี้ดูบ้าง

เล่ามายืดยาวก็อยากจะบอกร้อยเหตุผลที่ทำให้เรามานอนที่ โรงแรม Hilton Sukhumvit Bangkok กลางเมืองในย่านสุขุมวิท แถมมีรถไฟฟ้า BTS ผ่านไม่ต้องขับรถมาเอง แค่ลงสถานีพร้อมพงษ์ พุ่งไปทางออก 4 ลงบันไดเข้าซอยสุขุมวิท 24 ใกล้ห้างเอ็มโพเรียม – Emporium มาก ๆ ก็เห็นโรงแรมแล้ว

โรงแรม Hilton Sukhumvit Bangkok เป็นโรงแรม 5 ดาว ที่ออกแบบในสไตล์ Italian-American และมีเรื่องราวน่ารัก ๆ ผ่าน รูปปั้นสีขาวผู้ชาย ผู้หญิง และหมา คือ Jay หนุ่มชาวอิตาลีที่ชอบเดินทางและเลือกประเทศไทยเป็นจุดมุ่งหมาย พบรักกับ Daisy สาวนิวยอร์คที่รักการอ่าน เดินทางออกนอกประเทศเป็นครั้งแรก พร้อม Mali (มะลิ) หมาน้อยพันธุ์พุดเดิ้ลสัตว์เลี้ยงของเดซี่ ตัวละครที่แนะนำมานี้จะเป็นตัวเดินเรื่องภายในโรงแรมแห่งนี้ โดยแทรกอยู่ตามจุดต่าง ๆ ของโรงแรมในอิริยาบทต่าง ๆ กัน ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในล็อบบี้ของโรงแรมกันเลย

โรงแรม Hilton Sukhumvit Bangkok ก็เหมือนโรงแรมอื่น ๆ ที่ต้องปิดตัวช่วงล็อกดาวน์โควิดแล้วเพิ่งกลับมาเปิดใหม่  ทำให้ต้องสร้างความมั่นใจให้กับแขกที่จะเข้ามาพักถึงความปลอดภัย และมั่นใจในแบรนด์ Hilton ด้วยคอนเซ็ปต์ Clean Stay

รอบนี้ Sineha Bangkok เลือกพักห้อง Premium Deluxe และได้พบกับประสบการณ์ใหม่แบบ Hilton Clean Stay ที่ให้ความมั่นใจสุด ๆ ไปเลย ตั้งแต่เช็คอินก็เห็นสติ๊กเกอร์แป๊ะซีลประตูห้องไว้ ซึ่งพนักงานบอกว่าเราจะปิดห้องด้วย สติ๊กเกอร์ที่เขียนไว้ว่า Hilton Clean Stay หลังจากทำความสะอาดและฆ่าเชื้อเรียบร้อย เพื่อให้แขกที่เข้าพักเป็นคนแรกที่สัมผัสมั่นใจได้ถึงความสะอาดปลอดภัยอย่างแท้จริง จุดนี้ ต้องยกนิ้วให้กับความช่างคิดของฮิลตันเลย

พอเปิดห้องมาก็สะดุดตากับห้องน้ำที่กว้างมากก่อนเลย เพราะกินพื้นที่ไปเกือบครึ่งห้อง  ถามว่าชอบมั๊ย? ตอบเลยว่ามาก!!

อ่างอาบน้ำหลังจากที่ใช้งานแล้ว ยอมรับว่าติดใจกับขนาดที่พอดีตัว ไม่ใหญ่เกิน ไม่เล็กไป เอ๊ะ!! หรือตัวเราใหญ่ แช่เพลินจนตัวแอบเปื่อยเลย ^_^

ส่วนดีไซน์ห้องก็มาตรฐานฮิลตันที่เราค่อนข้างคุ้นเคยมาบ้างแล้ว รอบนี้รีเควสท์ขอ Stay กับฮิลตันเตียงใหญ่นอนสบาย ส่วนใครอยากลักชัวรีสุด ๆ ต้องการห้องชุดกว้าง ๆ แนะนำว่าที่นี่มีห้อง Presidential Suite สวยงาม หรูหรา กว้างขวางสุด ๆ ให้เลือกด้วยเช่นกัน

พาไปดูสระว่ายน้ำที่อยู่ชั้นบนสุดของโรงแรมที่ชั้น 26 ซึ่ง Fitness Center ก็อยู่ชั้นนี้ติดกับสะว่ายน้ำเลย จะว่ายน้ำ หรือออกกำลังกายบน Rooftop view นี่มันสวรรค์ชัด ๆ

นอกจากวิวที่ทำให้เพลิดเพลินต่างกับช่วงเวลาทำงานในเมืองแล้ว ยังเจอ Jay, Daisy และ Mali (มะลิ) นั่งชิลริมสระน้ำอีกด้วย สตอรี่ของโรงแรมสร้างสีสันได้ดีจริง ๆ อย่าลืมถ่ายรูปกับทั้ง 3 และโพสต์ลงโซเชียลมีเดียเก๋ ๆ กันนะ ไม่มีรูปช็อตนี้เดี๋ยวจะเหมือนมาไม่ถึง ^_^

ส่วนห้องอาหาร ที่นี่มีสองห้องอาหาร ได้แก่ ห้องอาหาร Mondo ที่อยู่ชั้นเดียวกับ Lobby เน้นขายอาหาร a la carte แบบจานเดียว เหมาะกับการนัดพบปะ พูดคุยธุรกิจเบา ๆ พร้อมดื่มชา กาแฟ

อีกห้องอาหารหนึ่งคือ ห้องอาหารสกาลินี่ (Scalin) ร้านดีไซน์สวยเท่ ที่เมนูอาหารยังคงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะผสมผสานการทำอาหารแบบดั้งเดิม กับอารยะธรรมของอาหารอิตาเลียนสมัยใหม่ ซึ่งเพิ่งกลับมาเปิดอีกครั้งหมาด ๆ เมื่อต้นเดือนตุลาคม 2020 หลังปิดไปชั่วคราวเพราะสถานการณ์โควิด ครั้งนี้ เปิดทุกวันพฤหัส – เสาร์ ตั้งแต่เวลา 18.00 – 22.00 น. แต่เมนูอาหารจัดเต็มไม่ยั้งเลย นอกจากนี้ ยังมี Saturday Brunch ทุกวันเสาร์ เวลา 12.30-15.00 น.

Saturday Brunch ที่นี่คุ้มมาก แต่ไหนแต่ไรแล้ว Lobster คนละ 2 ตัวเลือกปรุงได้ถึง 4 แบบ ถ้าเป็นที่อื่นให้คนละครึ่งตัวนะจ๊ะ ฉะนั้นที่นี่ กินแค่ล็อบสเตอร์ก็แทบอิ่มแล้ว ยังมีเมนู a la carte ให้สั่งไม่อั้นอีก อาทิ  Roast Beef, Risotto หรือ ซาชิมิสดๆ ท็อปด้วยคาร์เวียร์และไข่แซลมอน และอีกมากมาย ราคา(สุทธิ) 2,400 บาท แนะนำเลยว่า คุ้มและดีมาก คอยติดตามโปรโมชั่นพิเศษเรื่อย ๆ ได้ที่ www.sukhumvitbangkok.hilton.com

ในส่วนของ Breakfast อาหารเช้าก็ทานที่ ห้องอาหารสกาลินี่ Scalin เช่นกัน เมนูไข่มีให้เลือกสั่งหลายแบบ ส่วนตัวชอบอาหารเช้าแบบสั่งได้แบบนี้มากกว่าไปตักเอาเอง ปรุงสด ๆ จานต่อจานดีกว่า อร่อยกว่าเยอะเลย แถมเหมาะกับยุค New Normal มาก แต่ก็ยังมีไลน์บุฟเฟ่ต์ให้เลือกด้วยเช่นกัน ขอกระซิบเมนูส่วนตัวที่ชอบมากคือ ไข่กระทะ ^_^

ต้องบอกเลยว่า Weekend ที่ได้มา #Staycation นี้ได้พักผ่อนเต็มอิ่ม แถมไม่เหนื่อยเดินทาง เพราะไม่ได้ออกนอกเมืองไปไหน มีเวลาเหลือเฟือใช้ Facility ของโรงแรมจนครบ ตั้งแต่เช็คอิน ว่ายน้ำ ออกกำลัง ถ่ายรูป ดื่มกาแฟ ดินเนอร์ แช่น้ำ นอนขี้เกียจ ทานอาหารเช้า จบสวย ๆ ด้วย Saturday Brunch ก่อนเช็คเอาท์ แล้วข้ามถนนไปแวะช็อปปิ้งที่ห้างเอ็มโพเรี่ยมก่อนกลับบ้าน เป็นอีกหนึ่งทริปที่สุดยอดแบบติดแฮทแทกยอดฮิต #WeekendVibes ได้เลย

แล้วเจอกันใหม่ครั้งหน้า Sineha Bangkok จะชวนไป  #Staycation ที่โรงแรมไหนอีกรอติดตามกันนะคะ

  • Hilton Sukhumvit Bangkok ฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพฯ Soi Sukhumvit 24, Bangkok (BTS – พร้อมพงษ์ ทางออก 4)
  • โทร. +66(0)2 620 6666
  • www.sukhumvitbangkok.hilton.com