5 วันในโตเกียว เที่ยวง่าย ๆ ได้เอง เชื่อสิ !

แม้โตเกียวในญี่ปุ่นจะเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดฮิตติดอันดับต้น ๆ แต่เราเจอคำถามบ่อยมาก ไปโตเกียวครั้งแรก เที่ยวใหนดี มาค่ะ ตามมาเที่ยวโตเกียวกันอีกซักรอบ ง่าย ๆ เที่ยวเองสบาย ๆ ไม่ยุ่งยากกัน เราเน้นเที่ยวง่ายนะคะ เพราะฉะนั้น อาจจะไม่ได้เที่ยวประหยัดทุกเม็ดเงินขนาดนั้นนะ ก่อนอื่นเลย หาตั๋วเครื่องบินราคาน่าคบกันก่อน แล้วก็หาโรงแรม

สายการบินที่เราเลือก ลงสนามบินนาริตะ ก่อนจอง โรงแรม เราจะต้องรู้ก่อนนะคะ ว่าเราบินลงที่สนามบินนาริตะ หรือ สนามบินฮาเนดะ เพราะเราจะได้เลือกที่พักให้เหมาะกับการเดินทาง ครั้งนี้เรามาลงนาริตะ เราเลยเลือกพักแถว อูเอโนะ (Ueno) ใช่แล้วย่านนี้ฮิตมากในหมู่คนไทย แต่มันก็สะดวกจริงสำหรับคนลงเครื่องที่นาริตะ ไม่ต้องข้ามฟากไปแถว ชินจูกุ หรือ ชิบูย่า ซึ่งเสียเวลาเดินทางไปอีก การเดินทางเข้าเมืองมีทั้ง Taxi, รถไฟ หรือ รถบัส เอาสะดวกสุด ถ้ามาลงเครื่องไม่ตรงเวลาเข้าทำงาน หรือเลิกงานที่จะเจอรถติด มารถแอร์พอร์ตบัสเลยค่ะ สะดวก ไม่ต้องลากไม่ต้องแบกกระเป๋าด้วย จอดหลายสถานีในเมืองโตเกียวเลยรวมทั้ง อูเอโนะด้วยเช่นกัน

ถึงเราจะบินกลางคืนถึงเช้าแต่กว่าจะเข้าโรงแรมเก็บของได้ก็หมดไปครึ่งค่อนวันเช่นกัน เรื่องการเดินทางเราไม่ได้ซื้อพาสอะไรทั้งนั้น เราบอกแล้วเราเน้นเที่ยวง่าย เราเลยซื้อแค่บัตร Suica บัตรเติมเงินที่ใช้ขึ้น รถไฟสายสีเขียว ยามาโนเตะ ไลน์ (Yamanote Line) แค่ใบเดียวเลย เพราะ สายนี้เป็นสายที่ขึ้นง่ายที่สุดวนลูปเป็นวงกลม ไม่มีหลงแน่ ๆ และยังใช้ขึ้น Tokyo Metro, Toei Subway และ Tokyo Monorail ได้อีกด้วย นอกจากนี้ที่สะดวกมาก ๆ ยังใช้ซื้อของได้หลาย ๆ ที่ หลาย ๆ ร้านค้า ร้านอาหารด้วย ถ้าใครคิดจะมาญี่ปุ่นบ่อย ๆ แนะนำว่าไม่ต้องแลกคืนตอนกลับไทยนะ บัตรเก็บได้เป็น 10 ปีไม่ต้องโดนหักเงินค่าธรรมเนียม ส่วนจะไปใหนยังไง ง่ายสุดก็ใช้ google map หาเลยค่ะ จะไปที่ใหน มันจะขึ้นวิธีเดินทางมาให้เราเลือกเลยว่ามีกี่เส้นทาง ราคาเท่าไหร่ ใช้เวลากี่นาที สะดวกและง่ายสุด

บ่ายวันแรก เราไปไหว้พระที่วัดอาซากุซะ หรือวัดเซนโซจิ อันโด่งดังเอาฤกษ์เอาชัยกันก่อน เพื่อความเป็นสิริมงคล (ตามความคิดนิยมแบบคนไทยเป๊ะ ^_^ ) โคมกระดาษแดงขนาดใหญ่ที่กลายเป็นสัญญาลักษณ์ ให้นักท่องเที่ยวมาถ่ายรูป ก่อนที่จะผ่านประตูขนาดใหญ่ที่เรียกว่า ประตูคามินาริ (Kaminari-mon) หรือ “ประตูอสุนี” เข้าไปภายในเขตวัดที่สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้าของกินและของที่ระลึกมากมาย เรียกว่ากว่าจะได้ไหว้พระขอพรก็หมดไปหลายบาทกันทีเดียว ขนมปังเมล่อนที่โด่งดังก็อยู่ที่นี่ เดินตามกลิ่นหอมฟุ้งไปได้เลยหาไม่ยาก

หลังจากไหว้พระเสร็จก็บ่ายแก่มากแล้วเลยหาเทมปุระ หน้าวัดทานเป็นอาหารเย็นเลย เพราะเทมปุระร้านแถวหน้าวัดก็ดังขึ้นชื่ออยู่ ส่วนมากอร่อยแทบทุกร้าน เอาจริง ๆ ถ้าไม่ต้องติดว่าจะไปกินแต่ร้านดัง แทบทุกร้านก็อร่อยหมดนะไม่ต้องเสียเวลาไปเดินหาร้าน หรือต่อคิวนานด้วย

หลังจากอิ่มแล้วเราตัดสินใจกลับไปเดินชิล ๆ นิด ๆ หน่อย ๆ แถวที่พักย่านอุเอโนะ เพราะแถวนั้นก็คึกคักทั้งเรื่องช็อปปิ้ง หรือของกินอยู่แล้ว ก่อนจะกลับไปนอนพักเอาแรงสำหรับวันพรุ่งนี้กันต่อ

วันที่สอง วันนี้เราตื่นแต่เช้าเพื่อไปเที่ยว ภูเขาไฟฟูจิ แน่นอนว่า ครั้งแรกในโตเกียว ใคร ๆ ก็อยากไปเห็นภูเขาไฟฟูจิสักครั้งเป็นแน่แท้ ก่อนไปเช็กสภาพอากาศล่วงหน้าเลยค่ะ ว่าฟ้าใสแดดจ้าวันใหนไปวันนั้นเลย เพราะไม่ใช่ทุกคนไปถึงภูเขาไฟฟูจิแล้วจะได้เห็นเลย บางคนต้องไปถึงสามสี่รอบกว่าจะเจอ แต่การเช็กสภาพอากาศท้องฟ้าก่อนไปก็ช่วยเราได้แม่นยำมากขึ้น และควรจองรถก่อนไปอย่างน้อย 1 วันนะคะ ไปเที่ยวที่ฟูจิ สามารถไปเช้าเย็นกลับจากโตเกียวได้สบาย ๆ วิธีที่ง่ายที่สุดคือนั่งรถบัสไปเที่ยวค่ะ ไม่ต้องกลัวหลง ถึงที่สถานีแล้วเดินไปไม่ไกล ก็ถึงทะเลสาบ จะเดินไปนั่งกระเช้าขึ้นไปบนภูเขาก็ได้เช่นกัน สามารถเดินได้เลย แต่ใครอยากเที่ยวแบบละเอียด อาจจะต้องซื้อพาสเพิ่มเพื่อนั่งรถไปเที่ยวแต่ละจุด หลาย ๆ ที่ แต่เราเอาเป้าหมายหลักคือมาชมฟูจิซัง จริง ๆ ถ้าฟ้าเปิด สามารถเห็นได้ตั้งแต่ตอนรถใกล้จะถึงปลายทางเลยทีเดียว หรือตรงสถานีรถไฟก็เห็นเช่นกัน เราโชคดีที่ได้เห็น มันสวยมีมนต์ขลังจริง ๆ มองเพลินถ่ายรูปเพลินเลยค่ะ

กว่าจะกลับเข้าเมืองก็เย็นพอดี เราหาอะไรทาน แล้วเดินช็อปปิ้งย่านฮิตชินจูกุกันต่อเลย เวียนหัวใช้ได้เลย อยากช็อปปิ้งร้านใหนเป็นพิเศษ ใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ google หาเลยค่ะ เทคโนโลยี ทำให้เรื่องเที่ยวง่ายขึ้นจริง ๆ

วันที่สาม วันนี้ตรงกับวันอาทิตย์ เราเลยวางแผนไปเที่ยวย่านฮิตคือ ฮาราจูกุ (Harajuku) และ เลยไปช็อปปิ้งเดินชิลที่ ชิบูย่ากันต่อ ก่อนไปขึ้น Shibuya Sky view ในตอนค่ำ ไปเริ่มต้นที่ ฮาราจูกุกัน นั่งรถไฟสายสีเขียว Yamanote Line ได้เลยค่ะ ออกจากสถานีมาปุ๊บคือตกใจเลย คนเยอะมาก แทบไม่มีทางเดิน ข้ามฟากเพื่อเข้าไป Takeshita Street ถนนยอดฮิตที่เต็มไปด้วยร้านรวง เด็กวัยรุ่น และนักท่องเที่ยวอย่างเรา กว่าจะเดินจนสุดถนน เข้าไปตามซอกซอยทะลุไปเจอ Omotesando ถนนร้านรวงเก๋ ๆ หรือ ไปเดินดู วัยรุ่นญี่ปุ่นแต่งตัวคอสเพลย์สร้างสีสันด้วย หรืออยากได้อารมณ์เดินเล่นในสวน ก็มีสวนโยโยงิให้เดินเล่นได้ เดินไปไม่ไกลเช่นกัน

จาก ฮาราจูกุ ถ้าเดินตาม google map ไปเรื่อย ๆ ก็สามารถเดินถึงชิบูย่าเช่นกัน แต่ถ้าเมื่อยมากก็ รถไฟเลยค่ะ

มาถึงชิบูย่า ต้องไปใหนบ้าง หลายคนไปถ่ายกับรูปปั้นเจ้าหมาฮาจิโกะผู้ซื่สัตย์ ตรงสถานีรถไฟชิบูย่าเลย และอีกที่คือห้าแยกชิบูย่าอันโด่งดัง ที่ใคร ๆ มาต้องมาถ่ายรูปตรงนี้ หรือ ขึ้นไปร้านกาแฟ Starbucks ถ่ายลงมากันทั้งนั้น กลายเป็นแลนด์มาร์คของชิบูย่าไป

แต่ตอนนี้มีแลนด์มาร์คใหม่ที่เพิ่งเปิดไปเมื่อเดือน พ.ย. 2019 นี่เองคือ Shibuya Sky View จุดชมวิวน้องใหม่ในโตเกียว ก่อนจะมาแนะนำให้จองผ่านเว็บไซต์ เลือกเวลาได้เลยแต่อย่าลืมเช็คอากาศด้วยนะ เราเจอฝนจนต้องเลื่อนเวลามาเป็นตอนค่ำเลยไม่ได้ชมพระอาทิตย์ตกดินเลย ราคาค่าขึ้น 2,000 เยน แต่จองผ่านเว็บไซต์ได้ราคา 1,800 เยน คุ้มค่าราคานี้เห็นโตเกียวทั้งเมืองสุดลูกหูลูกตา ใครไปช่วงเช้า ฟ้าเปิด ๆ นี่เห็นภูเขาไฟฟูจิได้เลยเช่นกัน

วันที่สี่ ถ้าเป็นครั้งแรก เราแนะนำให้เที่ยวโตเกียวก่อนนะคะ อย่าออกไปนอกเมืองมาก ไม่อย่างนั้นจะไม่ค่อยได้สัมผัสโตเกียวเท่าไหร่นัก แต่ถ้ามาช่วง ซากุระ หรือ ใบไม้เปลี่ยนสี ก็อาจจะแนะนำให้หาสถานที่ไปชมซากุระ หรือ ใบไม้แดง แต่ถ้าไม่ตรง ก็อาจจะเที่ยวในโตเกียวนี่แหละ มีที่ใหนที่เราอยากไปอีก ไปอันนั้นเลยค่ะ ใครคิดไม่ออกตามมาค่ะ วันนี้เราจัดให้เป็นวันช็อปปิ้งเดย์ เลยเลือกไปย่านกินซ่า (Ginza) และ อะกิฮาบาร่า (Akihabara) กันค่ะ จริง ๆ แล้วถ้าทำได้ มาเที่ยวกินซ่าวันอาทิตย์จะดีมาก เพราะมีปิดถนนตั้งแต่ 9 โมงเช้าให้เดินสบายชิล จนถึง 5 โมงเย็นเลยทุกวันอาทิตย์ แต่เราเลือกไป ฮาราจูกุเลยไม่ได้มาที่นี่วันอาทิตย์ ไว้คราวหน้าละกันนะ กินซ่ามีอะไร กินซ่าเป็นย่านที่ค่อนข้างไฮโซ มีห้างสรรพสินค้ารุ่นบุกเบิกอย่างห้างมัตสึยะ (Matsuya) และห้าง มิตสึโคชิ (Mitsukoshi) รวมถึงสาขาแฟลกชิปสโตร์ของร้านแบรนด์เนมทั้งหลายมากมาย ให้ช็อปปิ้งเข้าร้านโน้นออกร้านนี้เพลินเชียวหละ

จากนั้นเราไปต่อกันที่ ย่านอากิฮาบาระ (Akihabara) ย่านที่โด่งดังเรื่องช็อปปิ้งเครื่องใช้ไฟฟ้า ไอที อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลาย รวมไปถึง การ์ตูนโมเดลต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน มาที่นี่ ก็แยกย้ายกันไปดูได้เลยค่ะ ใครชอบไอที ก็แยกไปทาง ใครชอบการ์ตูนก็แยกไปดูแล้วค่อยมาเจอกัน ไม่เสียเวลาช็อปปิ้ง ^__^

วันสุดท้าย วันนี้กลับบ้านแล้วไฟล์ทบ่ายแต่เราพัก อูเอโนะ ใครอยากเก็บตกช็อปปิ้งของฝาก ก็ไปตึกม่วงกันได้เลย ตึกอันโด่งดังที่มีทุกสิ่งอย่างสารพัดของฝากให้เลือกซื้อ หรือย่านนี้ก็มีร้านดองกี้ใกล้ ๆ ตึกม่วงที่เปิดตั้งแต่ 9 โมงเช้าให้ช็อปปิ้งกันได้เช่นกัน

ขอฝากรีวิวนี้ไว้ด้วยนะคะ สำหรับใครไปเที่ยวโตเกียวเองครั้งแรก หวังว่าจะเป็นประโยชน์ หรือเอาไปปรับใช้ให้เข้ากับสไตล์การเที่ยวของคุณเองก็ได้เช่นกัน เที่ยวญี่ปุ่นกี่ทีก็ไม่มีเบื่อ แล้วไว้เราจะเอาเส้นทางอื่น ๆ มาฝากอีกนะคะ