ASICS X VIVIENNE WESTWOOD

ASICS จับมือ VIVIENNE WESTWOOD ปล่อยคอลเลคชั่นลิมิเต็ด อิดิชั่นดรอปที่ 2 ของปี 2019 สนีกเกอร์สุดจี๊ดทั้ง 3 คู่นี้วางจำหน่ายพร้อมกันทั่วโลกแล้ววันนี้

ASICS (เอสิคซ์) จับมือ Vivienne Westwood (วิเวียน เวสต์วูด) ถ่ายทอดประวัติศาตร์ด้านการออกแบบอันยาวนานที่เปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์ ทั้งในด้านคุณภาพ ความเชี่ยวชาญ และนวัตกรรมจนการมาเป็นคอลเลคชั่นสุดพิเศษนี้

โดย 2 คู่แรกที่ปล่อยออกมาเมื่อต้นปีได้รับแรงบันดาลใจผลงานสไตล์พังค์ในปีแรกๆของวิเวียน เวสต์วูดอย่างลาย Squiggle อันเป็นเอกลักษณ์ สำหรับการเปิดตัวในครั้งที่ 2 นี้มาพร้อมกันทั้งหมด 3 คู่ภายใต้ไลน์ ASICSTIGER ที่จะเผยให้เห็นถึงผลงานคอลเลคชั่นของ วิเวียน เวสต์วูด ในช่วงเวลาต่อมาที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ศิลปะและแฟชั่นโดยเฉพาะภาพวาดจากศิลปินฝรั่งเศสสมัยศตวรรษที่ 18 จากศิลปินชื่อดังอย่าง François Boucher ใน คอลเลคชั่น Autumn / Winter 1990 ของ Westwood

ASICSTIGER X VIVIENNE WESTWOOD HyperGEL-LYTE™ ราคา 6,200 บาท

HyperGEL-LYTE™ ได้รับการออกแบบจากผลงานภาพวาดจิตรกรรมสุดโรแมนติกในศตวรรษที่ 18 อย่าง Daphnis & Chloe ของ François Boucher ถูกนำมาพิมพ์ลงบนตัวรองเท้าซึ่งภาพนี้อยู่ในแกลเลอรี่ศิลปะชื่อดังในกรุงลอนดอนอย่าง The Wallace Collection หนึ่งในแกลลอรี่ที่วิเวียนชอบมากที่สุด สีน้ำมันของภาพวาดในสมัยศตวรรษที่ 18 ถูกนำมาถ่ายทอดอย่างมีชีวิตชีวาได้อย่างสวยงามที่ตัดกันสีส้มของรูร้อยเชือกรองเท้าและลายอันเป็นลักษณ์ของ ASICSTIGER ได้อย่างลงตัวก่อนปิดท้ายด้วยลายรูปดาวเสาร์หลากสีสันไอคอนสำคัญของ Vivienne Westwood ที่บริเวณด้านหลังของรองเท้าทำให้รองเท้ารุ่นนี้ดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น

นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับวัสดุที่ช่วยดูดซับแรงกระแทก “GEL” ในฟองน้ำ PU ที่มีความยืดหยุ่นสูงบนวัสดุสองชนิดที่มีคุณสมบัติตรงข้ามกันที่จะทำให้ผู้สวมใส่สัมผัสความสบายที่แท้จริง

ASICSTIGER X VIVIENNE WESTWOOD GELSAGA™ ราคา 5,500 บาท

สำหรับ GELSAGA ™ ได้รับการออกแบบในแนวตรงกันข้ามกับกับรุ่น HyperGEL-LYTE ™ โดยมาในหนังสีขาวสะอาดตาพร้อมกับลายพิมพ์ของรูป Daphnis & Chloe Boucher และโลโก้ของการคอลราบอเรชั่นครั้งนี้บนพื้นรองเท้าด้านใน

ASICSTIGER X VIVIENNE WESTWOOD GEL-DS TRAINER OG™ ราคา 5,700 บาท

รองเท้า GEL-DS TRAINER ™ OM มาในสีสันอันเป็นเอกลักษณ์ของโลโก้ Vivienne Westwood ตัวรองเท้าทำมาจากหนั่งกลับสีดำพร้อมด้วยผ้าตาข่ายสีเทาแถบสัญลักษณ์ของasics แบบสะท้อนแสงนอกจากนั้นยังเพิ่มความโดดเด่นด้วยลายพิมพ์ของรูป Daphnis & Chloe และโลโก้ของการคอลราบอเรชั่นครั้งนี้บนพื้นรองเท้าด้านใน

รองเท้าทั้ง 3 คู่ในคอลเลคชั่นนี้มาพร้อมกับโลโกดาวเสาร์หลากสีของ Vivienne Westwood พร้อมด้วยแถบสะท้อนแสงบริเวณด้านหลังของรองเท้าและแถบ Westwood CHAOS ด้านข้างของรองเท้า

ASICS X VIVIENNE WESTWOOD ทั้ง 3 คู่วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ที่ ASICS สาขา ICONSIAM, CARNIVAL, SEEK Central Embassy และ 24 Kilates รวมถึงทางออนไลน์ที่ www.viviennewestwood.com และ www.asics.com

เกี่ยวกับเอสิคซ์
Anima Sana In Corpore Sano มีหมายความว่า “จิตใจที่แจ่มใสย่อมอยู่ในร่างกายที่สมบูรณ์” เป็นวลีภาษาละตินที่ ASICS ได้รับมาและยึดเป็นพื้นฐานที่สำคัญของแบรนด์ ASICS ก่อตั้งขึ้นมายาวนานกว่า 60 ปี โดย คิฮะชิโระ โอะนิซุกะ (Kihachiro Onitsuka) และปัจจุบัน ASICS ถือเป็นผู้ออกแบบและผลิตรองเท้าวิ่งชั้นนำ รวมถึงรองเท้ากีฬาอื่นๆ เครื่องแต่งกาย และอุปกรณ์เสริม สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม www.asics.com

เกี่ยวกับวิเวียน เวสต์วูด
Vivienne Westwood เริ่มออกแบบในปี 1971 พร้อมกับ Malcolm McLaren ซึ่งเป็นหุ้นส่วนของเธอในเวลาต่อมา ขณะนั้นพวกเขาใช้ร้านที่ 430 Kings Road ในลอนดอน เพื่อจัดแสดงแนวความคิดและการออกแบบ ด้วยไอเดียแปลกใหม่และความคิดที่เปลี่ยนไปของพวกเขาเกี่ยวกับแฟชั่น การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงแต่เปลี่ยนชื่อร้าน แต่ยังรวมไปถึงการตกแต่งต่างๆ ในปี 1976 เมื่อ Westwood และ McLaren กำหนดวัฒนธรรมสตรีทของพังก์กับการปลุกระดมไว้อีกด้วย

Three Tongue Trainer หรือรองเท้าที่มีลิ้นรองเท้า 3 ลิ้น ปรากฏตัวครั้งแรกในโชว์ของ Westwood และ McLaren คอลเลคชั่น Witches Autumn-Winter ปี1983 ในฐานะรองเท้าสปอร์ตแวร์สุดล้ำที่หยิบยกแรงบันดาลใจมาจากรองเท้าหัวเหล็ก ถือเป็นครั้งแรกที่มาการใช้รองเท้าสปอร์ตแวร์ครั้งแรกบนแคทวอล์คแฟชั่น

ในช่วงยุค 70s Vivienne Westwood ได้รับการพิจารณาว่าเป็นตัวแทนแห่งความล้ำสมัยของอังกฤษ และสำหรับ Autumn/Winter ปี 1981 เธอได้แสดงแคทวอล์กครั้งแรกของเธอที่โอลิมเปียในลอนดอน จากนั้น Westwood หันมาใช้เทคนิคการตัดเย็บแบบดั้งเดิมซาวิลโรว์ (Savile Row) โดยใช้เนื้อผ้าแบบอังกฤษและศิลปะในศตวรรษที่ 17 และ 18 เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ

ปี 1989 เป็นปีที่ Vivienne พบกับ Andreas Kronthaler ซึ่งต่อมากลายเป็นสามีและพาร์ทเนอร์ด้านการออกแบบ รวมถึงเป็น Creative Director ของแบรนด์ และในปี 2004 พิพิธภัณฑ์ Victoria & Albert ลอนดอนเป็นเจ้าภาพจัดนิทรรศการย้อนยุค Vivienne Westwood เพื่อเฉลิมฉลอง 34 ปีในวงการแฟชั่นของเธอซึ่งเป็นนิทรรศการที่ใหญ่ที่สุดที่อุทิศให้กับนักออกแบบแฟชั่นชาวอังกฤษที่ยังมีชีวิตอยู่ ในปี 2006 เธอได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ท่านผู้หญิง (Dame) จากราชสำนักอังกฤษโดยสมเด็จพระนางเจ้าอลิซาเบธ ที่ 2 เพื่อตอบแทนการเป็นดีไซเนอร์ที่สร้างชื่อให้ประเทศ และในปี 2007 ยังได้รับรางวัล ‘ความสำเร็จดีเด่นด้านแฟชั่น’ ที่บริติชแฟชั่นอวอร์ด ในกรุงลอนดอนอีกด้วย

Vivienne Westwood เป็นหนึ่งในบริษัทแฟชั่นระดับโลกที่ยังคงเป็นอิสระอยู่ แบรนด์นี้เป็นมากกว่าการผลิตเสื้อผ้าและเครื่องประดับ เวสต์วูดดึงพลังความนึกคิดและปลุกจิตสำนึกของปัญหาสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน ด้วยประวัติการออกแบบที่ยาวนานกว่าสี่สิบปี ปัจจุบัน Vivienne Westwood ได้รับการยอมรับว่าเป็นแบรนด์ระดับโลก และเวสต์วูดก็นับได้ว่าเป็นหนึ่งในนักออกแบบแฟชั่นและนักเคลื่อนไหวที่มีอิทธิพลมากที่สุดในโลกในปัจจุบัน