ร้านอาหารอิตาเลี่ยน Antito เปิดใหม่ล่าสุดที่ Eastin Grand Hotel Sathorn Bangkok

วันนี้ Sineha Bangkok ขอชวนมาชิมร้านอาหารอิตาเลี่ยนเปิดใหม่หมาด ๆ เมื่อเดือน ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมานี่เอง ที่ แอนติโต (Antito) ห้องอาหารอิตาเลียนและบาร์ ณ บริเวณริมสระน้ำ วิวพาโนราม่าใจกลางเมือง บนชั้น 14 ของโรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ โรงแรม ที่บอกเลยว่า ธรรมดา Sineha Bangkok ไม่พามาแนะนำ เพราะที่นี่ดูแลโดย เชฟมิชลิน อเมริโก้ ติโต้ เซสทิ (Michelin Chef Amerigo Tito Sesti)

ถ้าคุณบอกตัวเองว่าเป็นนักกินนักชิมต้องรู้จักชื่อ เชฟอเมริโก้ เป็นอย่างดี เชฟผู้มีดีกรีรางวัลเชฟมิชลินหนึ่งดาวห้าปีซ้อน (2018-2022) จากห้องอาหารฝรั่งเศส แฌม บาย ฌอง มิเชล โลรองต์ (Jaime by Jean-Micheal Lorain) ที่โรงแรมยูสาทร แต่จริง ๆ แล้ว เชฟอเมริโก้ คือ ชาวอิตาเลียนจากเมืองเบอร์กาโม ตอน

เหนือของประเทศอิตาลี ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนต้องมารู้จัก อาหารอิตาเลี่ยนแนวใหม่จากเชฟกันบ้าง หลังจาก ดูแลและทำอาหารฝรั่งเศสจนหลาย ๆ คนติดใจกันมาแล้ว

มารู้จักชื่อห้องอาหาร แอนติโต (Antito) กันก่อน ชื่อนี้มีที่มาจากการผสมผสานระหว่างคำว่า แอนตี้พาสตี้ (Antipasti) ที่หมายถึงอาหารเรียกน้ำย่อยในภาษาอิตาเลียน ส่วน ติโต้ (Tito) มาจากชื่อกลางของเชฟอเมริโก้ ติโต้ เซสทิ นั่นเอง เข้าใจตั้งเลยนะ ^_^ สื่อความป็นตัวเชฟได้ชัดเจนดีที่สุดก็ชื่อและฝีมืออาหารนี่แหละ

แอนติโต (Antito) เป็นห้องอาหารแบบเปิดโล่งริมสระว่ายน้ำ ก็จะชิล ๆ หน่อย ตกแต่งด้วยศิลปะป็อปอาร์ตของศิลปินชื่อดังอย่าง คีธ แอริ่ง (Keith Haring), รอย ลิกเทนสไตน์ (Roy Lichtenstein) และ แอนดี้ วอร์ฮอล (Andy Warhol) เข้ามาก็จะถูกต้อนรับด้วยภาพวาดสนุกสนานของเชฟก่อนเลย มองไปทางไหนก็สีสันสดใส และมีชีวิตชีวา ด้วยภาพป๊อปอาร์ตเต็มไปหมด ใครชอบดีไซน์แนวนี้นี่ตกหลุกรักได้ง่าย ๆ เลย หรือจะให้เก๋เข้ากับร้านหน่อย ก็ต้องตกหลุมรักกับไลฟ์สไตล์ในแบบอิตาเลียนที่เรียกว่า “Aperitivo” คือเริ่มต้นจากจิบดริ้งยามบ่ายแล้วความสนุกสนานก็นำพาไปสู่มื้อค่ำอันแสนวิเศษ นั่นเอง

มาถึงเมนูอาหาร ที่เชฟให้ความสำคัญและพิถีพิถันทุกเมนูตั้งแต่เมนูเรียกน้ำย่อย จานหลัก จนถึงของหวาน จากทั่วทุกภูมิภาคของอิตาลี่เลยทีเดียว ตามาดูกัน วันนี้ Sineha Bangkok เอาเมนูแนะนำอะไรมาฝากกันบ้าง

The Cuttlefish Salad 380 บาท

Cuttlefish หมึกฝานนุ่มเต็มชิ้นกับพริกยักษ์อบ Cotto Olio เป็นมะเขือม่วงในน้ำมันกับเนื้อมะเขือเทศรสจัด และ Pesto ที่โรยหน้ามาแน่นด้วยซอสเพสโต้มะเขือเทศสับและชีสสดบูราตาร์ อร่อยทุกคำ

Prawn Carpaccio 620 บาท

คาร์ปาชโชกุ้งสไตล์เมดิเตอเรเนียน ที่รสชาติเผ็ดนิดๆและเติมความสดชื่นด้วยมะเขือเทศ และมะเขือหมักในน้ำมันอารมณ์คล้าย ๆ เซบิเช่ (Ceviche) แต่เผ็ดน้อยกว่า

Cavatelli Arrabbiati 330 บาท

มาถึงจานเส้นที่เป็นสัญลักษณ์ของอาหารอิตาเลียนกันบ้าง อย่างพาสต้าคาวาเทลลี่ ที่เป็นพาสต้าโฮลวีต ปั้นมือสดใหม่ ชิ้นเล็กแต่ เนื้อหนึบในซอสมะเขือเทศที่มีรสเผ็ดและเพิ่มรสชาติด้วยชีสริคอนต้ารมควัน

Spaghetti Aglio Olio and Seafood 360 บาท

พาสต้าผัดกับกระเทียม พริก และน้ำมันมะกอก และใช้น้ำปลาจากอิตาลี เป็นน้ำปลาที่บาทหลวงนำกลับมาผลิตใหม่ในยุคกลาง ทำให้กลายเป็นน้ำปลาที่ผลิตได้เฉพาะใกล้ ๆ เมือง รสชาติดีทีเดียวนะ

Pork Collar with Potato and Carrot Pure’ 670 บาท

Signature Menu อย่าง Pork Collar คอหมูตุ๋น ข้ามคืนราดด้วยซอสน้ำส้มสายชูลูกหม่อนเสิร์ฟคู่กับมันหวานอบ จานนี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ เชฟบอกว่าสูตรลับมาจากแม่ที่เป็นครอบครัวชนบทแท้ ๆ ในอิตาลีเชียวนะ นุ่มแทบไม่ต้องเคี้ยวกันเลย

Veal Ossobuco in Gremolada 980 บาท

อาหารจานหลักอีกเมนู ที่เชฟภูมิใจนำเสนอมาก เนื้อลูกวัวออสเตรเลีย ตุ๋นในซอสสูตรเฉพาะของที่บ้านเชฟเอง มีพาสลีย์สับผสมผิวมะนาวและกระเทียม เรียกว่า Gremolada มาเพิ่มรสชาติด้านบนด้วย โดยรวมเสิร์ฟมาพร้อมแครอทบดและผัก ถูกปากคนรักเนื้อมากจานนี้

Pizza Fritta 380 บาท

เมนูดั้งเดิมของเมือง Naple ที่ใช้แป้งพิซซาโด ทอดจนฟูกรอบนอกนุ่มใน โรยหน้าด้วยไส้กรอกดูจาที่มีรสชาติเผ็ด ราดซอสมะเขือเทศ และชีสบูราต้าเนื้อนุ่มมัน เคล็ดลับคือ จะเสิร์ฟตอนร้อน ๆ และเราต้องกินตอนที่ยังร้อน ๆ นี่แหละ อร่อยมาก

Meringata 310 บาท

เมอแร็งก์ ของเชฟอเมริโก้ ไม่เหมือนใครจริง ๆ ข้างนอกคือเมอแร็งก์กรอบมาเสิร์ฟแบบยังอุ่น ๆ ส่วนไส้ข้างในคือไอศกรีมเจลาโตโฮมเมด ที่คุณสามารถเลือกรสชาติได้ด้วย ตามแบบฉบับอิตาลีแท้ ๆ เลย

Pineapple and Almond Cake 250 บาท

ปกติ ไม่ถนัดพายสัปปะรด พอกินจานนี้ของเชฟไปต้องเปลี่ยนความคิดใหม่เลย กลายเป็นชอบเลย เพราะเมนูเป็นลูกครึ่ง พายสัปปะรด + เค้กอัลมอนด์ ด้านบนเค้กจะกรุบ ๆ เนื้อเค้กฉ่ำไม่หวานมาก เสิร์ฟคู่ไอติมสัปปะรด คือดี แนะนำจริง ๆ เมนูพายที่นี่เลือกตามรสชาติไอศกรีมได้ด้วย คราวหน้าจะมาลอง พายฝรั่ง กับ ไอศกรีมฝรั่ง ดูบ้าง

Drink

มีให้เลือกทั้งแบบค็อกเทล และม็อกเทล ใครชอบเครื่องดื่มหวานซ่าแบบ Soda Pop แนะนำ Lychee Pop มีกิมมิคเล็ก ๆ ที่มีไอศกรีมลิ้นจี่ปักมาด้วย เหมาะแก่การถ่ายภาพก่อนดื่มมาก หรือจะลองตัวอื่น ๆ ก็สดชื่นได้เช่นกัน

 

ใครเป็น #ItalianFoodLover Sineha Bangkok ขอแนะนำว่าไม่ควรพลาดเลย ยังไงต้องมาลองอาหารอิตาเลี่ยนฝีมือ เชฟอเมริโก้ ที่ แอนติโต (Antito) กันนะ ^_^

แอนติโต (Antito) ชั้น 14 โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ

  • เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 11.30 – 23.00 น
  • ดีเจประจำห้องอาหารทุกวันพฤหัสบดี-อาทิตย์ เวลา 18.00 – 21.00 น
  • โทร 02 210 8100
  • www.eastingrandsathorn.com
  • facebook: AntitoBangkok

Leave a Reply

Your email address will not be published.