อร่อยแบบ อีสานลาวโมเดิร์นทวิสต์ ที่ Monkey Pod

“Monkey Pod” ทาปาสบาร์เรสเตอรองแอนด์คาเฟ่ เปิดใหม่หมาด ๆ โดยทีมงานคุณภาพจากร้าน Blue Elephant ภายใต้คอนเซ็ปต์ใหม่กิ๊กไม่ซ้ำใคร แถมได้ทำเลดีงามใจกลางเมืองย่านสุขุมวิท เป็นบ้านเก่าเกือบร้อยปี มีพื้นที่สีเขียวที่ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ เหมาะเป็น Third Place ใหม่ให้สูดกลิ่นอายธรรมชาติ เป็นเหมือนโอเอซิสท่ามกลางวงล้อมของตึกสูงที่คนเมืองใฝ่หา

ก่อนไปสำรวจและลิ้มรสอาหารที่แตกต่าง สิ่งสะดุดตาที่สุดของ Monkey Pod ก็คือ Monkey Pod หรือต้นจามจุรี หรืออีกชื่อที่คุ้นเคยว่า ต้นก้ามปูยักษ์ ที่แผ่ปกคลุมพื้นที่คำนวณด้วยตาก็เกือบเต็มพื้นที่สนามที่ไม่น้อยกว่า 2 งาน ซึ่งทำให้เราเปรียบที่นี่เป็นเหมือนโอเอซิสกลางป่าคอนกรีต

ขณะที่ตัวบ้านไม้เก่าสไตล์โคโลเนียลอายุกว่า 100 ปี ก็น่าค้นหาไม่แพ้กัน ซึ่งทุกพื้นที่รวมกันเกือบ 2 ไร่นี้ ปัจจุบันคืออาณาเขตของร้าน Monkey Pod ที่ตั้งชื่อตามความโดดเด่นตามที่บรรยายมา ทั้งยังเลือกใช้ “ลิง” เป็นโลโก้ รวมทั้งได้ ชีส อานนท์ เนยสูงเนิน ศิลปินสตรีทอาร์ตชื่อดังมาสร้างสรรค์ Graffiti Art ไว้ตั้งแต่ด้านนอกจนถึงด้านในร้าน เพิ่มเสน่ห์และทำให้บ้านเก่าร่วมสมัยขึ้นมาในทันที กระซิบไว้ก่อนเลยว่า อย่าลืมค้นหา “คิง” และ “ควีน” ที่ซ่อนตัวอยู่ในบ้านให้เจอ

Monkey Pod เจรจาเช่าพื้นที่ร้านมาตั้งแต่ 1 ปีก่อนหน้าที่จะมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 จากตอนแรกที่คิดจะเปิดเป็นร้านแบบ Fine Dining ก็เลยต้องปรับมาเป็น Monkey Pod แบบที่เห็น เพื่อให้สไตล์อาหารและราคาเข้าถึงผู้คนในตลาดที่กว้างขึ้น แถมมีข้อดีในช่วงโควิด-19 ที่คนจำนวนไม่น้อยโดยเฉพาะผู้อยู่อาศัยในคอนโดที่อยู่รายล้อมต้อง Work from Home จนอยากจะหาที่เปลี่ยนบรรยากาศ แถม Monkey Pod ก็เอาใจแบบสุด ๆ ด้วยการให้เอาน้องหมาน้องแมวคู่ใจเข้ามาในร้านได้สำหรับพื้นที่เปิดนอกตัวบ้าน

ยุคนี้ไม่ต้องเหนียมกันแล้ว เมื่อทุกอย่างต้องปรับตัวตามสถานการณ์ การตกแต่งร้านของ Monkey Pod ก็เลยเน้นประหยัดงบได้เพิ่มขึ้นอีก ด้วยการนำเฟอร์นิเจอร์เก่าของร้าน Blue Elephant ทั้งสาขาในไทยและเมืองนอก มาตกแต่งให้เข้ากับบรรยากาศของบ้านเก่า ถึงจะเป็นของมือสองแต่กลับช่วยเติมเต็มความเข้มข้นของการตกแต่งได้ดี เพราะได้เรื่องเล่าจากเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นที่นำมาจัดแต่งเป็นจุดสนใจเพิ่ม แม้กระทั่งใบปิดภาพยนตร์เก่า ๆ ก็ยังมีสตอรี่ มีคุณค่าทางใจ ไปจนถึงมีมูลค่าเมื่อลูกค้านักสะสมบางคนเห็นแล้วถึงกับเอ่ยปากขอซื้อกันเลยทีเดียว

แต่ไม่ว่าอย่างไร ไฮไลต์ของร้านอาหาร ก็ต้องอยู่ที่เมนูอาหาร รวมถึงเชฟ ที่ Monkey Pod สามารถพูดคุยเรื่องนี้ได้อย่างมีสีสัน เริ่มจากเชฟ ที่มีอายุเพียง 30 แต่มีประสบการณ์ทำงานกับเชฟระดับโลกอย่าง Claude Bosi และ Albert Adria อย่าง “เชฟดู่” เรียกกันในร้านว่า “เชฟดู๊ดู่”  ทวีศักดิ์ พุทธาวงศ์ หนุ่มลาว เกิดที่เบลเยี่ยม โตที่อังกฤษ พูดไทยชัดเหมือนไทยแท้ๆ แต่สร้างจุดเด่นอาหารจากการผสมผสานประสบการณ์แต่ละสัญชาติได้อย่างลงตัว

เมนูเด่นๆ ของ Monkey Pod เป็นการผสมผสานระหว่างอาหารลาวหรือจะเรียกว่าไทยอีสาน แต่แต่ละเมนูจะใส่เทคนิคของความเป็นยุโรป รวมถึงบางส่วนของอาหารจีนที่โดดเด่น ให้กลายมาเป็น “อีสานลาวโมเดิร์นทวิสต์” ที่ถือเป็นการต่อยอดอาหารแต่ละสัญชาติด้วยมุมมองได้อย่างลงตัวในรสชาติ จนเกินจะเรียกว่าเป็นเมนูฟิวชั่น ใครได้ลองน่าจะเห็นด้วยกับเราว่า เชฟดู่ เป็นเชฟช่างครีเอทมาก ๆ

ตาม Sineha Bangkok มาชิมเมนูเด่นที่เชฟดู่แนะนำที่ Monkey Pod กันเลย

ข้าวผัดแจ่วบองเนื้อแบล็คแองกัสย่างปลาร้า ไข่ดองนํ้าปลา (BLACK ANGUS 4-5 MB PLA RA KHAO PHAD JEOW BONG) สัมผัสความหอมละมุนของสมุนไพรจากแจ่วปลาร้าบองลาว ที่นำมาผัดคลุกเคล้ากันอย่างลงตัว เสิร์ฟกับเนื้อแบล็คแองกัส ย่างปลาร้าที่นุ่มกำลังพอดีและไข่ดองนํ้าปลา ราคา 279 บาท ใคร ไม่กินเนื้อ มีหมูให้เลือกเช่นกัน

ฮอทด็อกหมั่นโถวทอดไส้กั่ว (LAO DOG) ซิกเนอเจอร์เมนูของ Monkey Pod เป็นเมนูที่ต้องลิ้มลองห้ามพลาดเลย ฮอทด็อกที่เชฟได้รับแรงบันดาลใจจากหมั่นโถวทอดสไตล์ไต้หวันที่หอมกลิ่นนมเนย รับประทานคู่กับไส้กั่วสูตรพิเศษ รสชาติโดดเด่นจากเอกลักษณ์ของไส้อั่วและไส้กรอกอีสาน ซึ่งเชฟได้สูตรลับมาจากของคุณแม่ เคียงด้วยแจ่วมะเขือเทศ – ราคา 179 บาท

ไก่คลองไผ่อบพริกเหลือง (ครึ่งตัว) – KLONG PHAI CHILLI CHICKEN (1/2 Chicken) เนื้อไก่อบที่ชุ่มฉ่ำกำลังดี ซึ่งผ่านการหมักด้วยน้ำหมักพริกเหลืองและสมุนไพรไทย อาทิ ตะไคร้ น้ำมะขาม รากผักชี กระเทียม ให้รสสไลต์ไก่พิริพิริ รับประทานคู่กับซอส Chimichurri กับหอมแขกดองบีทรูทที่หวานหอมและน้ำจิ้มสูตรพิเศษของ Monkey Pod – ราคา 389 บาท

สเต๊กพอร์คชอปย่างปลาร้า หรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า MHOO PLA RA (350 g.)  ที่ย่างสุกกำลังดี รับประทานคู่กับจิ้มแจ่วปลาร้า ใครไม่ทานปลาร้าไม่ต้องห่วง แทบไม่มีกลิ่นปลาร้าเลย และแกล้มด้วย ยำสามชี ที่ให้รสชาติดี ลงตัวมาก ๆ – ราคา 479 บาท​

ไอศกรีมนมทอด กับเมนู “When Phuket meets Esan” ไอศกรีมนมทอดสูตรพิเศษของ Monkey Pod เสริฟคู่กับสับปะรดภูเก็ตที่ย่างจนหอมกลิ่นคาราเมล และคัมโบเม็ดมะม่วง เป็นเมนูของหวานตบท้ายที่เราอยากแนะนำ – ราคา 119 บาท

เครื่องดื่มสูตรพิเศษไม่เหมือนใคร ให้ทั้งความสดชื่นและดีต่อสุขภาพ

TROPICAL SPICE  ที่มีเสาวรสเป็นตัวชูโรง ดื่มแล้วสดชื่นมาก และ Monkey Planet เครื่องดื่มที่มีรสเผ็ดแซ่บซ่าเบา ๆ ให้ความรู้สึกไม่เหมือนแก้วไหน​

  • “Monkey Pod” เปิดให้บริการช่วงนี้ตามสถานการณ์โควิด ระหว่างเวลา 11.00 – 20.00 น.
  • ร้านอยู่ใน ซอยสุขุมวิท 13 มีที่จอดรถอยู่ด้านใน
  • ติดต่อสอบถามที่เบอร์โทรศัพท์ 02-115-9830
  • Line Official account : @monkey pod
  •  
    119
    Shares
  • 119
  •  
  •  
  •